พิการ : "เจาะจมูกทำฉันเป็นอัมพาตครึ่งล่าง"

ที่มาของภาพ, Barbara Leite
- Author, วินิซิอุส เลมอส
- Role, บีบีซี นิวส์ บราซิล
ตอนอายุ 20 ปี เลย์น ดิแอส เป็นนักศึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและกำลังฉลองที่ได้โอกาสฝึกงานเป็นครั้งแรก
เลย์นกำลังตั้งตาคอยที่จะได้ไปเที่ยวกับครอบครัวในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
เธอรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองกำลังจะก้าวเข้าสู่บทใหม่ แต่เธอคาดไม่ถึงว่ามันจะเป็นหน้าใหม่ในชีวิตที่แสนเจ็บปวด

ที่มาของภาพ, Layane Dias
อาการปวดกะทันหัน
คืนวันศุกร์หนึ่งในเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว เลย์น ไปร่วมงานปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ที่บ้านเกิดในกรุงบราซีเลีย ของบราซิล เพื่อเฉลิมฉลองกับความสำเร็จของเธอ
เลย์น กำลังจะเริ่มฝึกงานในวันจันทร์
แต่เธอตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นพร้อมกับอาการปวดหลัง เธอคิดว่าตัวเองเผลอใช้กล้ามเนื้อหักโหมจนปวดเมื่อคืนก่อน
อาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่การฉีดยาแก้ปวดที่ร้านขายยาก็ไม่ช่วยให้ความเจ็บปวดหายหมดไป พอเข้ากลางสัปดาห์ เลย์นตัดสินใจไปโรงพยาบาล ซึ่งหมอได้ทำเอกซเรย์ แต่ไม่พบความผิดปกติใด ๆ
พอวันศุกร์ เธอต้องขอให้แม่ช่วยตอนอาบน้ำ
เลย์น หมดความรู้สึกที่ขา และในบ่ายเดียวกันนั้น เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
"ตั้งแต่อกลงไป ฉันไม่มีความรู้สึกใด ๆ เลย" เธอเล่าให้บีบีซี นิวส์ บราซิล ฟัง
โรคปริศนา

ที่มาของภาพ, Layane Dias
ดูเหมือนเธอจะป่วยเป็นโรคปริศนาที่ไม่มีใครวินิจฉัยได้ และยังมีอาการเลวร้ายลงภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน
หลังจากเข้ารับการตรวจเพิ่ม แพทย์พบว่าเธอมีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด แต่ยังไม่สามารถให้การวินิจฉัยที่แน่ชัดกับเธอได้
คณะแพทย์สันนิษฐานว่าเธออาจเป็นมะเร็ง หรือกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barré syndrome) ซึ่งเป็นโรคภูมิต้านตนเอง ที่เกิดจากการอักเสบเฉียบพลันของเส้นประสาทหลาย ๆ เส้นพร้อมกัน จนก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน ซึ่งในรายที่รุนแรง อาจถึงขั้นเป็นอัมพาต
"ฉันนอนอยู่บนเตียงรถเข็น ไม่ไหวติง ขาฉันมีรูพรุนไปหมด และต้องรับยาทางหลอดเลือดดำ" เธอเล่า
"แม่นั่งอยู่ข้าง ๆ และฉันบอกเธอว่า: 'ขออะไรมาทำให้หนูตาย ๆ ไปเสียที เพราะหนูอยากตาย' แต่แม่บอกว่าเธอจะไม่หาอะไรมาให้ฉันทั้งนั้น เพราะฉันจะผ่านมันไปได้"
ลุกลามเงียบ ๆ
เลย์น ไม่รู้เลยว่าปัญหาของเธอเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนที่แล้ว
เมื่อเดือน มิ.ย. เธอไปเจาะจมูกเหมือนที่เคยทำมาแล้ว 3 ครั้งก่อนหน้านี้ แต่ครั้งนี้มีเลือดออกเล็กน้อย

ที่มาของภาพ, Layane Dias
ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น จมูกเธอเริ่มแดง เธอคิดว่ามันเป็นแค่สิวอักเสบ จากนั้นเธอก็เริ่มมีไข้
เลย์น บอกว่า เธอมักคอยดูแลรูปร่างหน้าตาของตัวเองอยู่เสมอ และเธอรับงานนางแบบเป็นครั้งคราวช่วงที่เรียนหนังสือ
เธอไม่รู้เลยว่าใต้ผิวหนังตัวเอง มีกลุ่มแบคทีเรีย "สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส" (Staphylococcus aureus) ซุกซ่อนอยู่ในโพรงจมูกของเธอ
เชื้อชนิดนี้อาจเป็นอันตรายรุนแรงหากเข้าสู่กระแสเลือด แต่หมอบอกว่าเป็นกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนัก
สำหรับเลย์นแล้ว อันตรายนี้หมายถึงการที่เธอต้องสูญเสียความสามารถในการใช้ขา และต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต
ผลที่ตามมา
เลย์นต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อเอาน้ำหนองปริมาณ 500 มิลลิลิตรที่กดทับ กระดูกสันหลัง 3 ข้อของเธอ
เธอต้องอยู่โรงพยาบาล 2 เดือน และต้องเผชิญกับโรคแทรกซ้อน
"2 วันหลังจากผ่าตัด หมอบอกว่าอาการไร้ความรู้สึกที่ขาของฉันจะดำเนินต่อไป" เลย์นเล่า

ที่มาของภาพ, Layane Dias
หลังจากได้ยินว่าโอกาสที่จะกลับมาเดินได้ของเธอนั้นไม่แน่นอน เลย์นบอกว่าเธอรู้สึก "หัวใจสลาย"
นพ.ออสวัลโด มาร์เกซ ศัลยแพทย์ กล่าวว่า แม้จะเป็นกรณีที่พบได้ยาก และ "มีความเป็นไปได้" ว่ากรณีของเลย์น เกิดขึ้นระหว่างการเจาะจมูก
"การติดเชื้อมักแพร่กระจายไปตามกระแสโลหิต แบคทีเรียที่ปลายจมูกสามารถแพร่กระจายไปทั่วจมูก เข้าสู่กระแสเลือด และไปยังส่วนอื่นของร่างกาย" เขากล่าวกับบีบีซี
ชีวิตใหม่
หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับมาอยู่บ้าน เลย์น เริ่มเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตบนเก้าอี้รถเข็น
เธอเล่าว่าได้พบกับผู้ใช้เก้าอี้รถเข็นมากมาย และรู้ว่าเธอสามารถทำอะไรได้อีกมาก
เธอออกกำลังกายเป็นประจำ รวมทั้งเล่นบาสเกตบอลและแฮนด์บอล
เมื่อเดือน พ.ย.ปีก่อน เลย์น ได้ตกผลึกความคิดกับชีวิตใหม่ในระหว่างที่กำลังคิดจะเลิกจัดงานวันเกิดของตัวเอง
"ฉันคิดว่าฉันคงจะไม่รู้สึกว่าตัวเองสวย หรือสนุกสนานกับการเฉลิมฉลอง...แต่ในวันจริง ฉันกลับรู้สึกว่าตัวเองสวยเป็นครั้งแรกนับแต่เกิดเรื่องนี้ขึ้น มันเป็นวันแห่งความสุขจริง ๆ และฉันก็กอบกู้ความรักตัวเองกลับคืนมาได้"
แรงบันดาลใจทางโซเชียลมีเดีย
เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เลย์น ตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวความพิการของเธอเป็นครั้งแรกทางอินสตาแกรม พร้อมกับโพสต์ทุกภาพที่เธอถ่ายไว้ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากดังกล่าว
โพสต์ของเธอได้รับความสนใจอย่างมาก และในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วันเธอมีผู้ติดตามถึง 20,000 ราย
เลย์น บอกว่า เธอไม่อยากให้เรื่องของเธอทำให้คนอื่นไม่กล้าเจาะจมูก แต่เธออยากจะเตือนให้ใช้ความระมัดระวัง เช่น ทำให้แน่ใจว่าผิวหนัง จิวจมูก และอุปกรณ์เจาะสะอาดและปลอดเชื้อโรค
"ฉันแค่อยากให้ผู้คนใช้ความระมัดระวัง" เธอกล่าวทิ้งท้าย











