โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม มีผลใช้บังคับในอีก 120 วัน

สมเรสเท่าเทียม

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยมีผลใช้บังคับในอีก 120 วันข้างหน้า

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา

พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับนี้ หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีทั้งสิ้น 69 มาตรา กำหนดให้ใช้บังคับหลังจาก 120 วัน นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และในกรณีที่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้หน่วยงานราชการแจ้งต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 180 วัน

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ณ วันที่ 24 ก.ย. 2567 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ไว้ ณ วันที่ 12 ส.ค. 2567 โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ราชกิจจานุกเบกษา ประกาศ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม

ที่มาของภาพ, ราชกิจจานุเบกษา

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อดีตกรรมาธิการพิจารณากฎหมายสมรสเท่าเทียม ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่อยู่ในขั้นตอนทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงลงพระปรมาภิไธย ยังอยู่ในกรอบเวลา 90 วัน ตามรัฐธรรมนูญ โดยยึดวันที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี นำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ในช่วงต้นเดือน ก.ค.

สถานภาพของร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม หรือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ปรากฏในรายงานสารบบกระบวนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ล่าสุดในวันนี้ (19 ก.ย.) อยู่ในสถานะ “ส่งร่าง พ.ร.บ. ให้คณะรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย” หลังจากมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ แชร์ภาพบันทึกหน้าจอของหน้าเว็บไซต์ว่า สถานภาพของร่างกฎหมาย “พ้น 90 วันพระมหากษัตริย์ทรงยับยั้ง”

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก

สิ้นสุด X โพสต์

นัยนา สุภาพึ่ง อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ข้อมูลที่มีผู้ส่งต่อกันอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะตามขั้นตอนมีหนังสือที่แจ้งเกี่ยวกับรายละเอียดที่นายกฯ กราบบังคมทูล ร่างกฎหมาย ไปเมื่อวันที่ 4 ก.ค. และหากนับในวันที่ 4 ก.ค. ก็ยังอยู่ในกระบวนการ 90 วัน จึงน่าจะเป็นความเข้าใจผิดของผู้ที่เผยแพร่ข้อมูล

“กฎหมายที่จะ (โปรดเกล้าฯ) ลงมาในไทม์ไลน์นี้ มีอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะกฎหมายใหม่ ๆ ยืนยันว่ายังอยู่ในไทม์ไลน์” นัยนาบอก “แม้กฎหมายที่จะไม่ลงมาก็เคยมีอยู่ แต่ไม่ใช่กฎหมายลักษณะแบบนี้ที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน” นัยนากล่าว

บีบีซีไทยเข้าใจว่า สถานภาพที่ปรากฏอยู่บนระบบสารสนเทศของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร น่าจะเป็นความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล ขณะเดียวกัน บีบีซีไทยยังอยู่ระหว่างติดต่อขอคำชี้แจงจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อขอคำชี้แจง

ครบกรอบเวลาลงพระปรมาภิไธย 90 วัน นับจากวันไหน

ตามบทบัญญัติมาตรา 145 ของรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้ หลังรัฐสภาเห็นชอบร่างกฎหมาย นายกฯ ต้องเว้นไว้ 5 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้ร่าง พ.ร.บ. มาจากรัฐสภา ถ้าไม่มีกรณีที่มีผู้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ให้นำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน 20 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดดังกล่าว

ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไปเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. และตามข้อมูลในสารบบของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า วุฒิสภา (สว.) ส่งคืนไปยังสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อ 21 มิ.ย.

ข้อมูลหนังสือยืนยันมติไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ระบุวันที่ 26 มิ.ย.

หากนับเวลาตามบทบัญญัติมาตรา 145 ของรัฐธรรมนูญ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) อธิบายว่า กรณีของร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม นายกฯ จึงทูลเกล้าฯ ได้ระหว่างวันที่ 24 มิ.ย. ถึง 13 ก.ค. 2567 ส่วนระยะเวลาที่จะครบกรอบเวลา 90 วัน ที่พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธย จะเป็นในช่วงวันที่ 22 ก.ย.- 11 ต.ค. 2567 ขึ้นอยู่กับว่านายกฯ ทูลเกล้าฯ ไปวันใด

ทั้งนี้ หากยึดตามข้อมูลที่ นัยนา ระบุกับบีบีซีไทย ว่านายกฯ กราบบังคมทูลร่างกฎหมายดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 4 ก.ค. นั่นหมายความว่าเส้นตาย 90 วันคือภายในวันที่ 2 ต.ค. 2567

สถานภาพร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม

ที่มาของภาพ, https://lis.parliament.go.th/

คำบรรยายภาพ, สถานภาพร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมระบบสารสนเทศด้านนิติบัญญัติ สำนักงานเลขาธิการผู้แทนราษฎร ณ วันที่ 19 ก.ย. 2567

เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะใช้ได้ต้องรออีก 120 วัน

นัยนา สุภาพึ่ง กล่าวกับบีบีซีไทยด้วยว่า เมื่อกฎหมายได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ยังต้องรอให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ส่วนราชการไปปรับแก้กฎหมายลำดับรองให้เรียบร้อย และพวกสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ในกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอัตโนมัติตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็ต้องไปแก้ไขเช่นกัน

นัยนาเสริมด้วยว่า ในช่วงเวลานี้ ต้องเร่งสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิและหน้าที่ของผู้ที่ต้องการจดทะเบียนสมรส เพราะการเข้าสู่สถาบันการสมรสต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบด้วย ทั้งประเด็นสินสมรส การกู้หนี้ยืมสิน และการทำนิติกรรมต่าง ๆ

รัฐธรรมนูญว่าอย่างไร หากพ้น 90 วัน

มาตรา 146 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ. ใด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยและพระราชทานคืนมายังรัฐสภา หรือเมื่อพ้น 90 วันแล้ว มิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่าง พ.ร.บ. นั้นใหม่

ถ้ารัฐสภามีมติยืนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรี นำร่าง พ.ร.บ. นั้นขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อพระมหากษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานคืนมาภายใน 30 วัน ให้นายกฯ นำ พ.ร.บ. นั้น ประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว

หมายเหตุ มีการแก้ไขวันที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ กราบบังคมทูลร่างกฎหมายจาก 2 ก.ค. เป็น 4 ก.ค. ตามการให้สัมภาษณ์ของนัยนา สุภาพึ่ง