เกิดอะไรขึ้นกับสมองเวลาคนเรา 'หาวต่อกัน'

ทารกหาว

ที่มาของภาพ, Getty Images

การหาวเป็นพฤติกรรมที่มนุษย์มักจะทำต่อกันจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม ได้ศึกษาพบว่า พฤติกรรมตอบสนองนี้ เกิดขึ้นจากสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นส่วนเดียวกับที่มีผลต่อกลุ่มอาการผิดปกติอย่างทูเร็ตต์ ซินโดรม หรืออาการกระตุกซ้ำๆ หมายความว่า ความเข้าใจในพฤติกรรมการหาวต่อๆ กัน ก็จะช่วยให้เข้าใจโรคดังกล่าวได้ด้วย

การหาวติดต่อกัน ในเชิงการแพทย์ถือว่าเป็นเอคโคฟีโนมีนา หรือ "การลอกเลียนแบบคำพูดหรือการกระทำของคนอื่นโดยอัตโนมัติ" พบได้ในกลุ่มผู้ป่วยทูเร็ตต์ ซินโดรม โรคลมชัก และออทิซึม

ผลการศึกษานี้ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Current Biology โดยให้อาสาสมัครกลุ่มตัวอย่าง 36 ราย มองคนอื่นหาว โดยบางคนได้รับอนุญาตให้หาวได้ตามสบาย แต่บางคนถูกกำหนดให้กลั้นอาการเอาไว้ พบว่า ความอยากหาว ถูกกระตุ้นจากสมองส่วนที่สั่งการการเคลื่อนไหวพื้นฐานของแต่ละคน หรือขึ้นอยู่กับความไวต่อการกระตุ้นของแต่ละคนนั่นเอง

นอกจากนี้ จากการใช้เครื่องกระตุ้นเซลล์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือทีเอ็มเอส พบว่า สามารถทำให้สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ไวต่อการถูกกระตุ้นมากขึ้น ทำให้อาสาสมัครมีแนวโน้มจะเลียนแบบการหาวจากคนอื่นมากขึ้น

นักวิจัยใช้เครื่องกระตุ้นเซลล์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในการศึกษานี้

ที่มาของภาพ, SUPPLIED

คำบรรยายภาพ, นักวิจัยใช้เครื่องกระตุ้นเซลล์สมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในการศึกษานี้

ศ.จอร์จีนา แจ็คสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับรู้ในภาควิชาประสาทวิทยา กล่าวว่าการค้นพบจะสามารถนำไปปรับใช้ในขอบเขตที่กว้างขึ้นได้ "ในผู้ป่วยทูเร็ตต์ ซินโดรม หากเราสามารถลดความไวของสมองต่อการถูกกระตุ้นได้ เราก็อาจช่วยลดอาการกระตุกซ้ำๆ ได้"

ส่วน ศ.สตีเฟน แจ็คสัน ที่ร่วมงานค้นคว้านี้ด้วย เสริมว่า "หากเราสามารถเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงความไวของสมองต่อการถูกกระตุ้นมีผลต่อความผิดปกติทางประสาทอย่างไร เราก็มีแนวโน้มจะรักษาในทางกลับกันได้" ซึ่งเป้าหมายสำคัญ ก็คือการค้นคว้า หนทางรักษาโดยไม่ใช้ยา เช่นการใช้เครื่องทีเอ็มเอส ซึ่งอาจได้ผลในการปรับความสมดุลของระบบประสาท

อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ หาว

ที่มาของภาพ, Getty Images

ด้านดร.แอนดรูว์ แกลลัพ นักจิตวิทยา จากสถาบันโพลีเทคนิค มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ก ที่วิจัยความเชื่อมโยงระหว่างการหาวและความร่วมรู้สึก กล่าวว่า การใช้เครื่องทีเอ็มเอส เป็น "วิธีใหม่" ในการศึกษาพฤติกรรมหาวที่เกิดขึ้นติดต่อกันระหว่างบุคคล ซึ่งขณะนี้ "เรายังมีความรู้ค่อนข้างน้อย ว่ามนุษย์เราหาวทำไม แม้ว่าการศึกษาหลายชิ้นที่ผ่านมา เสนอแนวคิดความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมลอกเลียนแบบการหาวกับความร่วมรู้สึก แต่ก็ยังได้ผลที่ขัดแย้งกัน ส่วนการค้นพบใหม่นี้ เป็นหลักฐานเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมลอกเลียนแบบการหาว อาจไม่เกี่ยวกับกระบวนการทางความรู้สึกก็ได้"