โลกที่ “คับแคบ” ของคนบ้างาน ชีวิตไร้รักเมินครอบครัว เพราะคิดถึงแต่งานทุกขณะจิต

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
นักเขียนบทละครชื่อดังของสหราชอาณาจักร ชื่อ เจมส์ เกรแฮม ได้เปิดเผยกับรายการวิทยุของบีบีซีว่า เขาเลือกเข้าหา “กลุ่มผู้เสพติดงานนิรนาม” หรือ Workaholics Anonymous เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังพบว่า การเสพติดงานสร้างปัญหาสำหรับเขา และนี่คือสิ่งที่บีบีซีค้นพบ หลังเข้าร่วมการบำบัดของทางกลุ่มว่า การเสพติดงานกระทบชีวิตแต่ละคนอย่างไรบ้าง
“ฉันรู้สึกมีอารมณ์และรู้สึกอับอาย” หญิงคนหนึ่ง กล่าว ระหว่างอธิบายว่า เธอใช้เวลาช่วงเย็นเพื่อทำงานให้ทัน “เส้นตายที่กำหนดเอง” อย่างไร ทั้งที่เพิ่งจะพาลูกชายวัยเยาว์เข้านอน
หญิงคนนี้ เปิดใจต่อสมาชิกคนอื่นในกลุ่มผู้เสพติดงานนิรนาม ซึ่งเป็นโครงการบำบัดแบบไม่คิดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เสพติดงาน ด้วยหลักการคล้ายกับกลุ่มผู้เสพติดแอลกอฮอล์นิรนาม
เสียงของเธอสั่นเครือขณะขอบคุณคนอื่น ๆ ในกลุ่มที่สนับสนุนเธอ แต่แม้จะเข้าร่วมกลุ่มมา 3 ปีแล้ว เธอยอมรับว่า ยังรู้สึกว่า นิสัยบ้างาน ดึงเธอให้กลับมานั่นทำงานหนักเหมือนเดิม
หญิงอีกคนบอกทางกลุ่มว่า เธอตระหนักว่ามีปัญหาบ้างาน ขณะกำลังรับประทานอาหารกับครอบครัวของคนรัก ซึ่งเธอรู้สึกเหมือนต้องพูดเรื่องงานที่ดูสวยหรู เพื่อพยายามปิดซ่อนความไม่มั่นคงในจิตใจ
“หลังจากนั้น ฉันอายมาก” เธอกล่าว “ฉันต้องใช้ชีวิตในความหวาดกลัวว่าผู้คนจะพบว่า ฉันเป็นคนหลอกหลวง”
หญิงคนนี้เล่าว่า โลกของเธอมัน “เล็กมาก” เพราะสิ่งเดียวที่เธอคิดถึง คือ การทำงาน
หญิงสองคนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนราว 20 คน ที่เข้าร่วมการประชุมรายสัปดาห์ของกลุ่มผู้เสพติดงานนิรนามผ่านซูม โดยแต่ละคนมาจากทั้งในสหราชอาณาจักรและจากสถานที่อื่นจากที่มีเขตเวลาต่างกัน ขณะที่ทีมข่าวบีบีซีได้รับเชิญให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งผู้เข้าร่วมทุกคนยินยอมให้นำเรื่องราวของพวกเขามาเผยแพร่

เช่นเดียวกับกลุ่มผู้เสพติดแอลกอฮอล์นิรนาม หรือ Alcoholics Anonymous ซึ่งเป็นองค์กรบอกว่า ตัวเองเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับผู้คนที่กำลังดิ้นรนและเผชิญกับปัญหาสามารถเปิดใจพูดคุยกันโดยไม่ต้องมีการตัดสินใด ๆ โดยในกลุ่มนี้ไม่มีผู้นำ สมาชิกแต่ละคนจะช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันผ่านโครงการการบำบัด
หญิงคนหนึ่งบอกบีบีซีหลังเสร็จการประชุมว่า เธอกำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ และยินยอมเปิดเผยตัวตนของเธอกับบีบีซี
แคโรไลน์ วอร์คเกอร์ เล่าว่า เธอรู้ว่าเป็นมีอาการบ้างานเมื่อกว่า 3 ปีก่อน ตอนที่กำลังรู้ว่า เธออาจจะไม่มีโอกาสรับประทานพิซซ่าร่วมกับครอบครัวอีกครั้ง
“ฉันห่างจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้เลย แม้ว่าจะอยากทิ้งงานมากแค่ไหน” เธอเล่า “ฉันทำงานตลอดคืน แม้แต่ช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุด”

ที่มาของภาพ, Handout/Dr Cerian Avent
สำหรับวอร์คเกอร์ เธอสามารถจำแนกได้ชัดว่า ใครทำงานหนัก หรือว่าใครบ้างาน
“คนจำนวนมากดูจะทำงานมากเกินไป” แพทย์คนหนึ่งจากเมืองเคนท์กล่าว แต่ถ้าคุณเป็นคนบ้างาน “คุณจะรู้เลยว่า คุณกำลังทำสิ่งที่ผิดและเป็นภัยต่อตัวเอง และคุณควบคุมตัวเองไม่ได้”
“ฉันเคยพร่ำบอกตัวเองว่า จะทำความสะอาดห้องทำงานสักชั่วโมงหนึ่ง แต่กลายเป็นฉันหันไปทำงานให้เสร็จ ฉันรู้สึกละอายใจมาก และอยากปิดซ่อนความรู้สึกนี้”
แพทย์คนนี้เชื่อว่า คนบ้างานจะพยายามหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่ยากลำบาก อย่าง การเห็นคุณค่าในตัวเองในระดับต่ำ
นักเขียนบทละคร เจมส์ เกรแฮม บอกกับรายการวิทยุของบีบีซีถึง ปัญหาบ้างานของเขาที่มีที่มาคล้ายคลึงกับคนอื่น ๆ
“การเคารพคุณค่าในตัวเอง การได้รับความยอมรับจากผู้อื่น ความสุขและความสนุกของผมทั้งหมดมาจากการทำงาน โดยไม่เชื่อว่าจะมีพื้นที่อื่น ๆ ที่ให้กับผมได้เช่นนี้” เขาบอกกับบีบีซี
เกรแฮม ที่เคยรังสรรค์บทละครดังเรื่อง “เดียร์ อิงแลนด์” (Dear England) ยอมรับว่า ความบ้างานของเขาทำให้เขา “สานสัมพันธ์ลึกซึ้ง” กับใครไม่ค่อยได้
ช่วงหนึ่ง ละครเวที 2 เรื่องของเขา กำลังการแสดงอยู่ในย่านเวสท์เอนด์
“90% ของผม มันคือความสุขและภูมิใจ” เขากล่าว “แต่มันจะมี 10% ที่ผมบอกตัวเองว่า ตอนเห็นแสงสีอันงดงามของโรงละคร นั่นแหละอาการป่วยที่คุณเป็น ใช่ไหม”
“พฤติกรรมแบบนี้แหละที่จะฆ่าคุณในสักวัน”
“ภาครัฐเพิกเฉย”
แคโรไลน์ วอร์คเกอร์ ระบุว่า สารอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาจากงานที่มีแรงกดดันสูง ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆ ก็ตาม ทำให้คุณเสพติดความรู้สึกนั้นได้
เว็บไซต์ของบริการสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร หรือ NHS อธิบายว่า อาการบ้างาน คือการเสพติดงานจนทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อยล้า และมีผลด้านลบต่อความสัมพันธ์และชีวิตในสังคม
แม้กระนั้น สหราชอาณาจักรไม่ได้กำหนด "การบ้างาน" ว่าเป็นอาการทางการแพทย์ตามคู่มือวินิจฉัยโรคของจิตแพทย์
“หากคุณหมดไฟหรือป่วยจากการทำงาน คุณไปพบแพทย์ได้ หากคุณเจออุบัติเหตุขับรถออกนอกเส้นทางเพราะเหนื่อยล้า คุณไปพบแพทย์ได้ ถ้าคุณเป็นโรคหัวใจคุณก็ไปพบแพทย์ได้... แต่ถ้าคุณบ้างาน กลับทำไม่ได้ ฉันคิดว่า ภาครัฐเพิกเฉยกับปัญหานี้” วอร์คเกอร์ กล่าว
นิค แฮตเตอร์ ผู้แนะนำการใช้ชีวิต หรือ ไลฟ์โค้ช จากเมืองบริสตอล และทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มคนบ้างาน เล่าจากประสบการณ์ว่า การบ้างานนั้น “มักเกิดจากความกลัวความไม่พอ ทำหนักไม่พอ และดีไม่พอ”
นอกจากนี้ ความไม่มั่นคงทางการเงินก็เป็นปัจจัยทำให้ผู้คนรู้สึกอยากจะทำงานให้หนักขึ้นด้วย
ยกตัวอย่าง “ธนาคารอาหารของสหราชอาณาจักร มีคนเข้าไปใช้บริการมากขึ้น สะท้อนว่า ผู้คนรู้สึกไม่มั่นคงทางการเงิน หากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น เราก็จะพบคนบ้างานมากขึ้น” เขากล่าว
ลี เฟอร์นันเดส นักบำบัดชั้นนำของกลุ่มบำบัดการเสพติดแห่งสหราชอาณาจักร ระบุว่า นายจ้างควรใส่ใจไม่ให้พนักงานทำงานหนักเกินไปด้วย
“แน่นอนว่า นายจ้างอยากได้งานจากพนักงานให้มากที่สุด... แต่พนักงานที่ทำงานหนักไป ก็หมดไฟเร็วเท่านั้น” เขากล่าว
เฟอร์นันเดส ยังอธิบายว่า ลักษณะความบ้างาน ยังแสดงอาการที่แตกต่างกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิงด้วย
“ถ้าเป็นผู้หญิง มันอาจเกิดจากที่คุณไม่ได้อยู่ในออฟฟิศนานเท่าผู้ชาย คุณเลยรู้สึกว่าต้องทำงานในทุกโอกาสที่เป็นไปได้”
กลุ่มคนบ้างานที่เปิดเผยเรื่องราวกับบีบีซี หลายคนรู้สึกตรงกันว่า มีผู้หญิงเข้าร่วมการบำบัดมากกว่าผู้ชาย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ “ผู้ชายไม่กล้าเปิดใจหรือยอมรับว่าตนเองเป็นคนบ้างาน เท่ากับผู้หญิง” เฟอร์นันเดส อธิบาย
โฆษกของกลุ่มผู้เสพติดงานนิรนาม ระบุว่า ทางกลุ่มมีการประชุมรายสัปดาห์ราว 20 นัดในสหราชอาณาจักร สมาชิกมีทุกเพศทุกวัย อายุน้อยสุดคือ 18 ปี ซึ่งแม้ทางองค์กรจะไม่ได้เก็บสถิติด้านสมาชิกเอาไว้ แต่ก็เห็นชัดว่า ประชาชนมาเข้าร่วมกลุ่มมากขึ้น
แต่แม้จะมีกลุ่มที่พร้อมช่วยเหลือ แต่การบำบัดฟื้นฟูเป็นกระบวนการทั้งชีวิต วอร์คเกอร์ ยอมรับว่า “ฉันยังพยายามแยกให้ออกถึงสิ่งที่ฉันทำกับตัวตนที่ฉันเป็น ฉันยังพยายามแยกให้ได้ว่า ฉันไม่ใช่งาน”










