ทำไมคนไต้หวันจึงยอมพลีชีพปกป้องยูเครน

Tseng Sheng-guang died last month while fighting in Ukraine's Foreign Legion

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจิง เซิ่งกวง คือชาวไต้หวันคนแรกที่เสียชีวิตจากการสู้รบในสงครามครั้งนี้
    • Author, โซฟี วิลเลียมส์
    • Role, บีบีซี นิวส์

ที่โบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองลวิฟทางตะวันตกของยูเครน แม่ของ เจิง เซิ่งกวง ทอดสายตามองหน้าลูกชายที่นอนอยู่ในหีบศพเป็นครั้งสุดท้าย 

เธอและคนในครอบครัว รวมทั้งชาวยูเครนจำนวนหนึ่งที่ต้องการร่วมไว้อาลัยให้แก่ชายที่ยอมสละชีพปกป้องอธิปไตยของประเทศที่เขาไม่เคยเยือนมาก่อน 

“เซิ่งกวงลูกชายของแม่ แม่อยากให้รู้ว่าลูกกล้าหาญมาก...ลูกจะเป็นลูกของแม่ตลอดไป และแม่ภูมิใจในตัวลูก” แม่ผู้เศร้าโศกกล่าว 

เจิง เซิ่งกวง ร่วมรบในกองพันนานาชาติพิทักษ์ดินแดนแห่งยูเครน (The International Legion of Territorial Defence of Ukraine) ตอนที่เขาเสียชีวิตในการสู้รบที่เมืองลีมาน ทางภาคตะวันออกของยูเครน เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เขาคือชาวไต้หวันคนแรกที่เสียชีวิตจากการสู้รบในสงครามครั้งนี้ 

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ออกแถลงการณ์ต่อการเสียชีวิตของเจิง เซิ่งกวง ว่า เขาได้ “สละชีพในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของยูเครน” 

หลังจากรัสเซียยกทัพเข้ารุกรานยูเครนก็มีชาวต่างชาติหลายพันคนเดินทางไปช่วยรบให้ยูเครน ในจำนวนนี้รวมถึงชาวไต้หวันกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 10 คน

การที่ยูเครนถูกเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่อย่างรัสเซียเข้ารุกรานทำให้เกิดความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนไต้หวันจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญภัยคุกคามจากจีนที่มองว่าไต้หวันคือมณฑลหนึ่งของตน และจะใช้กำลังทหารเข้ายึดครองหากจำเป็น 

ความตึงเครียดข้ามช่องแคบไต้หวันทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงไทเป เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้แก่รัฐบาลจีนที่ตอบโต้ด้วยการจัดซ้อมรบใหญ่รอบเกาะไต้หวัน 

แซมมี ลิน ซึ่งได้รู้จักกับเจิง เซิ่งกวง ทางออนไลน์เล่าว่า เพื่อนของเขาคนนี้กังวลว่าสักวันหนึ่งไต้หวันอาจต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับยูเครน 

“ผมจำได้ว่าเขาบอกเพื่อน ๆ ว่า เขาไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้ในขณะที่ชาวยูเครนกำลังถูกรัสเซียทำร้ายและเข่นฆ่า” แซมมี ลิน เล่าพร้อมระบุว่า เจิง เซิ่งกวง คือ “หนึ่งในคนรักความถูกต้องมากที่สุด” ที่เขาเคยพบมา

Tseng Sheng-guang's mother travelled to Ukraine to pick up her son's remains

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, แม่ของ เจิง เซิ่งกวง เดินทางไปยูเครนเพื่อรับร่างลูกชายกลับบ้าน

ไต้หวันกำหนดให้ชายหนุ่มร่างกายสมบูรณ์ทุกคนต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ทำให้ผู้ผ่านการเกณฑ์ทหารที่ว่านี้มีสิทธิเข้าร่วมกองพันทหารนานาชาติของยูเครน 

แจ็ค เหยา วัย 28 ปี คือหนึ่งในผู้ตัดสินใจเข้าร่วมรบให้ยูเครน โดยเดินทางถึงยูเครน 3 วันหลังจากประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เรียกร้องให้ชาวต่างชาติเข้าเป็นทหารอาสาต่อสู้การรุกรานจากรัสเซีย

เขาเล่าให้บีบีซีฟังว่า “ผมติดตามสถานการณ์มาตั้งแต่ปีก่อน โดยเฉพาะช่วงที่รัสเซียระดมกำลังทหารและรถถังไปประจำการที่พรมแดนยูเครน ไม่มีใครเชื่อว่าสงครามจะปะทุขึ้นจริง” 

“สถานการณ์ในไต้หวันกับที่ยูเครนเหมือนกันมาก ผมคิดว่าจะช่วยเหลือยูเครนได้อย่างไรบ้าง” 

แจ็ค เหยา เข้าร่วมกองพันต่างชาติจอร์เจีย มีภารกิจลาดตระเวนและต่อสู้ระยะประชิด ตอนที่เขาเดินทางถึงเป็นช่วงที่กองทัพรัสเซียพยายามบุกยึดกรุงเคียฟ การต่อสู้ที่ดุเดือดทำให้เขาได้เห็นเพื่อนร่วมทีมเสียชีวิตไปหลายคน 

ในช่วงที่ยากลำบากนี้เอง แจ็ค เหยา ได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องไต้หวันกับสมาชิกในหน่วย 

“ชายคนหนึ่งเคยอาศัยในไต้หวัน 2 ปี และรู้สถานการณ์ที่นั่นดี ไต้หวันกับยูเครนเปรียบเสมือนพี่น้อง...พวกเขาบอกผมว่าห้ามผมตายอยู่ที่นี่ เพราะผมต้องกลับไปปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนของผม”

Jack Yao - seen here in Poland - signed up to fight in Ukraine just three days after President Zelensky invited people to join its military

ที่มาของภาพ, Jack Yao

คำบรรยายภาพ, แจ็ค เหยา เดินทางจากไทเปไปโปแลนด์ก่อนจะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงยูเครน

หลังจากนั้น แจ็ค เหยา ได้ตัดสินใจเดินทางกลับไต้หวัน และทำธุรกิจร้านกาแฟของตัวเอง ส่วนคนที่เหลืออยู่ยังสู้รบต่อไป

ในวิดีโอขององค์กรการกุศลยูเครน ชาวไต้หวัน 2 คน เล่าถึงเหตุผลที่พวกเขาร่วมการสู้รบครั้งนี้ 

“เหตุผลหลักที่พวกเรามายูเครนคือเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้ชาวยูเครน” พวกเขากล่าวพร้อมกับชูธงไต้หวัน 

“พวกเรากลัวว่าถ้ารัสเซียชนะสงคราม จีนจะทำแบบเดียวกันกับไต้หวัน ดังนั้นพวกเราจึงมายูเครนเพื่อสละชีวิตและเสรีภาพของเราแลกกับความปลอดภัยของผู้คนที่นี่” 

ขณะที่ หลี่ เฉิงหลิง ชาวไต้หวันอีกคนมีเหตุผลที่ต่างออกไป โดยในการให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวบีบีซีแผนกภาษาจีนเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาเขาเล่าว่าไปร่วมรบให้ยูเครนเพราะอยาก “มีชีวิตที่น่าจดจำ” 

เขาบอกว่า หากไต้หวันถูกรุกราน เขาจะเข้าร่วมรบหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับท่าทีของรัฐบาลไต้หวันและสหรัฐฯ

ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวย้ำว่าสหรัฐฯ จะปกป้องไต้หวันหากถูกจีนโจมตี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ มีนโยบายอย่างเป็นทางการที่เรียกว่า "ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์” ซึ่งไม่ให้คำมั่นสัญญาที่จะปกป้องไต้หวัน แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้เรื่องนี้ 

เมื่อเดือน พ.ย.นายไบเดนกล่าวว่า เขาไม่เชื่อว่าภัยที่จีนจะรุกรานไต้หวันจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ หลังจากได้พบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแบบตัวต่อตัวในระหว่างการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ จี20 ที่เกาะบาหลี 

ส่วนคนไต้หวันทั่วไปมีความคิดเห็นแตกต่างกันไปถึงความเป็นไปได้เรื่องการถูกจีนเข้ารุกราน 

พอล หวง จาก Taiwan Public Opinion Forum กล่าวว่า การสำรวจความคิดเห็นคนไต้หวันพบข้อบ่งชี้ที่น่าสนใจว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้สึกวิตกกังวลเรื่องนี้ 

อย่างไรก็ตาม หากเกิดสงครามขึ้นจริง คนไต้หวันส่วนใหญ่คิดว่าไต้หวันไม่น่าจะต้านทานกองทัพจีนได้นานเท่ากับที่ยูเครนต้านทานกองทัพรัสเซีย 

แม้จะโศกเศร้าที่ต้องสูญเสียลูกชายไป แต่แม่ของ เจิง เซิ่งกวง บอกว่าการตัดสินใจของลูกชายในการต่อสู้ร่วมกับชาวยูเครนช่วยให้เธอพอทำใจได้ 

“การได้รู้ว่าในห้วงเวลาสุดท้ายในชีวิตเจิง เซิ่งกวง เขาได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่านักรบผู้กล้า ซึ่งคอยช่วยเหลือกันและกันทั้งยามเป็นและยามตาย แม้จะเจ็บปวด แต่ฉันก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก” เธอกล่าว