You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ยอดผู้เสียชีวิตในไทยจากเหตุแผ่นดินไหวล่าสุด 18 ราย ใน 11 จุดทั่ว กทม.
รายงานสถานการณ์จากศูนย์เอราวัณจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาที่ส่งผลกระทบถึงประเทศไทยระบุว่า มีผู้เสียชีวตแล้ว 18 ราย บาดเจ็บ 33 ราย และสูญหายอีก 78 ราย ในสถานที่อาคารสูงรวม 11 แห่งในกรุงเทพมหานคร
นี่คือรายงานจากศูนย์เอราวัณ ซึ่งเป็นข้อมูล ณ เวลา 16.30 น. ของวันนี้ (30 มี.ค.) โดยจุดใหญ่ที่จุดอาคารก่อสร้างของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในพื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ที่เกิดถล่มเมื่อ 28 มี.ค. มีผู้เสียชีวิต 11 คน และบาดเจ็บ 18 คน
นายอนุทินกล่าวว่า ผู้ประสบภัยที่ยังออกมาไม่ได้อาจถูกอะไรทับไว้ ถ้าเขาไม่สามารถขยับตัวได้ก็เป็นสิ่งที่ลำบาก แต่เจ้าหน้าที่พยายามอย่างเต็มที่ มีวิศวกรประเมินก่อนเข้าช่วยเหลือเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปลอดภัย ส่วนของเครนขนาดใหญ่ตอนนี้มีพร้อมหลายตัวและได้ทยอยยกชิ้นส่วนชิ้นใหญ่ออกเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ได้มากขึ้น
นายอนุทิน กล่าวถึงประเด็นการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงว่า มีการตั้งวิศวกรใหญ่กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธานกรรมการ เพื่อตรวจสอบว่าการก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่ ถ้าไม่ได้มาตรฐานจะกลายเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่อง
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเดินทางลงพื้นที่ที่บริเวณตึก สตง. เปิดเผยกับสื่อว่า เดินทางมาในวันนี้เพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุก่อสร้างบางส่วน เช่น ชิ้นส่วนของเหล็กกลม เหล็กข้ออ้อย ซึ่งถูกนำมากองไว้โดยรอบนอกพื้นที่ปฏิบัติการค้นหา เพื่อนำไปตรวจคุณภาพเพื่อตรวจสอบว่าคุณภาพได้ขนาดหรือไม่ที่สถาบันเหล็กของกระทรวงอุตสาหกรรม
เมื่อช่วงเช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่สังเกตการณ์การกู้ภัยและค้นหาเหตุอาคารก่อสร้าง สตง. ระบุว่า จากการประเมินสถานการการกู้ชีพ การกู้ภัยยังดําเนินการต่อ และยังมีความหวังว่าจะมีผู้รอดชีวิตอยู่
เขากล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการค้นหาผู้รอดชีวิต ในเวลา 13.30 น. วันนี้จะครบ 48 ชั่วโมง แต่เฝ้าระวังไว้ 72 ชั่วโมง จึงต้องลุยต่อ ต้องทําให้เต็มที่ก่อน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม แต่ตอนนี้ต้องหยุดใช้เครื่องมือหนักแล้วใช้วิธีมุดเข้าไปด้านในเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ
ตามการเปิดเผยของผู้ว่าฯ กทม. การดำเนินการค้นหาในช่วงคืนที่ผ่านมาเกิดขึ้นตลอดทั้งคืนโดยเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย สุนัข K9 ในกระบวนการทำงานเน้นความปลอดภัยตามมาตรฐาน มีตัวที่วัดความเคลื่อนไหวที่เป็นเลเซอร์เพื่อมอนิเตอร์ว่ามีการขยับของตึกโครงสร้างหรือไม่ หากมีการขยับจะเปิดหวอแจ้งให้เจ้าหน้าที่ถอยออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
เขากล่าวต่อไปว่า กระบวนการในวันนี้ ยังเป็นการค้นหาผู้รอดชีวิต ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบสัญญาณชีพบริเวณโซน A หลังจากนี้จะเร่งดำเนินการค้นหาผู้ที่ยังมีสัญญาณชีพต่อไป ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนโดยผู้ที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญให้คำแนะนำอยู่ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตในภาพรวมคงต้องรอยืนยันต่อไป
"กระบวนการกู้ชีพยังดําเนินการต่อ ด้วยความหวังว่าจะมีผู้รอดชีวิต ก็ส่งกําลังใจให้ทีมงาน ให้คนที่รอดชีวิต ขอให้อดทนอีกนิด" นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า อุปสรรคที่อาจจะเจอวันนี้ คือ มีโอกาสที่ฝนจะตก 60% จากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งได้พูดคุยกับผู้อำนวยการเหตุการณ์ที่อยู่หน้างานแล้วว่าไม่ได้มีผลกระทบกับการกู้ภัย เพราะอาคารต่าง ๆ ยังยึดโยงกันอยู่ด้วยเหล็ก แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องของการระบายน้ำจากอาคารซึ่งได้รับผลกระทบจากฝุ่นที่ฟุ้งกระจายตอนถล่มลงมาสู่ท่อระบายน้ำอาจทำให้ท่ออุดตัน ก็ต้องเร่งดำเนินการให้น้ำสามารถระบายได้ ขอให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการเต็มที่ และมีอุปกรณ์ครบถ้วน
กทม. ออกหนังสือขอให้เจ้าของ-ผู้ครอบครองอาคาร ตรวจสอบอาคารภายใน 2 สัปดาห์
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามในหนังสือขอให้เจ้าของอาคาร หรือผู้ครอบครองอาคาร ประสานผู้ตรวจสอบอาคารเข้าตรวจสอบความเสียหายเพื่อประเมินวิธีการปรับปรุง แก้ไข ซ่อมแซ่ม หรือเสริมกำลังของอาคาร เพื่อให้อาคารมีความปลอดภัยต่อการใช้งานตามหลักวิศวกรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หนังสือจากกรุงเทพมหานครฉบับนี้ ระบุว่า ขอให้เจ้าของและผู้ครอบครองรายงานผลต่อกรุงเทพมหานครทุกวัน ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนสามารถกลับเข้าใช้อาคารได้อย่างปลอดภัย โดยให้เจ้าของอาคาร หรือผู้ครอบครองอาคารสามารถรายงานผลให้กรุงเทพมหานครทราบทุกวัน ผ่านระบบ Google form
สำหรับรายละเอียดของประเภทอาคาร หนังสือของ กทม. มุ่งเน้นไปที่อาคาร 9 ประเภท ที่เข้าข่ายต้องทำการตรวจสอบอาคารเป็นประจำทุกปี ได้แก่ อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ โรงแรม สถานบริการ อาคารชุด อาคารอยู่อาศัยรวม โรงงาน ป้าย
"การให้รายงานในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ก็เพื่อให้สามารถเฝ้าติดตามจุดเสี่ยง ร้อยร้าว ความเสียหายของอาคาร มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ยังใช้สอยได้อย่างปลอดภัยหรือไม่" หนังสือระบุ โดยเอกสารหนังสือแจ้งให้รายงานผลการตรวจสอบผ่านกูเกิลฟอร์ม ซึ่งประกอบไปด้วยรายละเอียดต่าง ๆ ได้แก่ ชื่อเจ้าของอาคาร ชื่อผู้ตรวจสอบอาคาร เลขที่ผู้ตรวจสอบอาคาร และความคิดเห็นผู้ตรวจสอบอาคารว่าอาคารปลอดภัย หรือต้องปรับปรุง
อาคารสูงทั้ง 9 ประเภท ได้แก่
1. อาคารสูง (ความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป)
2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษ (อาคารที่มีเนื้อที่อาคารรวมกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร ขึ้นไป)
3. อาคารชุมนุมคน ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตร ขึ้นไป หรือจำนวนคนตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป
4. โรงมหรสพ
5. โรงแรม ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้อง ขึ้นไป
6. สถานบริการ ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตร ขึ้นไป
7. อาคารชุด หรืออาคารอยู่อาศัยรวม (หอพัก อพาร์ทเมนต์) ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตร ขึ้นไป
8. โรงงานที่มีความสูงมากกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตร ขึ้นไป
9. ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย ซึ่งมีความสูงจากพื้นดิน ตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป หรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตร ขึ้นไป หรือป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้า ที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตร ขึ้นไป
ยอดผู้เสียชีวิตในเมียนมาจากเหตุแผ่นดินไหวพุ่งสูงกว่า 1,600 คน
แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ทำให้เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเมียนมาและมีประชากรอาศัยอยู่ราว 1.5 ล้านคน พังราบเป็นหน้ากลอง รัฐบาลทหารเมียนมาแถลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (29 มี.ค.) ว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 1,644 คน ตามการรายงานของบีบีซีแผนกภาษาเมียนมา
ประชาชนในบางพื้นที่บอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า พวกเขาต้องใช้มือเปล่าขุดหาผู้รอดชีวิต การขาดแคลนอุปกรณ์การค้นหากู้ภัยอย่างหนัก เครือข่ายการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึง และถนนกับสะพานที่พังยับเยิน ยังเป็นอุปสรรคต่อการค้นหา
ถึงแม้ว่าความช่วยเหลือในการกู้ภัยและค้นหาจะถูกส่งไปยังพื้นที่ตั้งแต่วันศุกร์ และความช่วยเหลือจากนานาชาติทยอยเข้ามาในเมียนมาแล้ว แต่ก็ยังเข้าไปไม่ถึงพื้นที่ที่เกิดความเสียหายหนัก
หน่วยงานด้านมนุษยธรรมของยูเอ็นรายงานว่า ทางหลวงสายหลักระหว่างเมืองใหญ่ที่สุดอย่างย่างกุ้ง เมืองหลวงเนปิดอว์ และมัณฑะเลย์ เกิดรอยแตกร้าวและพื้นผิวจราจรบิดเบี้ยว ส่งผลให้การขนส่งเกิดการหยุดชะงัก
ส่วนการค้นหาผู้รอดชีวิต วานนี้ (29 มี.ค.) เจ้าหน้าที่กู้ภัยเมียนมาสามารถช่วยผู้บาดเจ็บหญิงรายหนึ่งออกมาจากซากอาคารอพาร์ทเมนต์สูง 12 ชั้นในเมืองมัณฑะเลย์ หลังจากผ่านไปแล้วราว 30 ชั่วโมงที่อาคารถล่ม ทางกาชาดระบุว่ายังมีผู้คนอีกมากกว่า 90 คนติดอยู่ที่นั่น ส่วนที่เขตใกล้เคียง เจ้าหน้าที่พบร่างของเด็กก่อนวัยเรียน 12 คน และครู 1 คน อยู่ใต้ซากตึกที่เป็นโรงเรียนอนุบาล
รัฐบาลทหารเมียนมา แถลงด้วยว่ามีอาคารกว่า 1,500 หลังได้รับความเสียหายในเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นศูนย์กลางแผ่นดินไหว และกระแสไฟฟ้าดับซึ่งทางการระบุว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะจ่ายไฟได้อีกครั้ง