จีน-ไต้หวัน ที่มาความขัดแย้ง เปรียบกำลังรบของ 2 ชาติ

- Author, เดวิด บราวน์
- Role, บีบีซี นิวส์
ทั้งจีนและไต้หวันต่างฝ่ายต่างกดดันกันและกันมากขึ้น และในปีที่ผ่านมา เครื่องบินรบของจีนได้รุกล้ำเข้าไปในเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone--ADIZ) ของไต้หวันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการรวมชาติ
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เคยกล่าวว่า "การรวมชาติ" กับไต้หวัน "ต้องสำเร็จ" และไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังเพื่อทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริง
จีนเห็นว่าไต้หวันที่ปกครองตัวเองในลักษณะมณฑลที่แยกออกไป สุดท้ายแล้วก็จะกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของจีนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ไต้หวันมองว่า ตัวเองเป็นประเทศเอกราชที่มีรัฐธรรมนูญของตัวเองและมีผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
ไต้หวันอยู่ตรงไหน
ไต้หวันเป็นเกาะ ที่อยู่ห่างจากชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนราว 100 ไมล์ หรือ ประมาณ 160 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า "แนวห่วงโซ่ของเกาะชั้นที่ 1" ซึ่งรวมถึงดินแดนที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ หลายแห่ง ที่มีความสำคัญต่อนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ

ถ้าจีนยึดไต้หวัน ผู้เชี่ยวชาญชาวตะวันตกบางคนบอกว่า อาจจะทำให้จีนมีอิสระมากขึ้นในการแสดงอำนาจในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก และอาจจะคุกคามฐานทัพทหารสหรัฐฯ ไกลถึงกวมและฮาวายได้ด้วย
แต่จีนยืนกรานเจตนาของจีนว่าใฝ่หาสันติภาพอย่างแท้จริง
ทำไมไต้หวันจึงแยกออกจากจีน
การแบ่งแยกระหว่างจีนและไต้หวันเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีการสู้รบขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ระหว่างกองกำลังรัฐบาลชาตินิยมและพรรคคอมมิวนิสต์
พรรคคอมมิวนิสต์เป็นฝ่ายชนะในปี 1949 และเหมา เจ๋อตุง ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ เข้ายึดกรุงปักกิ่ง
ขณะที่พรรคชาตินิยม หรือที่รู้จักกันในชื่อ ก๊กมินตั๋ง ต้องระเห็จไปไต้หวัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
พรรคก๊กมินตั๋งเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่สำคัญที่สุดของไต้หวันนับตั้งแต่นั้นมา โดยได้ปกครองเกาะไต้หวันเป็นช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์
ปัจจุบัน มีเพียง 13 ประเทศ (ไม่รวมสำนักวาติกัน) ที่ยอมรับไต้หวันว่าเป็นประเทศอธิปไตย
จีนพยายามกดดันทางการทูตประเทศอื่น ๆ ไม่ให้ยอมรับไต้หวัน หรือไม่ให้ทำอะไรที่สื่อได้ว่าเป็นการยอมรับ
รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของไต้หวัน กล่าวว่า ความสัมพันธ์กับจีนร้าวฉานที่สุดในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา
ไต้หวันป้องกันตัวเองได้หรือไม่
จีนอาจพยายามใช้วิธีการต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ทางทหารในการทำให้การรวมชาติเกิดขึ้น อย่างการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
แต่ในกรณีที่มีการเผชิญหน้าทางทหารเกิดขึ้น กองทัพไต้หวันจะด้อยไปเลยเมื่อเทียบกับจีน
จีนใช้งบประมาณด้านกลาโหมสูงกว่าทุกชาติในโลกยกเว้นสหรัฐฯ และอาจจะมีขีดความสามารถที่หลากหลายตั้งแต่ทางทะเลไปจนถึงเทคโนโลยีขีปนาวุธ เครื่องบิน และการโจมตีทางไซเบอร์
เมื่อพิจารณาจำนวนบุคลากรที่ยังประจำการอยู่ ก็จะพบว่ากองทัพของสองฝ่ายไม่สมดุลกันเลย

ในความขัดแย้งซึ่งเป็นที่รับรู้กันนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากตะวันตกบางส่วนทำนายว่า สิ่งที่ไต้หวันอาจจะทำได้ดีที่สุดก็คือพยายามชะลอการโจมตีของจีน และพยายามป้องกันไม่ให้กองกำลังสะเทินน้ำสะเทินบกของจีนยกพลขึ้นฝั่ง และใช้ยุทธวิธีโจมตีแบบกองโจรในระหว่างที่ไต้หวันรอคอยความช่วยเหลือจากภายนอก
ความช่วยเหลือนั้นอาจจะมาจากสหรัฐฯ ซึ่งขายอาวุธให้ไต้หวัน แม้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะมีนโยบาย "ความคลุมเครือทางยุทธศาสตร์" ที่ไม่แสดงออกชัดเจนว่าจะส่งทหารเข้าแทรกแซงเพื่อปกป้องไต้หวันหากถูกจีนโจมตี
ในทางการทูต ปัจจุบัน สหรัฐฯ ยึดมั่นในนโยบาย "จีนเดียว" (One-China policy) ซึ่งยอมรับรัฐบาลจีนเดียวในกรุงปักกิ่ง และมีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับจีน ไม่ใช่ไต้หวัน
สถานการณ์กำลังเลวร้ายลงหรือไม่
ในปี 2021 ดูเหมือนจีนจะเพิ่มแรงกดดันด้วยการส่งเครื่องบินทหารเข้าไปในเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไต้หวันตั้งขึ้นเพื่อจับตามอง ควบคุม และบ่งชี้เครื่องบินต่างชาติ เพื่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ไต้หวันได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องบินที่รุกล้ำเข้ามาเขตนี้ในปี 2020
และพบว่ามีการรุกล้ำเข้ามามากที่สุดในเดือน ต.ค. 2021 โดยมีการรุกล้ำ 56 ครั้ง ในวันเดียว

ทำไมไต้หวันจึงมีความสำคัญต่อประเทศอื่น ๆ ในโลก
เศรษฐกิจของไต้หวันมีความสำคัญอย่างยิ่ง
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้กันในโลกทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ไปจนถึงแล็ปท็อป นาฬิกา และเกม ต่างใช้ชิปคอมพิวเตอร์ที่ผลิตในไต้หวัน
จากการประเมินพบว่าบริษัทผลิตสารกึ่งตัวนำไต้หวัน (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company--TSMC) เพียงบริษัทเดียวครองส่วนแบ่งเกินกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดโลก

TSMC เป็นบริษัทที่ผลิตชิปในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีมูลค่าเกือบ 1 แสนล้านดอลลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท) ในปี 2021
การเข้าครอบครองไต้หวันของจีน อาจจะทำให้รัฐบาลจีนควบคุมหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดในโลกได้ส่วนหนึ่ง
ชาวไต้หวันกังวลใจหรือไม่
แม้ว่าจะมีความตึงเครียดระหว่างจีนและไต้หวัน แต่ผลสำรวจพบว่า ชาวไต้หวันจำนวนมากไม่ได้มีความกังวลมากนัก
ในเดือน ต.ค. มูลนิธิมติมหาชนไต้หวัน (Taiwan Public Opinion Foundation) ได้สอบถามประชาชนว่า คิดว่าท้ายที่สุดแล้ว จะเกิดสงครามกับจีนหรือไม่
เกือบ 2 ใน 3 (64.3%) ตอบว่า ไม่

งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งบ่งชี้ว่า ประชาชนในไต้หวันส่วนใหญ่ระบุว่า ตัวเองเป็นชาวไต้หวัน โดยยอมรับอัตลักษณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน

การสำรวจที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยเจิ้งจื้อแห่งชาติ (National Chengchi University) นับตั้งแต่ต้นยุคทศวรรษที่ 1990 บ่งชี้ว่า สัดส่วนประชาชนที่ระบุว่า ตัวเองเป็นชาวจีน หรือเป็นทั้งชาวจีนและชาวไต้หวัน ลดน้อยลง โดยประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าตัวเองเป็นชาวไต้หวัน












