ฟังเหตุผลผู้เชี่ยวชาญ เหตุใด "สมุดพกผู้รับเหมา" อาจไม่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุก่อสร้างบนถนนพระราม 2

ที่มาของภาพ, thai news pix
"สมุดพกผู้รับเหมา" ถูกพูดถึงมาแล้วหลายครั้งจากปากของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างบนถนนสำคัญ ๆ โดยเฉพาะถนนพระราม 2 ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายนี้หลายครั้ง
กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ตลอดเส้นทางการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของนายสุริยะ ทั้งในยุคนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน และต่อมาจนถึงรัฐบาลยุคนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ก็มีทั้งคำยืนยันจากรัฐมนตรีผู้นี้ และการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจะออกมาตรการตามแนวคิดนี้
แต่จนถึงปัจจุบันมาตรการดังกล่าวยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ แม้อุบัติเหตุจากการก่อสร้างถนนพระราม 2 จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยนายสุริยะเปิดเผยล่าสุดเมื่อ 15 มี.ค. ที่ผ่านมา คาดว่าจะออกมาตรการได้ชัดเจนภายใน เม.ย. 2568
บีบีซีไทย ชวนย้อนดูเส้นทางของ "สมุดพกผู้รับเหมา" ว่าที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมฝากความหวังอย่างไรไว้บ้างกับมาตรการนี้
ย้อนเส้นทาง "สมุดพกผู้รับเหมา" กว่า 1 ปีที่จ่อออกมาตรการ แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้

ที่มาของภาพ, thai news pix
ธ.ค. 2566 - ม.ค. 2567: ผุดแนวคิด "สมุดพกผู้รับเหมา"
ตั้งแต่ปลายปี 2566 เพจเฟซบุ๊ก "สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย" เคยโพสต์อ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของ นายสุริยะ เมื่อ 24 ธ.ค. 2566 ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเหล็กข้ออ้อยหล่นกระแทกพื้นกระเด็นโดนศีรษะคนงาน ไซต์งานโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน สายสีม่วง ซึ่งทำให้มีคนงานเสียชีวิตในเวลาต่อมา
รมว.คมนาคม ผู้ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้เพียง 3 เดือน ในขณะนั้น เอ่ยถึงแนวคิดที่จะจัดทำ สมุดประจำตัวผู้รับเหมา หรือที่เรียกว่า "สมุดพก" เพื่อให้คะแนนและประเมินในแต่ละด้านของการดำเนินงาน หากมีการกระทำที่ไม่ถูกต้องหรือขัดต่อหลักความปลอดภัย จะมีการหักคะแนนประเมินทุกครั้งที่พบการกระทำผิด ซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาผู้เข้าร่วมประมูลโครงการต่าง ๆ ในอนาคต
โพสต์ดังกล่าวยังระบุว่า นายสุริยะจะนำมาตรการนี้ไปใช้ในทุกส่วนงานของกระทรวงคมนาคม โดยจะมีการเรียกผู้รับเหมาโครงการต่าง ๆ เข้ามารับทราบในรายละเอียดในเดือน ม.ค. 2567
กระทั่ง ต้นเดือน ม.ค. 2567 เกิดเหตุล้อประคองรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหลุดร่วงใส่รถแท็กซี่บริเวณถนนเทพารักษ์ ระหว่างสถานีทิพวัล และสถานีศรีเทพาใน จ.สมุทรปราการ รมว.คมนาคมผู้นี้ พูดถึงมาตรการสมุดพกอีกครั้ง ในการให้สัมภาษณ์สื่อขณะลงพื้นที่ ระบุว่าควรนำมาใช้กับบริษัทเดินรถด้วย เพราะมาตรการที่กระทรวงฯ สามารถดำเนินการกับผู้รับสัมปทานเดินรถในขณะนั้นได้ ตามสัญญาสามารถทำได้เพียงสั่ง "หยุดเดินรถ" ชั่วคราวโดยระบุเป็นจำนวนวันเท่านั้น
ทว่าในการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว ไม่พบการระบุถึงความคืบหน้าในการดำเนินการตามมาตรการนี้
ก.พ. - มี.ค. 2567: สั่งการกรมทางหลวงทำสมุดพกและให้ประสานกรมบัญชีกลาง
ช่วงเดือน ก.พ. 2567 อดีตนายกฯ เศรษฐา สั่งแก้ปัญหาโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 หลังมีกระแสตั้งคำถามถึงการก่อสร้างที่ไม่แล้วเสร็จ แม้ผ่านระยะเวลาแล้วหลายสิบปี
ขณะนั้นคลิปวิดีโอ "สุขชาวบ้าน" ที่ล้อเลียนการก่อสร้างบริเวณถนนพระราม 2 ตั้งแต่ช่วงกว่า 20 ปีก่อน กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง กลุ่มผู้ผลิตคลิปวิดีโอดังกล่าวย้อนกลับไปถ่ายคลิปลักษณะเดิม ล้อเลียนถนนพระราม 2 ที่จนถึงทุกวันนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จสิ้น
รมว.คมนาคม ออกมารับลูกอดีตนายกฯ เศรษฐา สั่งการให้กรมทางหลวงจัดทำสมุดพกตัดคะแนนผู้รับเหมาที่ดำเนินโครงการก่อสร้างล่าช้า ตามการรายงานของเว็บไซต์ "สยามรัฐ" เมื่อ 27 ก.พ. 2567
ต่อมาวันที่ 1 มี.ค. 2567 เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์รายงานการให้สัมภาษณ์ของ รมว.คมนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ระบุว่า "จะไปประสานกับกรมบัญชีกลาง" ในการออกมาตรการใช้สมุดพก กำกับดูแลผู้รับเหมาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้สำเร็จตามเป้าหมาย
"ท่านนายกฯ ได้พูดแล้วว่า ถ้าทำไม่ได้ต่อไปจะมีการลดระดับ จากผู้รับเหมาชั้นพิเศษลงมาเป็นผู้รับเหมาชั้นหนึ่ง ทำให้เขาไม่สามารถรับงานใหญ่ ๆ ได้ และอีกอย่างอาจมีสิ่งที่รุนแรงกว่านั้น คืออาจจะไม่ให้เขาประมูลในโครงการใหม่ ๆ ของกระทรวงคมนาคมเลย" นายสุริยะ ระบุในการให้สัมภาษณ์
จากนั้นไม่ถึงสัปดาห์ กระทรวงการคลังก็ออกเอกสารข่าว อ้างอิงการให้ข้อมูลของ นายพรชัย ฐีระเวช ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ว่ากรมบัญชีกลางอยู่ในระหว่างการ "เสนอมาตรการ" ในการควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการและเพิ่มโอกาสการแข่งขัน
โดยในการควบคุมการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ กรมบัญชีกลางจะเพิ่มหลักเกณฑ์การประเมินการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ให้หน่วยงานของรัฐสามารถระงับหรือจำกัดการยื่นข้อเสนอของผู้ประกอบการได้ หากมีผลการปฏิบัติงานล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้ ไม่สามารถปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญา หรือปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานจนส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางจะเสนอคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง โดยจะนำผลการปฏิบัติงานมาประกอบการพิจารณาในการปรับลดระดับชั้นการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง รวมทั้งเพิ่มมาตรการลงโทษ สำหรับผู้ประกอบการที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีโทษสูงสุดคือการเพิกถอนใบทะเบียน
เอกสารดังกล่าวยังอ้างอิงคำพูดของ โฆษกกระทรวงการคลัง ที่ระบุทิ้งท้ายว่า "กรมบัญชีกลางจะเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีผลใช้บังคับโดยเร็วต่อไป"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
พ.ย. - ธ.ค. 2567: สั่งหน่วยงานในสังกัด เร่งให้ความเห็นร่างระเบียบกระทรวงการคลัง
29 พ.ย. 2567 เกิดเหตุคานสะพานที่อยู่ระหว่างก่อสร้างทางยกระดับ บริเวณถนนพระราม 2 กม. 21 ถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
ขณะนั้น นายสุริยะ ก็พูดถึงการจะนำมาตรการสมุดพกมาใช้กับผู้รับเหมา โดยระบุว่า จะเร่งประสานกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อกำหนดมาตรการลดอุบัติเหตุในระหว่างงานก่อสร้างโครงการของรัฐให้เป็นรูปธรรมภายในปี 2567
ก่อนที่ในอีก 5 วันต่อมา (4 ธ.ค. 2567) เขาจะพูดถึงมาตรการนี้อีกครั้งในระหว่างการปาฐกถาพิเศษ ในงาน "Sustainability Forum 2025 : Synergizing for Driving Business" จากรายงานข่าวของกรมประชาสัมพันธ์
รายงานข่าวดังกล่าวอ้างอิงคำปาฐกถาของ รมว.คมนาคม ที่ระบุในขณะนั้นว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ร่วมกัน "เร่งพิจารณาให้ความเห็น" ต่อ "ร่างระเบียบกระทรวงการคลังในการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับเหมา" เพื่อเข้าหารือกับกรมบัญชีกลางถึงแนวทางจัดทำมาตรการสมุดพกผู้รับเหมาให้ออกมาเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
มาตรการเบื้องต้น นอกจากจะปรับเงินสูงสุดตามกฎหมายและตัดสิทธิในการเข้าร่วมประมูลงานแล้ว จะเพิ่มการ "ตัดคะแนน" ด้วย ซึ่งหากไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะพิจารณาลดชั้นผู้รับเหมา รวมถึงการถอดรายชื่อออกจากทะเบียนผู้รับเหมาที่มีสิทธิเข้าประมูลโครงการของภาครัฐทันที
ข้อมูลข่าวดังกล่าว ยังระบุถึงการให้กรอบเวลาของนายสุริยะว่าให้หน่วยงานเร่งสรุปความเห็นต่อร่างระเบียบกระทรวงการคลังภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อนำไปพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมกับกรมบัญชีกลาง หาข้อสรุปให้มีผลบังคับใช้
เม.ย. 2568: มาตรการสมุดพกผู้รับเหมาได้ฤกษ์คลอด ?
จากเหตุคานสะพานก่อสร้างทางพิเศษบนถนนพระราม 2 ทรุดตัวครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นเมื่อ 15 มี.ค. ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมากนั้น ล่าสุดนายสุริยะออกมาพูดถึง "สมุดพกผู้รับเหมา" อีกครั้ง ระบุว่าจากที่เขาได้หารือกับกรมบัญชีกลาง คาดว่ากรมบัญชีกลางจะประกาศมาตรการออกมาชัดเจนภายในเดือน เม.ย. 2568
"ทางกรมบัญชีกลางเราได้ร่วมกันทำแล้ว เมื่อกี้ผมก็สอบถามไปอีกครั้งนะครับว่า ภายในไม่เกินสิ้นเดือน เม.ย. มาตรการเหล่านั้นก็จะออกมาใช้ คือกรณีที่ว่าเกิดอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิต บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างนั้นจะต้องให้หยุดรับงาน ประมูลงานไม่ได้ ภายในสิ้นเดือน เม.ย. นี้ มาตรการนั้นจะออกมาชัดเจน" รมว.คมนาคม ระบุในการให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่
เขายังระบุว่าเตรียมจะทำ "สมุดพกผู้ควบคุมงาน" เพื่อใช้มาตรการแบบเดียวกับผู้รับเหมาด้วย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สังคมตั้งคำถามยังฝากความหวังกับสมุดพกนี้ได้หรือไม่
เสียงสะท้อนจากสังคมกลับมายังแนวความคิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับสมุดพกผู้รับเหมาเป็นไปอย่างหลากหลาย แต่ทิศทางเป็นไปในแนวทางเดียวกันคือ ไม่มั่นใจว่าจะสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาซ้ำซากนี้อย่างเป็นรูปธรรมได้หรือไม่
ผศ.ดร.อาทิตย์ เพชรศศิธร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกายภาพ สิ่งแวดล้อม และทรัพย์สิน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) บอกกับบีบีซีไทยว่า ตามหลักการของสมุดพกผู้รับเหมาเป็นการเปิดให้ผู้รับเหมามาลงทะเบียนและทางหน่วยงานรัฐบาลลงบันทึกว่า เกิดอุบัติเหตุกี่ครั้งแล้ว โดยมีเกณฑ์เริ่มต้นจากการตัดคะแนนตามจำนวนอุบัติเหตุ ไปถึง "การลดชั้น" หรือ "การลดความสามารถในการรับงานมูลค่าให้เล็กลง" และหากการก่อสร้างของผู้รับเหมารายนั้นเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากหลายครั้งไปจนถึงอุบัติเหตุร้ายแรง การดำเนินการจะถึงขั้นถอดรายชื่อออกจากทะเบียนผู้รับเหมาจนในที่สุดและไม่สามารถรับงานของราชการได้
"เมื่อพิจารณามาตรการดังกล่าว ผมมองว่าเป็นเพียงการ 'แค่บรรเทา' ความรุนแรงของเหตุการณ์ และปรามผู้รับเหมาที่ปลายเหตุมากกว่า" ผศ.ดร.อาทิตย์ กล่าว
ขณะที่ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค บอกกับบีบีซีไทยโดยเธอเห็นว่า "ไม่มีประโยชน์ เพราะในที่สุดผู้ประกอบการที่ถูกคำสั่งห้าม ก็สามารถก่อตั้งนิติบุคคลใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ควรพิจารณาตั้งแต่แรกว่า การมีศักยภาพในการก่อสร้างเพียงอย่างเดียวก็ไม่พอ ต้องมีศักยภาพในการรับประกันความปลอดภัยให้กับชุมชนหรือผู้ที่สัญจรไปมาในพื้นที่ด้วย และยังต้องรวมทั้งความปลอดภัยของคนที่ทำงานด้วย"
นอกจากนี้ เธอยังชี้ให้เห็นว่า ทางการต้องให้ความสำคัญกับการสืบสวนสอบสวน และการรายงานต่อสาธารณะ อย่าด่วนตัดสินใจว่าสาเหตุมาจากความผิดพลาดของบุคคล ควรมองให้เป็นระบบไม่เช่นนั้นจะไม่เห็นข้อผิดพลาดที่แท้จริง
"สิ่งที่สำคัญคือ ความรับผิดชอบของบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะต้องแสดงให้เห็นอย่างประจักษ์"
เธอยังเปิดเผยอีกว่า สภาองค์กรของผู้บริโภคกำลังศึกษาในเรื่องการฟ้องคดีให้กับญาติให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ สะพานพระราม 2 ถล่ม และการที่ข้อต่อทรุดตัวจนทำให้สะพานถล่ม สะท้อนถึงปัญหาในทางวิศวกรรมที่ชัดเจน หรือเกิดขึ้นจากความบกพร่องในส่วนไหน คนที่ทําให้เกิดขึ้นก็ต้องมีความรับผิดชอบ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะที่กำกับดูแลเรื่องนี้ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่สังคมต้องการให้ รมว.คมนาคม พิจารณาตัวเองจากตำแหน่ง นายสุริยะ กล่าวกับสื่อมวลชนวันที่ 17 มี.ค. ว่า สิ่งที่กระทรวงดำเนินการมาตลอด เมื่อมีมาตรการต่าง ๆ ออกมาชัดเจน รวมไปถึงการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา เชื่อว่าเรื่องความปลอดภัยจะดีขึ้นอย่างแน่นอน และยืนยันว่า การก่อสร้างถนนพระราม 2 จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ตามกำหนดการเดิมอย่างแน่นอน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
น.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคประชาชน ก็ตั้งคำถามถึงมาตรการขึ้นบัญชีผู้รับเหมาเช่นกัน โดยเธอระบุว่าเธอเห็นพูดมานานตั้งแต่ครั้งที่เกิดเหตุคานถล่มเมื่อเดือน พ.ย. 2567 แต่จนถึงทุกวันนี้ยังทำไม่สำเร็จ
"เหตุการณ์ครั้งแรกพอมันเกิดขึ้นแล้ว ท่านก็ควรไปย้ำกับข้าราชการแล้วว่า มาตรการที่ท่านคิดว่าเป็นนโยบายของท่าน มันต้องเกิดแล้ว มันต้องเห็นผลแล้ว แต่นี่ภายในประมาณ 3-4 เดือน เกิดเหตุครั้งที่ 2 ท่านก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรมาบอกได้เลยว่า มาตรการบัญชีผู้รับเหมา จัดชั้นผู้รับเหมาของท่าน มันไปถึงไหนแล้ว" น.ส.รักชนก ระบุในการให้สัมภาษณ์สื่อขณะลงพื้นที่ในวันที่ 16 มี.ค.
"มาตรการของท่าน ดิฉันสนับสนุน แต่ว่ามันเป็นการแก้ปลายเหตุ... มันไม่ได้มีแรงจูงใจอะไรให้เขาต้องป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุ เพราะว่าสุดท้ายถึงโดนลดชั้นหรือโดนปรับชั้น เขาก็สามารถใช้นอมินีหรือว่านู่นนี่นั่น แล้วก็ประมูลขึ้นมาให้อยู่ในระดับสูงแบบเดิมได้อยู่ดี" เธอระบุ
ด้าน ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก แนะให้ฉีกสมุดพกผู้รับเหมาทิ้ง
เขาระบุว่าหลังจากเกิดอุบัติเหตุการก่อสร้างมอเตอร์เวย์บนถนนพระราม 2 ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2567 ที่มีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหลายราย เขาไม่คิดว่าจะมีอุบัติเหตุจากการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 เกิดขึ้นอีก เพราะผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายมีบทเรียนมาหลายครั้ง และ รมว.คมนาคม ประกาศทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุว่าจะใช้ "มาตรการสมุดพกผู้รับเหมา"
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครผู้นี้ เปิดเผยผ่านโพสต์ดังกล่าวอีกว่า จนถึงปัจจุบันที่มีเหตุใหม่เกิดขึ้นแล้ว แต่การสอบสวนหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งล่าสุดเมื่อ 29 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมาแล้วเกือบ 4 เดือน ยังไม่แล้วเสร็จ
"ถึงเวลานี้ รมว.คมนาคม ควรพิจารณาหาข้อบกพร่องในการใช้มาตรการสมุดพกผู้รับเหมาแล้วเร่งแก้ไข แต่หากเห็นว่าใช้มาตรการนี้ไม่ได้ผล ก็ฉีกสมุดพกผู้รับเหมาทิ้งเถอะ ให้พี่น้องประชาชนหาทางป้องกันเอาเอง ซึ่งทางที่ดีที่สุดก็คือถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าผ่านถนนพระราม 2 อีกเลย" เขาทิ้งท้ายในโพสต์ดังกล่าว
แนะแก้ที่ต้นเหตุ ตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้างทุกขั้นตอนให้เข้มข้นขึ้น
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกายภาพ สิ่งแวดล้อม และทรัพย์สิน ของ สจล. เสนอว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในช่วงหลัง ๆ ที่ถนนพระราม 2 และรวมทั้งที่ลาดกระบัง ที่พบเห็นเป็นแกนของปัญหาคือ "ขั้นตอนการก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานและตามหลักวิศวกรรมที่ควรจะเป็น"
"ขั้นตอนการตรวจสอบระหว่างการก่อสร้างไม่เข้มข้นพอ ถ้ามีการตรวจสอบมาตรฐานก่อนการก่อสร้าง ผมเชื่อว่าเหตุการณ์เช่นนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นหรืออย่างน้อยก็ป้องกันได้" เขาระบุ
ความเข้มข้นที่ว่านี้ นักวิชาการด้านวิศวกรรมโยธาจาก สจล. อธิบายออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่
- ก่อนการก่อสร้างจะต้องมีการขออนุมัติขั้นตอนการก่อสร้าง โดยให้ทางผู้ว่าจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบขั้นตอนให้เป็นไปตามมาตรฐาน
- ผู้รับเหมาได้ทำตามขั้นตอนที่ว่านี้จริงหรือไม่ก่อนที่จะดำเนินการ อย่างในกรณีล่าสุดคือ การเทคอนกรีต เป็นไปตามขั้นตอนที่ขออนุมัติหรือไม่
- ก่อนการอนุมัติต้องมีการตรวจสอบแบบการก่อสร้างว่า ถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่
"อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงคือ การถอดบทเรียนที่ผ่านมา ยังไม่ได้นำบทเรียนที่เกิดขึ้นมาปรับใช้อย่างจริงจัง ผมจึงแนะนำว่า ควรจะมีหน่วยงานกลางอย่างสภาวิศวกรเข้ามาช่วยตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง แม้จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะคุ้มค่ามากกว่า ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน" ผศ.ดร.อาทิตย์ ระบุ

ที่มาของภาพ, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
สุริยะชี้แจงสาเหตุเอาผิดกับผู้รับเหมาไม่ได้
ที่ผ่านมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถเอาผิดผู้รับเหมาได้ นายสุริยะ รมว.คมนาคม อธิบายต่อสื่อมวลชนวันที่ 17 มี.ค. ว่าที่ผ่านมาเคยพยายามแล้วแต่ไม่สามารถทำได้ เพราะในสัญญาไม่มีการกำหนดข้อห้ามรับงานไว้ จึงมีความคิดจัดทำมาตรการสมุดพกขึ้นเพื่อวางแนวทางการทำงานกับผู้รับเหมาให้ได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงคมนาคมจะทบทวนเกี่ยวกับการแบ่งสัญญาการรับเหมาหรือไม่ เนื่องจากถนนพระราม 2 มีการซอยสัญญาก่อสร้างค่อนข้างมาก นายสุริยะ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการซอยสัญญา แค่ไม่กี่กิโลเมตรก็มีหลายสัญญา เช่น ถนนพระราม 2 มีถึง 14 สัญญา และบางสัญญาไม่แล้วเสร็จ ทำให้เกิดฟันหลอ ที่เหลือก็ต่อเนื่องไม่ได้ จึงสั่งการไปว่าต่อไปนี้ต้องแบ่งสัญญาเท่าที่จำเป็น จะไม่ให้มากเกินไป











