ข้อตกลงหยุดยิงจะยุติสงครามของอิสราเอลในกาซาได้หรือไม่ ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
มีความเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา จากทั้งทางฝ่ายอิสราเอลและฮามาส
คาดการณ์ว่านายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กำลังหารือกับคณะรัฐมนตรีความมั่นคงของเขา เกี่ยวกับข้อเสนอการพักรบกับฮามาส แต่การหยุดยิงนี้จะยุติความขัดแย้งในฉนวนกาซาได้ถาวร หรือเพียงชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น ?
การหยุดยิงหมายถึงอะไร ?
จากข้อมูลของสหประชาชาติ ไม่มีคำจำกัดความเดียวและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลสำหรับคำว่า “หยุดยิง” แต่ว่าคำนี้จะมาจากคำสั่งทางทหาร ซึ่งตรงข้ามกับคำว่า “เปิดฉากยิง”
คำว่า “หยุดยิง” อาจหมายถึงอะไรก็ตามที่คู่ตรงข้ามในสงครามใช้สำหรับการเจรจาต่อรองของพวกเขา โดยบางครั้งมันอาจถูกเรียกว่า “การพักรบ” หรือ “การสงบศึก” ก็ได้
อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติกล่าวว่า มีความแตกต่างระหว่างคำว่า “หยุดยิง” และ “การยุติการสู้รบ” โดยคำหลังมีแนวโน้มที่จะเป็นข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการเพื่อยุติการต่อสู้ ขณะที่คำว่า “หยุดยิง” จะค่อนข้างมีความเป็นทางการมากกว่า และมีการระบุรายละเอียดต่าง ๆ ในข้อตกลงดังกล่าว เช่น
- วัตถุประสงค์ของการหยุดยิง
- กระบวนการทางการเมืองที่จะตามมา
- จะมีผลบังคับเมื่อไร
- พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้
นอกจากนี้ อาจมีการระบุกิจกรรมทางทหารที่อนุญาตให้ทำได้ และกิจกรรมใดที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงกำหนดให้มีการตรวจสอบว่าการหยุดยิงเป็นไปตามข้อตกลงหรือไม่

ที่มาของภาพ, Getty Images
ยกตัวอย่างเช่น ในสงครามการเมืองของไลบีเรียยุติลงได้ในปี 1993 เมื่อรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติซึ่งเป็นรัฐบาลชั่วคราวได้ทำข้อตกลงกับแนวร่วมผู้รักชาติแห่งไลบีเรีย (National Patriotic Front of Liberia) และ ขบวนการปลดปล่อยไลบีเรียเพื่อประชาธิปไตย (United Liberation Movement of Liberia for Democracy)
ทั้งสองฝ่ายตกลงยุติการนำเข้าอาวุธและกระสุน ไม่เปลี่ยนแปลงหรือโจมตีตำแหน่งทางทหาร ไม่ยุยงให้เกิดการสู้รบเพิ่มเติม และไม่ใช้ทุ่นระเบิดหรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบ
การหยุดยิงเป็นข้อตกลงชั่วคราวหรือถาวร ?
สหประชาชาติบอกว่ามันสามารถเป็นไปได้ทั้ง 2 แนวทาง บางครั้งคู่ขัดแย้งในสงครามบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวหรือข้อตกลงเบื้องต้น ซึ่งอาจช่วยลดความรุนแรงหรือบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรมได้
เมื่อครั้งที่อิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธที่นำโดยฮามาสตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างวันที่ 24 – 30 พ.ย. 2023 ทางกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 105 คน เพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ประมาณ 240 คน
ข้อตกลงเบื้องต้นสำหรับการหยุดยิง อาจส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดการเจรจาและช่วยปูทางให้เกิดการหยุดยิงแบบถาวรหรือการหยุดยิงขั้นสุดท้ายมากยิ่งขึ้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในเดือน มิ.ย. 2000 เอธิโอเปียและรัฐเอริเทรียได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อระงับความขัดแย้ง เพื่อให้เกิดการเจรจาหยุดยิงขั้นสุดท้ายได้ ต่อมาพวกเขาสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ในเดือน ธ.ค. ปีเดียวกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงแอลเจียรส์ (Algiers Agreement) เพื่อยุติสงครามของพวกเขา
แต่อย่างไรก็ตาม สงครามอาจดำเนินต่อไปได้ อันเนื่องมาจากการข้อตกลงหยุดยิงที่ล้มเหลวหรือเปราะบาง
ช่วงปี 1978, 1981 และ 1982 ทางสหประชาชาติเคยพยายามเจรจาให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้งเพื่อยุติสงครามการเมืองในเลบานอน แต่สุดท้ายแล้วก็เกิดการต่อสู้ปะทุขึ้นหลังการเจรจาแต่ละครั้ง ส่งผลให้สงครามซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 1975 สิ้นสุดลงได้ในปี 1990
ในบางกรณี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย อาจมองหาข้อตกลงหยุดยิงเบื้องต้นเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของกำลังพลภาคพื้นดิน
การหยุดยิงขั้นสุดท้าย (หรือถาวร) มักเกิดขึ้นหลังคู่ขัดแย้งในสงครามสามารถเจรจาสันติภาพได้สำเร็จ ด้วยเหตุนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจึงมักเกี่ยวข้องกับการปลดอาวุธหรือถอนกำลังทหาร

ที่มาของภาพ, Getty Images
ยกตัวอย่างเช่น ในปี 1998 เกิดข้อตกลงกู๊ดฟรายเดย์ (Good Friday Agreement) ในไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งฝ่ายกองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์เฉพาะกาล (Provisional IRA) และกลุ่มผู้ภักดีได้ตกลงวางอาวุธ “ที่เกินการใช้งาน” ของพวกเขาลง
ข้อตกลงดังกล่าวยังประกอบด้วยข้อสัญญาที่มีจุดประสงค์ส่งเสริมสันติภาพและความสามัคคีในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เช่น การรักษาพรมแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ให้เปิดกว้างเพื่อการค้าที่ราบรื่นและปลอดภาษี
การหยุดยิงแบบจำกัดมีกี่ประเภท ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
อิสราเอลและกลุ่มฮามาสเรียกการหยุดยิงชั่วคราวเมื่อ พ.ย. 2023 ว่าเป็น “การหยุดเพื่อมนุษยธรรม (humanitarian pause)” ซึ่งบางครั้งใช้เพื่อลดความรุนแรงจากการสู้รบ หรือเพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรม
ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลซูดานตกลงหยุดยิงกับกลุ่มติดอาวุธ 2 กลุ่ม ได้แก่ ขบวนการปลดปล่อยซูดาน (Sudan Liberation Movement) และ ขบวนการความยุติธรรมและความเสมอภาค (Justice and Equality Movement) อันส่งผลให้การสู้รบในภูมิภาคดาร์ฟูยุติไป 45 วัน เอื้อให้องค์กรต่าง ๆ ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้กับประชาชน
ในปี 2004 หลังจากอินโดนีเซียถูกสึนามิพัดถล่ม ทั้งรัฐบาลอินโดนีเซียและขบวนการปลดปล่อยอาเจะห์ได้ประกาศหยุดยิง เพื่อให้สามารถเกิดการส่งมอบความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่พวกเขากำลังสู้รบกันได้
นอกจากนี้ ข้อตกลงอาจยุติการสู้รบในบางพื้นที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งเรียกว่าการหยุดยิงทางภูมิศาสตร์ โดยในปี 2018 สหประชาชาติได้เป็นตัวกลางที่ทำให้เกิดข้อตกลงระหว่างรัฐบาลเยเมนและกลุ่มฮูตี เพื่อปกป้องประชาชนในท้องถิ่นจากการสู้รบรอบท่าเรือทะเลแดงในเมืองอัลฮุไดดะห์











