กัมพูชาส่งตัว 'เฉิน จื้อ' ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหัวหน้าขบวนการสแกมเมอร์ตัวใหญ่ให้จีน ทราบข้อมูลอะไรบ้าง ?

    • Author, ไซมอน เฟรเซอร์
    • Role, บรรณาธิการข่าวเอเชีย เว็บไซต์ข่าวบีบีซี

ทางการกัมพูชาเปิดเผยว่าได้ส่งตัวนักธุรกิจพันล้านที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการหลอกลวงผ่านการลงทุนในสกุลเงินคริปโตครั้งใหญ่ให้กับจีนแล้ว โดยอาชญากรรมนี้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ที่ถูกกักขังอยู่ในกลุ่มอาคารและถูกบังคับใช้แรงงานเพื่อฉ้อโกงเหยื่อทั่วโลก

กัมพูชาระบุว่าหลังการสืบสวนอาชญากรรมข้ามชาติมาเป็นเวลาหลายเดือน พวกเขาได้จับกุมชาวจีน 3 คนเมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ผ่านมา และหนึ่งในนั้นคือเฉิน จื้อ

เดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ทางการสหรัฐอเมริกาตั้งข้อหาว่าชายวัย 37 ปีและมีบ้านเกิดในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีนผู้นี้ว่าดำเนินการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตจากประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้มีผู้สูญเสียเงินคริปโตมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ยังยึดบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 448,000 ล้านบาท) ที่อ้างว่าเป็นของเขา ขณะที่สหราชอาณาจักรก็ได้คว่ำบาตรกลุ่มบริษัท ปรินซ์กรุ๊ป (Prince Group) ซึ่งเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ระดับโลกของเขาด้วย

อัยการของสหรัฐฯ กล่าวว่านี่เป็นหนึ่งในการโค่นล้มทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นการยึดบิตคอยน์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

บีบีซีได้ติดต่อไปยังปรินซ์กรุ๊ปเพื่อขอความเห็นในขณะนั้น โดยก่อนหน้านี้กลุ่มบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในกัมพูชาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงใด ๆ

เว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าธุรกิจของกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปประกอบด้วยการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การเงิน และธุรกิจบริการผู้บริโภค

นับตั้งแต่เฉิน จื้อ ถูกสหรัฐฯ ตั้งข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว พิกัดสถานที่อยู่ของเขาก็ยังไม่ชัดเจน

แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (7 ม.ค.) ทางการกัมพูชากล่าวว่าได้ "จับกุมชาวจีน 3 คน ได้แก่ เฉิน จื้อ, สวี่ จีเหลียง และ เชา จีฮุย แล้วได้ส่งตัว [พวกเขา] ให้แก่สาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว" ทว่าแถลงการณ์ของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาไม่ได้ระบุว่าเฉิน จื้อ ถูกควบคุมตัวที่ใด

มหาเศรษฐีผู้ลึกลับรายนี้เคยสละสัญชาติจีนของตนเพื่อมาเป็นพลเมืองกัมพูชาในปี 2014 แต่สัญชาติกัมพูชาที่เขาถือก็ถูกเพิกถอนจากประกาศพระราชกฤษฎีกาของกัมพูชาเมื่อเดือนที่แล้ว

จากการประเมินของสหประชาชาติระบุว่ามีคนหลายแสนคนถูกค้ามนุษย์ไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหลายรายถูกนำไปกัมพูชา เนื่องจากถูกล่อลวงด้วยคำสัญญาว่าจะได้งานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนจะถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ออนไลน์

ผู้คนเหล่านี้ถูกกักขังไว้โดยไม่สมัครใจ และถูกบังคับให้ฉ้อโกงเหยื่อออนไลน์ภายใต้การข่มขู่ลงโทษหรือทรมาน โดยผู้ที่ติดอยู่ในนั้นส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และเป้าหมายของการหลอกลวงก็เป็นผู้คนในจีนเช่นกัน

ทางการจีนยังสืบสวนปรินซ์กรุ๊ปอย่างเงียบ ๆ อย่างน้อยก็นับตั้งแต่ปี 2020 โดยบริษัทถูกกล่าวหาว่าดำเนินการฉ้อโกงทางออนไลน์ในหลายคดีความ

สำนักความมั่นคงสาธารณะของกรุงปักกิ่งได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อสอบสวนปรินซ์กรุ๊ป โดยระบุว่าบริษัทนี้เป็น "เครือข่ายการพนันออนไลน์ข้ามชาติรายใหญ่ที่ตั้งอยู่ในกัมพูชา"

ชนชั้นนำทางการเมืองของกัมพูชามีความใกล้ชิดสนิทสนมกับเฉิน จื้อ มาหลายปีแล้ว รัฐบาลกัมพูชาก็แทบไม่ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ หลังจากสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรคว่ำบาตรปรินซ์กรุ๊ป นอกจากกล่าวเพียงว่าหน่วยงานของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรควรมั่นใจว่ามีหลักฐานมากพอสำหรับข้อกล่าวหาดังกล่าว

จากการประเมินของบางฝ่ายเห็นว่าธุรกิจสแกมเมอร์อาจมีสัดส่วนคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของขนาดเศรษฐกิจกัมพูชาทั้งหมด

"ผมคิดว่าขนาดของปฏิบัติการทั้งหมดนั่นแหละที่ทำให้เฉิน จื้อ โดดเด่นขึ้นมา" แจ็ค อดาโมวิช เดวีส์ นักข่าวผู้เคยสืบสวนเรื่องเฉิน จื้อ กล่าวกับบีบีซีเมื่อปีที่แล้ว

เขาบอกว่ามันน่าตกใจที่ปรินซ์กรุ๊ปสามารถสร้าง "ประทับรอยเท้าไว้ทั่วโลก" ได้โดยไม่ทำให้เกิดสัญญาณเตือนใด ๆ ทั้งที่กำลังดำเนินการต่าง ๆ ที่นำไปสู่ข้อหาทางอาญาร้ายแรงที่เผชิญอยู่ในตอนนี้

รายงานเพิ่มเติมโดย โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้