บีบีซีตรวจสอบ โดนัลด์ ทรัมป์ ยุติสงครามมาแล้วหลายครั้งอย่างที่กล่าวอ้างจริงหรือ ?

US President Donald Trump at a podium with the White House seal on its front and a banner behind him which reads "pursuing peace".
    • Author, เจค ฮอร์ตัน และ นิค บีค
    • Role, บีบีซี เวริฟาย (BBC Verify)

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา พยายามเป็นตัวกลางยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน เขาเอ่ยเน้นย้ำถึงประวัติในการเจรจาสันติภาพของตนเอง นับตั้งแต่เริ่มต้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สอง

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์กำลังถูกกดกันจากผู้นำชาติยุโรปที่ต้องการให้เกิดข้อตกลงหยุดยิง ทรัมป์อ้างว่า "ผมยุติสงครามมาแล้ว 6 ครั้ง และดีลทั้งหมดเหล่านั้นที่ผมทำ มันไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำว่า 'หยุดยิง' เลยด้วยซ้ำ"

วันต่อมาเขาเอ่ยถึงเรื่องนี้อีกครั้ง แต่เพิ่มจำนวนเป็น "7 สงคราม"

ฝ่ายบริหารของทรัมป์กล่าวว่า "ถึงเวลาแล้ว" ที่ "ผู้นำแห่งสันติภาพ" เช่นทรัมป์ จะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โดยได้ระบุถึงบรรดา "สงคราม" ที่เขายุติลงแล้ว

บางสงครามกินระยะเวลาไม่กี่วัน แม้เป็นผลจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อยาวนาน และยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงสันติภาพดังกล่าวจะคงอยู่ยาวนานหรือไม่

ทรัมป์ยังใช้คำว่า "หยุดยิง" หลายครั้ง เมื่อพูดถึงสงครามเหล่านี้บนสื่อสังคมออนไลน์ของเขาที่ชื่อว่า ทรูธ โซเชียล (Truth Social)

บีบีซี เวริฟาย (BBC Verify) ได้ตรวจสอบเหตุความขัดแย้งเหล่านั้นเพื่อดูว่าประธานาธิบดีทรัมป์สมควรได้รับเครดิตว่าเป็นผู้ที่ยุติความขัดแย้งต่าง ๆ ได้มากน้อยเพียงใด

กรณีอิสราเอลกับอิหร่าน

ความขัดแย้งในระยะเวลา 12 วันเริ่มต้นขึ้นเมื่ออิสราเอลโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.

ทรัมป์ยืนยันว่าเขาได้รับแจ้งจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก่อนการโจมตีจะเริ่มต้นขึ้น

สหรัฐฯ เองก็โจมตีโรงนิวเคลียร์ของอิหร่านด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ถูกมองอย่างกว้างขวางว่านำไปสู่การสิ้นสุดความขัดแย้งอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ทรัมป์โพสต์ว่า "อิหร่านจะเริ่มหยุดยิงใน 12 ชั่วโมง ส่วนอิสราเอลจะเริ่มหยุดยิงภายใน 24 ชั่วโมง ถือได้ว่าสงคราม 12 วันยุติลงอย่างเป็นทาการ ซึ่งทั่วโลกจะแสดงความยินดี"

หลังการสู้รบสิ้นสุดลง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ยืนยันว่าประเทศของเขาได้รับ "ชัยชนะอย่างเด็ดขาด" โดยไม่ได้กล่าวถึงการหยุดยิง

ด้านอิสราเอลแสดงท่าทีว่าอาจโจมตีอิหร่านอีกครั้ง เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามครั้งใหม่

"ไม่มีข้อตกลงเกี่ยวกับสันติภาพที่ถาวร หรือวิธีการติดตามโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านในอนาคต" ไมเคิล โอแฮนลอน นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยบรูกกิงส์ กล่าว

"ดังนั้น สิ่งที่เรามีคือการหยุดยิงโดยพฤตินัยมากกว่าที่จะเป็นการยุติสงคราม แต่ผมขอให้เครดิตเขาบ้าง เนื่องจากอิหร่านอ่อนแอลงด้วยฝีมือของอิสราเอล โดยสหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งมันเป็นความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์"

Iranian workers amid the debris of a building targeted in Israeli attacks in Tehran, Iran, on August 16, 2025.

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, เป้าหมายในอิหร่านและอิสราเอลต่างก็ถูกโจมตีในห้วงเวลา 12 วัน เมื่อเดือน มิ.ย. 2025

กรณีปากีสถานกับอินเดีย

ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ดำเนินมานานหลายปี แต่การสู้รบปะทุขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุโจมตีในแคชเมียร์ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย

หลังการปะทะดำเนินไปได้ 4 วัน ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ว่า อินเดียและปากีสถานได้ตกลงที่จะ "หยุดยิงโดยสมบูรณ์และทันที"

เขากล่าวว่านี่เป็นผลของ "การเจรจาที่ยาวนานตลอดทั้งคืนโดยสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง"

ปากีสถานกล่าวขอบคุณทรัมป์ และต่อมาได้เสนอชื่อทรัมป์ชิงรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โดยให้เหตุผลถึง "การแทรกแซงทางการทูตที่เด็ดขาด" ของทรัมป์

อย่างไรก็ตาม ทางอินเดียลดทอนการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ลง โดยนายวิกรม มีศรี รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย บอกว่า "การเจรจายุติปฏิบัติการทางทหารเกิดขึ้นโดยตรงระหว่างอินเดียและปากีสถานผ่านช่องทางที่มีอยู่ระหว่างกองทัพทั้งสอง"

กรณีรวันดาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

การสู้รบที่ยาวนานระหว่างรวันดาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกปะทุขึ้นหลังจากกลุ่มกบฏเอ็ม 23 (M23) ยึดดินแดนที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุซึ่งอยู่ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ในเดือน มิ.ย. ทั้งสองประเทศลงนามในข้อตกลงสันติภาพในกรุงวอชิงตันเพื่อยุติความขัดแย้งที่ลากยาวมาหลายทศวรรษ โดยทรัมป์กล่าวว่าเขาจะช่วยขยายการค้าระหว่างทั้งสองชาติและสหรัฐฯ

ข้อความในข้อตกลงระหว่างกันได้เรียกร้อง "การเคารพการหยุดยิง" ซึ่งทั้งรวันดาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกตกลงกันเมื่อเดือน ส.ค. 2024

M23 rebels guard a unit of surrendering Congolese police officers who will be recruited into the rebel group on February 22, 2025 in Bukavu, Democratic Republic of Congo.

ที่มาของภาพ, Getty

คำบรรยายภาพ, กลุ่มกบฏ M23 มีความเชื่อมโยงกับรวันดา

นับตั้งแต่เกิดข้อตกลงล่าสุด ทั้งสองฝ่ายกล่าวหาว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยกลุ่มกบฏ M23 ซึ่งทางสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับรวันดา ได้ออกมาขู่ว่าจะถอนตัวออกจากการเจรจาสันติภาพ

"ยังคงมีการสู้รบระหว่างคองโกและรวันดา ดังนั้นการหยุดยิงจึงไม่เคยเกิดขึ้นจริง ๆ" มาร์กาเร็ต แมคมิลแลน ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าว

กรณีไทยกับกัมพูชา

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ทรัมป์โพสต์บนทรูธ โซเชียล ว่า "ผมกำลังเรียกร้องให้รักษาการนายกรัฐมนตรีของไทย หยุดยิงและยุติสงครามที่กำลังดำเนินอยู่เดี๋ยวนี้"

ไม่กี่วันต่อมา ทั้งสองประเทศตกลง "หยุดยิงทันทีและไม่มีเงื่อนไข" หลังเกิดการปะทะบริเวณชายแดนไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์

มาเลเซียเป็นตัวกลางจัดให้มีการเจรจาสันติภาพ ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่าจะหยุดเจรจาเรื่องมาตรการภาษีจนกว่าทั้งไทยและกัมพูชาจะหยุดสู้รบ ซึ่งทั้งสองประเทศต่างต้องพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงเพื่อลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนร่วมกัน

กรณีอาร์มีเนียและอาเซอร์ไบจาน

ผู้นำของทั้งสองประเทศกล่าวว่าทรัมป์ควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ สำหรับความพยายามในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพซึ่งประกาศขึ้นที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 8 ส.ค.

"ผมคิดว่าเขาควรได้รับเครดิตสำหรับกรณีนี้ พิธีลงนามในห้องทำงานรูปไข่อาจผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายเดินไปสู่สันติภาพได้" โอแฮนลอน กล่าว

ในเดือน มี.ค. รัฐบาลทั้งสองประเทศกล่าวว่าพวกเขาพร้อมที่จะยุติความขัดแย้งซึ่งดำเนินมาเกือบ 40 ปี โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่สถานะของภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค

เหตุสู้รบที่รุนแรงเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ก.ย. 2023 เมื่ออาเซอร์ไบจานเข้ายึดพื้นที่ ซึ่งชาวอามีเนียจำนวนมากอาศัยอยู่

US President Donald Trump joins hands with Azerbaijani President Ilham Aliyev and Armenian Prime Minister Nikol Pashinyan during a signing ceremony in the State Dining Room of the White House on August 8, 2025 in Washington, DC.

ที่มาของภาพ, Getty

คำบรรยายภาพ, ในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ทรัมป์เป็นเจ้าภาพต้อนรับประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจานและนายกรัฐมนตรีอาร์มีเนียที่ทำเนียบขาว

กรณีอียิปต์กับเอธิโอเปีย

ที่นี่ไม่มี "สงคราม" ให้ประธานาธิบดีทรัมป์ยุติ แต่มีความตึงเครียดเกี่ยวกับเขื่อนในแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นประเด็นกันมานานแล้ว

เขื่อนแกรนด์เอธิโอเปียนเรเนอซองส์สร้างเสร็จสมบูรณ์ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยทางอียิปต์โต้แย้งว่ามันอาจส่งผลกระทบต่อแม่น้ำไนล์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอียิปต์กล่าวเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ว่าการเจรจากับเอธิโอเปียหยุดชะงักลง

ด้านทรัมป์กล่าวว่า "หากผมเป็นอียิปต์ ผมคงต้องการน้ำในแม่น้ำไนล์" โดยเขาให้คำมั่นว่าสหรัฐฯ จะแก้ไขปัญหานี้โดยไว

ขณะที่อียิปต์เองก็ตอบรับท่าทีของทรัมป์ แต่เจ้าหน้าที่ของเอธิโอเปียบอกว่าพวกเขาเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น

ในตอนนี้ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการระหว่างอียิปต์และเอธิโอเปีย เพื่อแก้ไขปัญหานี้

กรณีเซอร์เบียกับคอซอวอ

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ทรัมป์อ้างว่าตนเองได้ป้องกันการปะทุของสงครามระหว่างสองฝ่าย โดยกล่าวว่า "เซอร์เบียกับคอซอวอกำลังจะทำสงครามซึ่งจะเป็นสงครามครั้งใหญ่ ผมบอกว่าถ้าอยากทำก็ทำเลย แต่จะไม่มีการค้ากับอเมริกา พวกเขาเลยบอกว่า โอเค งั้นเราไม่ทำก็แล้วกัน"

ทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทมาอย่างยาวนานอันเป็นมรดกตกทอดตั้งแต่สมัยสงครามบอลข่านในช่วงทศวรรษที่ 1990 โดยความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

"เซอร์เบียและคอซอวอไม่ได้ต่อสู้หรือยิงกัน ดังนั้นนี่มันไม่ใช่สงครามที่จะยุติลง" ศ.แมคมิลแลน จากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าว

ด้านทำเนียบขาวชี้ให้เราเห็นถึงความพยายามทางการทูตของทรัมป์ในสมัยแรกของเขาด้วย ซึ่งพบว่าทั้งสองประเทศได้ลงนามข้อตกลงทางเศรษฐกิจในระดับปกติระหว่างกันภายในห้องทำงานรูปไข่กับประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อปี 2020 แต่ในตอนนั้นพวกเขายังไม่ได้ทำสงคราม

รายงานเพิ่มเติมโดย ปีเตอร์ มไว, ชรูตี เมนอน, และ อีฟ เวบสเตอร์