กกต. ระบุมีเรื่องร้องทุจริต 113 กรณี แต่ภาคประชาชนเผยรับเรื่องร้องเรียนเกือบ 5,000 กรณี

ที่มาของภาพ, Getty Images
อนุทิน ชาญวีรกูล หวนคืนทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งหลังพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะการเลือกตั้งด้วยจำนวน สส. ที่มากกว่าพรรคอันดับสองอย่างพรรคประชาชน (ปชน.) แบบทิ้งห่าง จากผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทาง
แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ประกาศอย่างชัดเจนถึงแนวทางในการรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาล แต่ค่อนข้างชัดเจนว่าพรรคอันดับสองอย่าง ปชน. จะไม่เข้าร่วมในรัฐบาลชุดนี้ จากการประกาศของณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ที่เน้นย้ำมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงช่วงบ่ายวันนี้
ขณะที่บรรยากาศการนับคะแนนเลือกตั้งเมื่อวานนี้ (8 ก.พ.) มีหลายข้อผิดสังเกตในกระบวนการนับคะแนนของบางเขตและบางจังหวัด ซึ่ง กกต. ระบุว่ายังคงต้องรอรายงานรายละเอียดในหลายกรณี
บีบีซีไทยประมวลความเคลื่อนไหวและความคืบหน้าไว้ที่นี่
กกต.สรุปเรื่องร้องเรียน พบ "ซื้อเสียง" มากสุด
ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อ 14.00 น. วันนี้ (9 ก.พ.) ยืนยันว่า กกต. ได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเฉียบขาดในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ทั้งการฉีกบัตรเสียหาย การจับกุม รวมทั้งการรายงานผลที่ผิดพลาดทางเทคนิค
รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในวันนี้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามายัง กกต. เพิ่มเติมอีก 2 สำนวน ทำให้มีกรณีที่ กกต. กำลังสืบสวนรวมเป็น 113 สำนวนแล้ว โดยความผิดส่วนใหญ่ยังเป็นเรื่องของการซื้อเสียง ซึ่งในจำนวนนี้ได้มีการรับเป็นสำนวนแล้ว 107 เรื่อง
ด้าน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. อีกราย ได้ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนถึงข้อร้องเรียนความผิดปกติในการเลือกตั้งต่าง ๆ ว่าหลายประเด็นยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบและรอรายงานผลจาก กกต.ในท้องที่ ทั้งกรณีเจ้าหน้าที่ฉีกบัตรผิดพลาด, เตรียมทุจริตหย่อนบัตรเพิ่ม รวมถึงกรณีการนับคะแนนในบางหน่วยที่ไม่แสดงบัตรให้ผู้สังเกตการณ์เห็น ซึ่งบางกรณีก็ยังไม่ได้รับรายงาน
ทั้งนี้ ในบางเขตเลือกตั้ง เช่น เขต 9 คันนายาว พบฝนตกพายุพัดในระหว่างการนับคะแนน ซึ่งทำให้แบบขีดคะแนนเปียกน้ำ และบัตรเลือกตั้งปลิว ซึ่งส่งผลต่อกระบวนกระบวนการนับคะแนน และมีการประกาศหยุดการนับคะแนนในเขตนี้ไปแล้ว กรณีนี้ กกต. จะต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่
รองเลขาธิการ กกต. ยังชี้แจงกรณีการนับคะแนนใน จ.ปทุมธานี ที่มีรายงานข่าวว่านับคะแนนใหม่แล้วผลไม่เหมือนเดิมนั้น "น่าจะเป็นข่าวที่คลาดเคลื่อน" โดยยืนยันว่าการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว เป็นเพียงการนับคะแนนจากบัตรเลือกตั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร ที่ต้องเอาคะแนนไปรวมผลอีกครั้ง ซึ่งเมื่อนับใหม่แล้ว ผลคะแนนก็ไม่ได้แตกต่างจากการนับคะแนนครั้งแรกและไม่ได้เปลี่ยนแปลงผลเลือกตั้ง
โดยรองเลขาธิการ กกต. ยืนยันการทำงานของเจ้าหน้าที่ กปน. หากไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือกฎหมายก็ "มีบทกำหนดโทษชัดเจน" ซึ่งเขา "ต้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง" อยู่แล้ว
ส่วนกรณีผลการเลือกตั้งในบางเขตที่จำนวนคะแนนกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกัน มีการชี้แจงในการแถลงข่าวเช่นกันว่าขณะนี้ยังเป็น "คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ" ซึ่ง กกต. ต้องตรวจสอบอีกครั้ง ก่อนที่จะประกาศผล "คะแนนอย่างเป็นทางการ" ออกมาตามกรอบเวลาของกฎหมาย คือภาย 60 วัน
ปชน. ขอนับคะแนนใหม่ 2 เขต ตั้งผู้รับผิดชอบตรวจความผิดปกติ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ฟากหัวหน้าพรรคประชาชนซึ่งได้รับเลือกตั้งมาเป็นอันดับสองจากผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนั้น แม้เขาจะย้ำคำเดิมในการแถลงข่าวช่วงบ่ายวันนี้ว่า "ยอมรับผล" ซึ่งพรรคประชาชนน่าจะได้จำนวน สส.เขต 88 เขต และบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 30 คน แต่เขาก็รับรู้ถึงข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการนับคะแนนเลือกตั้ง
"อย่างที่ผมได้แถลงไปว่าเราน้อมรับในเรื่องของผลการเลือกตั้ง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ทุก ๆ คะแนนเสียงของพ่อแม่พี่น้องประชาชนมีความหมาย ผมเองและพรรคประชาชนเอง เราพร้อมที่จะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ในการปกป้องทุกคะแนนเสียงของพ่อแม่พี่น้องประชาชน" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ระบุในการแถลงข่าวเมื่อเวลา 15.00 น.
ผู้นำพรรค ปชน. กล่าวว่าในเบื้องต้นพรรคจะขอให้มีการนับคะแนนใหม่ใน 2 เขตที่พบความผิดปกติ คือ พื้นที่ จ.ลำปาง เขต 2 ที่ผลการนับคะแนนพบว่ามีบัตรเสียกว่า 7,000 ใบ และอาจส่งผลต่อการเลือกตั้งที่คะแนนในเขตนี้ห่างเพียงแค่ 2,000 กว่าคะแนน
และอีกพื้นที่คือ จ.ขอนแก่น เขต 3 ที่คะแนนแพ้-ชนะ ห่างกันเพียงหลักร้อย และพบกรณีบัตรเสีย/บัตรเขย่ง
เขาระบุว่าได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบตรวจสอบทุกกรณีผิดปกติ โดยประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่พบเห็นแจ้งเรื่องเข้ามาที่พรรค หรือแจ้งผ่านช่องทางภาคประชาชนอย่างเว็บไซต์ vote62 ซึ่งพรรค ปชน. ก็พร้อมประสานทำงานร่วมด้วย
iLaw เผยรับเรื่องร้องเรียนเลือกตั้งเกือบ 5,000 เรื่อง
ชยพล ดโนทัย จากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) แถลงข่าวในนามเครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (Con for All) เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาถึงผลการร้องเรียนที่เข้ามาในระบบเว็บไซต์ vote62 พบว่ามีรายงานความผิดปกติเข้ามา 4,993 เรื่อง
เขาบอกว่าเรื่องที่ได้รับร้องเรียนเข้ามาจากการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. มีแตกต่างจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่พบปัญหาส่วนใหญ่เป็นการวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสีย โดยในการเลือกตั้งปี 2569 พบความผิดปกติส่วนใหญ่ 5 ประการคือ
- เจ้าหน้าที่ไม่ให้เซ็นชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- นับคะแนนผิด
- จำนวนบัตรลงคะแนนมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ
- เมื่อขอให้นับคะแนนใหม่ บางหน่วยก็ยอม แต่บางหน่วยไม่ยอม
- เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้สังเกตการณ์นับคะแนนและไม่ยอมให้ถ่ายภาพการนับคะแนน
เขายกตัวอย่างความผิดปกติใน จ.นครสวรรค์ เขต 1 ที่พบว่าคะแนนของทุกพรรครวมกันแล้วได้ 89,280 คะแนน แต่นับจำนวนผู้มาใช้สิทธิได้ 86,040 คน น้อยกว่าจำนวนบัตรกว่า 3,000 ใบ หรือในพื้นที่ จ.แพร่ เขต 2 ซึ่งเมื่อรวมคะแนนบัตร สส.เขตของ 5 พรรค ได้ 82,693 คะแนน แต่มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 76,409 คน มีส่วนต่างถึงกว่า 6,000 ใบ
"เหตุการณ์การรายงานคะแนนผลการเลือกตั้งและประชามติของ กกต. เมื่อวานนี้มีปัญหามาก เป็นการรายงานคะแนนที่ช้า ผิดปกติ ติดขัด สะดุด และระบบล่มเป็นช่วง ๆ คะแนนหายไปเป็นช่วง ๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาตั้งแต่ 1-2 ทุ่มครึ่งโดยประมาณ" นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw ระบุในการแถลงข่าว
เขาตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่เกิดขึ้น เหมือนกันกับปัญหาการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งในปี 2562 ที่ช้า ระบบล่ม ค้าง ติดขัด และคะแนนแช่อยู่ที่ 94% โดยที่ไม่รู้ว่าระบบจะไปถึง 100% เมื่อไหร่
เขายังอ้างว่าพบการปรับแก้คะแนนระหว่างหน้าหน่วย กับคะแนนที่ปรากฏสู่สายตาสาธารณะ ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องความโปร่งใส ซึ่งท้ายที่สุดพบผลคะแนนที่ผิดปกติ มีจำนวนบัตรมากกว่าผู้มาใช้สิทธิ ซึ่งเขาเชื่อว่าจะต้องมีการแก้ไข โดยเขาอยากให้ กกต. ชี้แจงประเด็นนี้ให้ชัดเจน เพราะในการเลือกตั้งปี 2562 ที่พบปัญหาเดียวกัน กกต.ก็ไม่ได้ชี้แจง จนกระทั่งรัฐบาลปี 2562 จัดตั้งได้สำเร็จ
สูตร 'รัฐบาล ภท.' ไม่ปิดทาง พท. แต่มีแนวโน้มไร้ ปชน.
ส่วนความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ได้เปิดเผยอะไรในวันนี้มากนัก เขาตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงว่า "มีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว"
เมื่อถูกถามว่าจะดึงพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งเป็นพรรคอันดับสาม มาร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ หัวหน้าพรรค ภท. ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ "ต้องเอาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค" และ "ยังมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ"
โดยท่าทีของนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งกำลังจะได้สืบทอดตำแหน่งต่อตามวาระของรัฐบาลถัดไป ดูไม่ได้ปิดทางกับการที่จะให้พรรค พท. มาร่วมรัฐบาล เขาถูกถามถึงข้อขัดแย้งระหว่างกันก่อนหน้านี้โดยผู้สื่อข่าวเทียบว่าเป็นการ "เผาสะพานมิตรภาพ" ระบุว่า "สะพานมิตรภาพไทย-ลาวมีตั้ง 5 แห่ง เดี๋ยวก็มีแห่งที่ 6 แล้ว"
ส่วนพรรคอันดับสองอย่าง ปชน. มีกระแสข่าวช่วงเช้าที่ผ่านมาปรากฏในบางสื่อ ว่าได้รับการทาบทามเข้าร่วมรัฐบาล แม้จะยังไม่มีใครในพรรค ภท. ออกมายืนยันกระแสข่าวนี้
อย่างไรก็ดี เมื่อสื่อนำไปสอบถามกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ในช่วงบ่าย เขาปฏิเสธว่ายังไม่ได้รับการทาบทามใด ๆ และย้ำคำเดิมตามที่เขาเคยพูดไว้ในการแถลงข่าวเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (8 ก.พ.) ว่า แม้หากมีการทาบทามมา พรรค ปชน. ก็จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรค ภท.































