กกต. ขอ 2 วันสั่ง "นับคะแนนใหม่" หรือไม่ หลังประชาชนพบสารพัดพิรุธในเขต 1 ชลบุรี

ประชาชนปักหลักค้างแรมที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี เพื่อเฝ้าติดตามขอคำตอบให้มีการนับคะแนนใหม่ สส.ชลบุรี เขต 1 ใหม่

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ประชาชนปักหลักค้างแรมที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี เพื่อเฝ้าติดตามขอคำตอบให้มีการนับคะแนนใหม่ สส.ชลบุรี เขต 1 ใหม่
เวลาอ่าน: 18 นาที

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอเวลา 2 วันในการรวบรวมข้อเท็จจริงและหลักฐาน ก่อนตัดสินใจว่าจะให้ "นับคะแนนใหม่" ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี หรือไม่ หลังประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งนับร้อยคนรวมตัวประท้วงการทำหน้าที่ของ กกต.ชลบุรี และคณะกรรมการประจำหน่วยเหลือตั้ง (กปน.)

ว่าที่ผู้ชนะการเลือกตั้งในเขต 1 จ.ชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น บอกว่า คะแนนที่เขาได้รับเป็น "คะแนนบริสุทธิ์" และเปรียบเปรยผู้ที่ออกมาเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ว่า "เป็นเด็กอยากกินอมยิ้มแล้วไม่ได้กิน คุณก็ร้องงอแงเพื่ออยากกินอมยิ้มอย่างนี้ แล้วคุณจะบริหารประเทศอย่างไร" พร้อมตั้งคำถามด้วยว่าหากการนับคะแนนใหม่ แล้วผลออกมาเท่าเดิม กลุ่มที่ออกมาเรียกร้องจะรับผิดชอบอย่างไร พร้อมจะลาออกจาก สส. หรือไม่

ประชาชนที่เฝ้าติดตามและสังเกตการณ์กระบวนการจัดการของ กปน. ภายหลังปิดหีบบัตรตั้งข้อสังเกตถึง "ความไม่ชอบมาพากล" ที่เกิดขึ้นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น หีบบัตรส่อมีการทุจริต เนื่องจากไม่มีสายรัดนิรภัย หรือเคเบิลไทร์ (cable tie) รัดไว้ และไม่มีการลงลายมือชื่อของ กปน. ปิดทับ, หีบบัตรถูกเก็บไว้ภายในสนามแบดมินตันของเทศบาล ไม่ได้อยู่ในที่ปลอดภัยมิดชิด ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 อีกทั้งยังพบใบนับคะแนนเลือกตั้งแล้ว หรือแบบขีดคะแนน (สส. 5/11) ถูกทิ้งไว้ในถังขยะ ทั้งหมดนี้ทำให้ประชาชนเรียกร้องให้เปิดหีบบัตรขึ้นมานับคะแนนใหม่

ประชาชนเหล่านี้ปักหลักอยู่ที่สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี ตั้งแต่เย็นวันที่ 9 ก.พ. เพื่อรอคำตอบจากผู้เกี่ยวข้องว่า "จะนับคะแนนใหม่ได้กี่โมง" โดยเข้าปิดล้อมรถบรรทุกหีบบัตร กดดันไม่ให้เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายหีบได้ ทำให้ กกต.ชลบุรี ต้องย้ายหีบบัตรทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้ที่โรงยิม พร้อมเสริมกำลังดูแลความสงบเรียบร้อย

บรรยากาศเริ่มดุเดือดขึ้นตั้งแต่ช่วงค่ำ เมื่อประชาชนยืนกรานให้เปิดหีบนับคะแนนใหม่ทันที แต่เจ้าหน้าที่รัฐทั้งนายอำเภอเมืองชลบุรี ผอ.กกต.ชลบุรี ยืนยันว่าไม่สามารถดำเนินการนับคะแนนใหม่ได้ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจในการพิจารณาของพวกเขา แต่แจ้งเรื่องไปยัง กกต.กลางแล้ว ต้องรอการวินิจฉัย สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนที่รวมตัวประท้วงอยู่ที่เดิม

เข้าสู่วันใหม่ (10 ก.พ.) เวลาราว 01.35 น. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เดินทางลงพื้นที่เพื่อ "ดูเหตุการณ์และดูหลักฐาน" โดยแจ้งกับชาวชลบุรีว่าการเปิดหีบบัตรขึ้นมานับคะแนนใหม่ ต้องรอการพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่ซึ่งจะประชุมกันในเวลา 10.00 น. และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย โดยยืนยันจะอยู่ในพื้นที่ร่วมกับประชาชน จนถึงการประชุม กกต. ชุดใหญ่ โดยมีประชาชนบางส่วนนอนค้างแรมเฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ที่สนามแบดมินตันของเทศบาลเมืองชลบุรี

ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ต้องนั่งรอมติ กกต. ร่วมกับประชาชนชาวชลบุรี

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ต้องนั่งรอมติ กกต. ร่วมกับประชาชนชาวชลบุรี
แบบขีดคะแนน (สส.11) ที่ประชาชนไปพบว่าถูกทิ้งไว้ในถังขยะ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, แบบขีดคะแนน (สส.5/11) ที่ประชาชนไปพบว่าถูกทิ้งไว้ในถังขยะ

เวลาประมาณ 03.15 น. มีผู้พบเห็นใบนับคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 15 บริเวณ รร.อนุบาลวัดกลางดอน ถูกทิ้งในถังขยะ จึงนำเอกสารดังกล่าวมาให้รองเลขาธิการ กกต. ดู ซึ่งได้รับคำแนะนำให้ยื่นคำร้องต่อ กกต.ชลบุรี

สำหรับใบขีดคะแนนที่พบ นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ 266 คะแนน และนายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้ 278 คะแนน

กกต. ชี้กรณีชลบุรี เกิดจากประชาชนสงสัยกระบวนการยุบรวบหีบ

เวลา 10.00 น. กกต. 7 คน ที่มีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน นัดประชุมร่วมกันที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า กกต. มีความห่วงใยต่อกรณีที่เกิดขึ้น และอยากให้กระบวนการเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีมติ 1. มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกลาง ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าคืออะไร มีการร้องคัดค้าน ทักท้วงในระหว่างการนับคะแนนหรือไม่ มีการกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ 2. สั่งการให้ ผอ.กกต.ชลบุรี รายงานผลภาพรวมของการเลือกตั้งชลบุรีทั้งหมดเข้ามา เพื่อให้เป็นข้อพิจารณาของ กกต. ว่าจะงดการประกาศรับรองผล หรือสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือสั่งให้นับคะแนนใหม่หรือไม่

"โจทย์ของชลบุรีคือทุกอย่างไม่เกิน 2 วัน.. กกต. จะพิจารณาตามกฎหมายเลย ถ้าเป็นจริง จะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 124" รองเลขาธิการ กกต. กล่าว

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ชี้แจงเหตุผลที่ไม่สามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ทันที โดยยกเงื่อนไขของกฎหมายที่กำหนดให้เป็นอำนาจของ กกต. ซึ่งจะพิจารณาหลักฐาน ข้อเท็จจริง การร้องคัดค้าน และเอารายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยมาดูว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรเพื่อประกอบการพิจารณา ทั้งนี้หากประชาชนหรือสื่อมวลชนเห็นความไม่ชอบมาพากล สามารถทักท้วงได้ ณ ตอนนั้นเลย กปน. จะบันทึกไว้ ตรงนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ประกอบการพิจารณาของ กกต. ถ้าเปรียบเป็นตำรวจคือบันทึกประจำวัน

กรณีที่เกิดขึ้นที่ จ.ชลบุรี เขามองว่าเกิดจากประชาชนบางส่วนที่อาจเข้าใจไม่ตรงกันหรือสงสัยในกระบวนการยุบรวมหีบบัตร ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

  • ในการเลือกตั้ง กระบวนการจะจบที่หน่วย ทั้งการเลือกตั้ง การนับคะแนน การรวมคะแนน และติดประกาศผลการนับคะแนนที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง
  • แต่ละหน่วยจะรายงานผลการนับคะแนนไปที่ศูนย์รวมคะแนนของอำเภอ เพื่อรวมคะแนนของทุกหน่วยเป็นผลคะแนนของเขตเลือกตั้ง
  • จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนยุบรวมหีบบัตร คือเอาหีบที่ผ่านจากทุกหน่วยเลือกตั้งมาอัดรวมกันในหีบเดียวกัน เพื่อนำไปเก็บรักษาในที่ปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ โดยจะเก็บไว้จนกว่าจะพ้นระยะเวลาร้องคัดค้านคือ 2 ปี
ชาวชลบุรีที่ไปเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งเขต 1 ติดตามการแถลงข่าวของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 10 ก.พ. ซึ่ง กกต. ชุดใหญ่ยังไม่ได้สั่งให้นับคะแนนใหม่

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ชาวชลบุรีที่ไปเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งเขต 1 ติดตามการแถลงข่าวของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 10 ก.พ. ซึ่ง กกต. ชุดใหญ่ยังไม่ได้สั่งให้นับคะแนนใหม่

รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงข้อสงสัยที่ปรากฏในสื่อ/โซเชียลมีเดีย เป็นรายประเด็น

ทำไมไม่มีสายรัด: เพราะอยู่ระหว่างยุบหีบบัตร "จากข้อมูลของเรา หีบที่ไม่มีสายรัด เขามีการซีลเทปกาวรอบ ไม่มีใครสามารถเปิดได้แน่นอน"

แบบขีดคะแนนที่ไม่รู้ว่าใครนำไปเผยแพร่ จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคะแนนหรือไม่: ในการยุบรวมหีบอาจมีบางหน่วยไม่ได้พับแบบขีดคะแนนลงในหีบบัตร ซึ่ง กกต.ประจำเขต จะรวบรวมกรณีพลัดหลงไปเก็บไว้ในหีบและไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยเหมือนบัตรเลือกตั้ง

คนคาใจว่ามีการทุจริตหรือไม่: การทำงานจะมีการทานกันหรือตรวจสอบซ้ำ โดยทุกหน่วยจะมีแบบที่เรียกว่า สส. 5/18 และ 5/18 บช. ดังนั้น ที่บอกมีการแก้คะแนน แต่ กปน. ปิดประกาศผลการนับคะแนนหน้าหน่วยและเปิดเผยต่อสาธารณะ จึงไม่สามารถกระทำได้

มีเศษวัสดุอุปกรณ์ตกหล่น: เป็นกระบวนการยุบรวมหีบ เขาต้องตัดสายรัดเพื่อเอาบัตรมารวมกัน

ทำไมเปิดหีบนับคะแนนใหม่ทันทีไม่ได้

ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของโหวตเตอร์ชาวชลบุรีให้ "นับคะแนนใหม่ทันที" แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ตามกฎหมาย เนื่องจากรายงานผลการนับคะแนนได้ถูกส่งต่อไปเป็นลำดับชั้น จาก กปน. ไปยัง กกต.ประจำเขตเลือก ไปต่อ ผอ.กกต.จังหวัด และไปถึง กกต. กลาง

นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า การปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. เมื่อนับคะแนนเสร็จ จะมีการตรวจทานอีกครั้งว่าผู้มาใช้สิทธิตรงกับบัตรที่ใช้ไปหรือไม่ ถ้าไม่ตรง มีสิทธิตรวจสอบ "แต่เมื่อมีบัตรเข้าไปในหีบ ปิดหีบเรียบร้อยแล้ว อำนาจของ กปน. หรือ กกต.เขต หมดไปแล้ว ถ้าจะมีเหตุให้มีการเปิดหีบเช็กอีกรอบ หรือนับคะแนน ทำอย่างไรถึงเปิดได้ ก็ต้องมีเหตุแห่งการร้อง" ซึ่งการสอบข้อเท็จจริงมี 2 ส่วนคือ 1. มีคนร้อง 2. กกต. เห็นเองว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง

ผู้ประท้วงให้มีการนับคะแนนใหม่ชูป้ายสัญลักษณ์นี้ ซึ่ง แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เคยบอกว่าไม่โกรธกับวลีนี้ มองว่าเป็นสีสันทางการเมือง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงให้มีการนับคะแนนใหม่ใน จ.ชลบุรี ชูป้ายสัญลักษณ์นี้ ซึ่ง แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เคยบอกว่าไม่โกรธกับวลีนี้ มองว่าเป็นสีสันทางการเมือง

ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. การสั่งนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของ กกต. กลาง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ใน 3 กรณี

  • กรณีผลการนับคะแนนปรากฏว่าจํานวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจํานวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน หรือที่เรียกว่า "บัตรเขย่ง" ให้ กปน. ตรวจสอบความถูกต้อง หากยังไม่ตรงกันอีกให้รายงานพร้อมเหตุผลต่อ กกต. เพื่อพิจารณาสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้น (มาตรา 122)
  • กรณีปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม จะงดการประกาศผลการเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่ง หรือทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นก็ได้ (มาตรา 124)
  • กรณีการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง กกต. จะงดการประกาศผลการเลือกตั้งและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่ง หรือทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นก็ได้ (มาตรา 124)

ระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 เขียนเนื้อหาไว้สอดคล้องกัน ในข้อ 233 โดยระบุว่า ให้ กกต. มีอำนาจสั่งให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยเลือกตั้งหรือเขตเลือกตั้ง เมื่อมีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรที่ใช้, ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม, การนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง

หีบบัตร

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

จากการร้องทักของชาวชลบุรี สู่กระแส "นับใหม่ทั้งประเทศ"

ในระหว่างการนับคะแนนในเขตเลือกตั้งที่ 1 ภาคประชาสังคม อาสาสมัครติดตามการเลือกตั้ง และประชาชนทั่วไปพบ "ความผิดปกติ" หลายอย่าง โดยประชาชนและนักศึกษาได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต.ชลบุรี เพื่อขอให้ตรวจสอบการเลือกตั้งในเขต 1 แล้ว และ กกต. จังหวัดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ข้อมูลบางส่วนได้รับการเปิดเผยโดยเครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย หรือวีวอตช์ (We Watch) และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) สรุปได้ ดังนี้

หนึ่ง การนับคะแนนมีความผิดพลาด ได้แก่

  • หน่วยที่ 32 ต.แสนสุข มีคะแนนที่ไม่ตรงกัน ในแบบขีดคะแนน (สส. 5/11) มีการรวมคะแนนของนายสุชาติ ชมกลิ่น ไว้ 273 คะแนน แต่ในแบบรวมคะแนน (สส. 5/18) ระบุเป็น 274 คะแนน และแจ้งยอดบัตรที่ใช้ลงคะแนนเกินจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 1 ใบ
  • หน่วยที่ 23 บริเวณอาคารอเนกประสงค์ ฝั่งประถมศึกษา (โดม) รร.สาธิตพิบูลบำเพ็ญ จ.แสนสุข มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 585 คน แต่ใช้บัตรเลือกตั้งไป 584 ใบ
  • หน่วย 12 บริเวณอาคาร อบจ.ชลบุรี รร.วอนนภาศัพท์ ต.แสนสุข มียอดผู้มาใช้สิทธิ 844 แต่ใช้บัตร 845 ใบ

สอง กรณีการปิดยุบรวมหีบไม่มีการรัดสายหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อไว้

สาม กรณีพบแบบขีดคะแนน สส. 5/11 และ สส. 5/11 (บช) ที่กองขยะ

ทั้งหมดนี้ทำให้ประชาชนชาวชลบุรี "ร้องทัก" กกต. ตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสในการเลือก โดยมีผู้คนหลายร้อยร่วมกันตามหาหีบบัตรและต้องการให้มีการนับคะแนนใหม่ ทำให้แฮชแท็ก #ชลบุรีเขต1 ติดเทรนด์ยอดนิยมในเอกซ์ (X) คืนวันที่ 9 ก.พ.

ข้อพิรุธเหล่านี้ยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ อาทิ ปทุมธานี, มหาสารคาม, จันทบุรี, ลำปาง ทำให้เกิดการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ แฮชแท็ก #นับใหม่ทั้งประเทศ พุ่งสู่อันดับที่ 1 ในเอ็กซ์เช้าวันที่ 10 ก.พ.

ประชาชน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

ผลเลือกตั้ง พรรคน้ำเงินชนะเขต พรรคส้มชนะปาร์ตี้ลิสต์

ผลการนับคะแนนในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของ จ.ชลบุรี อย่างไม่เป็นทางการ ณ 94% ตามที่สำนักงาน กกต. รายงานผล พบว่า เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคสีน้ำเงินกับพรรคสีส้มที่สลับกันชนะใน สส.แบบแบ่งเขตกับแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) และมีทิ้งห่างจากอันดับ 3

สส.แบบแบ่งเขต ผู้มีคะแนนนำมีคะแนนห่างจากอันดับ 2 อยู่ 3,783 คะแนน

  • นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ได้ 43,703 คะแนน (คิดเป็น 47.28%)
  • นายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ได้ 39,920 คะแนน (คิดเป็น 43.19.%)
  • นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ได้ 2,791 คะแนน (คิดเป็น 3.02%)

สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคที่มีคะแนนนำมีคะแนนห่างจากอันดับ 2 อยู่ 14,700 คะแนน

  • พรรคประชาชน ได้ 41,689 คะแนน (คิดเป็น 44.97%)
  • พรรคภูมิใจไทย ได้ 26,989 คะแนน (คิดเป็น 29.11%)
  • พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 5,285 คะแนน (คิดเป็น 5.7%)

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองชลบุรี (เฉพาะ ต.แสนสุข ต.เหมือง ต.ห้วยกะปิ ต.บ้านปึก ต.เสม็ด ต.อ่างศิลา ต.หนองข้างคอก และ ต.หนองรี)

สุชาติเปรียบคนขอนับคะแนนใหม่เป็น "เด็กร้องไห้งอแงจะกินลูกอม"

ว่าที่ผู้ชนะการเลือกตั้งในเขต 1 จ.ชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวถึงเสียงเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ว่า ดูเฟซบุ๊กแล้วเกิดจาก "ผู้นำจิตวิญญาณในการปั่นป่วนทั้งหมด" และยังเปรียบผู้ที่ออกมาเรียกร้องว่า "เป็นเด็กอยากกินอมยิ้มแล้วไม่ได้กิน คุณก็ร้องงอแงเพื่ออยากกินอมยิ้มอย่างนี้ แล้วคุณจะบริหารประเทศอย่างไร"

นายสุชาติกล่าวว่า หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เขต 1 มีทั้งหมด 168 หน่วย จะมีการส่งผู้สังเกตการณ์ของทุกพรรคเข้าร่วมสังเกตการณ์ และสามารถทักท้วงขั้นตอนการเลือกตั้งหรือการนับคะแนนที่ผิดปกติได้ ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศไทยและรับกฎหมายให้ได้

นักการเมืองค่ายภูมิใจไทยแจกแจงว่า ผลการนับคะแนนของตนเองได้ประมาณ 45,700 คะแนน ส่วนพรรค ปชน. อยู่ 41,000 คะแนน ห่างกัน 5,000 คะแนน นี่คือการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นกับการเลือกตั้งในประเทศไทย และกระบวนการทั้งหมดขึ้นอยู่กับ กปน. และ กกต. จะพิจารณาว่าควรจะนับคะแนนใหม่หรือไม่ แต่ตั้งคำถามว่าหากการนับคะแนนใหม่ แล้วผลออกมาเท่าเดิม กลุ่มที่ออกมาเรียกร้องจะรับผิดชอบอย่างไร พร้อมจะลาออกจาก สส. หรือไม่

นายสุชาติบอกว่า ไม่กังวล ยอมรับเหนื่อยมาก 4 เดือนนี้ ยกมือไหว้ พบปะประชาชนทุกวัน หาเสียงด้วยหยาดเหงื่อ "ทุกสิ่งทุกอย่างคือคะแนนบริสุทธิ์ เราทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว"

ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพกระดาษนับคะแนนถูกทิ้งขยะ นายสุชาติโยนให้เป็นหน้าที่ของ กปน. ดำเนินการ หากมีข้อสงสัยต้องไปร้องศาลดำเนินการตามข้อกฎหมาย

เช่นเดียวกับกรณีปรากฏคลิปวิดีโอซึ่งมีเงินแนบมากับบัตรแนะนำของเขาเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ นายสุชาติชี้แจงว่ามีการแจกบัตรแนะนำตัวมากกว่า 2-3 แสนใบ ซึ่งใครจะนำมาทำอะไรก็ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว สำหรับคนที่ใส่ร้ายป้ายสีก็ต้องถูกดำเนินคดี

หลายพรรคประสานเสียงให้ "นับคะแนนใหม่"

พรรคการเมืองต่าง ๆ ก็ร่วมเรียกร้องต่อ กกต. ให้นับคะแนนใหม่ และเตือนว่าให้ระวังการกระทำที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ เบญจา แสงจันทร์ เดินทางไปติดตามสถานการณ์การชุมนุมของชาวชลบุรีที่เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ เมื่อ 10 ก.พ.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ เบญจา แสงจันทร์ เดินทางไปติดตามสถานการณ์การชุมนุมของชาวชลบุรีที่เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ เมื่อ 10 ก.พ.

พรรค ปชน. เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ 18 เขต ดังนี้ ขอนแก่น เขต 3 , ลำปาง เขต 2, สุราษฎร์ธานี เขต 1, ชลบุรี เขต 1, มหาสารคาม เขต 1, นครราชสีมา เขต 13, ชัยนาท เขต 1, สมุทรปราการ เขต 6, ตาก เขต 1, สระบุรี เขต 1, เชียงใหม่ เขต 6, เชียงราย เขต 6, นครราชสีมา เขต 2, และสุพรรณบุรีทั้งจังหวัด รวม 5 เขต

นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรค ปชน. กล่าวว่า จากหลักฐานที่พรรคได้รับมา ค่อนข้างชัดเจนว่าหลายกรณีเกิดเหตุทุจริตจากการเลือกตั้งขึ้นจริง จึงขอเรียกร้องไปยัง กกต. ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรมจริง ๆ มิฉะนั้นอาจถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง พูดถึงข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเขต 1 จ.ชลบุรี ว่า ในแง่การประเมินพยานหลักฐานนับว่ามีความชัดเจนเพียงพอ มีเหตุที่เชื่อได้ และควรสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้ตั้งแต่วันนี้ แต่ กกต. กลับใช้ดุลยพินิจให้ กกต.ชลบุรีรวบรวมข้อเท็จจริง 2 วันก่อน ซึ่งพรรค ปชน. จะร่วมจับตาดูอย่างใกล้ชิดกับประชาชนต่อไป

"เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องพรรคพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งแล้วมาตีรวน แต่การเลือกตั้งแต่ละครั้ง ประชาชนเลือกเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ หากพรรคการเมืองไหนหรือผู้สมัครรายใดที่ต่อไปจะไปจัดตั้งรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม รัฐบาลที่ได้ก็จะเป็นรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม" นายธีระกล่าว

พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงข่าวเรียกร้องให้ กกต. เร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีมีข้อร้องเรียนกระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่โปร่งใส พบพิรุธกรณีการซื้อเสียงหลายพื้นที่, มีข้อร้องเรียนจากประชาชนกรณีการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงการเลือกตั้ง, ปัญหาเรื่องการใช้ดุลยพินิจของ กปน.

ส่วนกรณีที่หลายพื้นที่ขอให้นับคะแนนใหม่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. มองว่าสามารถทำได้ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดในพื้นที่ต่าง ๆ หากมั่นใจในความบริสุทธิ์ยุติธรรมจริง ย่อมไม่มีผลกระทบเปลี่ยนแปลง และไม่มีผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งโดยรวมอยู่แล้ว

ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง จ.ชลบุรี เขต 1 จนนำไปสู่การประท้วงที่ทำท่าจะบานปลายใหญ่โตอย่างที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของประเทศ นับแต่การทุจริตเลือกตั้งเมื่อ 26 ก.พ. 2500 ที่เรียกว่า "ไพ่ไฟ" ซึ่งนำไปสู่การต่อต้านรุนแรง และข้อกล่าวหานี้กลับมาอีกครั้งเมื่อ 69 ปีผ่านไป

นายพีระพันธุ์กล่าวย้ำว่า พฤติการณ์เหล่านี้ทำให้คิดได้ว่าการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 อาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมทั่วประเทศ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ตามกฎหมายต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน เช่น การประกาศให้มีการนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ และเป็นรูปแบบเดียวกัน "หาก กกต. เพิกเฉยไม่ดำเนินการใดตามอำนาจหน้าที่ ก็อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็แล้วแต่จะเลือกนะครับ อายุความมันยาวครับ"

"เราไม่มีความมั่นใจใน กกต." ประชาชนเฝ้าหีบท้วง กกต. ให้รอนานเกินไป

"ประชาชน รอมา 24 ชม. แล้ว ยังไม่ได้คำตอบเลย" พงษ์ศักดิ์ โพธิครูประเสริฐ ชาวชลบุรี เขต 1 บอกกับบีบีซีไทย พร้อมเสริมว่าในฐานะที่ตนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง "ครั้งนี้ เขตนี้" ก็อยากจะรู้ผลการเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุด

ชายวัย 62 ปี รายนี้บอกด้วยว่า "ไม่เห็นด้วย" กับการที่ กกต. บอกว่าต้องการเวลา 2 วันในการตรวจสอบ-ตัดสินใจว่าจะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่

"ประชาชน รอมา 24 ชม. แล้ว ยังไม่ได้คำตอบเลย ตั้งแต่ช่วง 16.00 น. เมื่อวานจนกระทั่งถึง 16.00 น. วันนี้ประชาชนก็ยังเฝ้าหีบอยู่" พงษ์ศักดิ์บอก

ขณะที่ ศิริพร อภิวณิชย์กุล ชาวชลบุรีวัย 21 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในเขตเลือกตั้งนี้ แต่มาร่วมสังเกตการณ์ก็แสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ กกต. ต้องการเวลาสองวันเพราะ "หลักฐานชัดเจนแล้ว ดูไม่โปร่งใส"

"อยากให้จัดการเลยไม่ต้องรอ ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งหรือสองวัน" เธอบอกพร้อมเสริมว่า การยืดเวลาเพื่อตรวจสอบ "ไม่มีข้อดี มีแต่ข้อเสีย"

.

ที่มาของภาพ, BBC/ Wasawat Lukharang

คำบรรยายภาพ, พงษ์ศักดิ์ โพธิครูประเสริฐ ชาวชลบุรี เขต 1 บอกกับบีบีซีไทยว่าในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยากจะรู้ผลการเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุด

ด้าน จุฑารัตน์ สายสนั่น วัย 40 ประชาชนจาก จ. ชลบุรี เขต 2 บอกกับบีบีซีไทยว่าตนและคนอื่น ๆ ที่มารวมตัวกัน "ไม่มีความมั่นใจใน กกต."

"ทั้งใบนับคะแนน ใบขีดชื่อ เอกสารหลาย ๆ อย่าง ไม่ได้อยู่ในที่ที่มันควรจะต้องอยู่ ใบขีดคะแนนที่ไปเจออยู่ในถังขยะ มันไม่ใช่ใบที่ต้องไปอยู่ในถังขยะ...ขนาดใบนี้มันยังไม่อยู่ในที่ ๆ มันควรจะอยู่ แล้วพี่ว่าคะแนนพวกหนูมันจะถูกบิดเบือนไหม" เธอบอก

จุฑารัตน์เสริมด้วยว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ต้องรอให้ กกต. ตัดสินใจถึงสองวันว่าจะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ เพราะมีหลักฐานส่อทุกจริต "ชัดเจน"

"ถ้ารอ 2 วันคิดว่านานเกินไป ในเมื่อหลักฐานก็อยู่ตรงหน้าแล้ว" เธอบอก