คำขู่ของทรัมป์ต่อพันธมิตรยุโรปที่คัดค้านยึดกรีนแลนด์เคยเกิดขึ้นมาก่อนหรือไม่ ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ไฟซาล อิสลาม
- Role, บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจบีบีซี
คำข่มขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งดูคล้ายความพยายามกดดันให้ชาติมิตรตะวันตกยุติการคัดค้านข้อเสนอผนวกดินแดนกรีนแลนด์ ไม่เช่นนั้นความเสียหายทางการค้ากับสหรัฐฯ อาจยิ่งทวีขึ้น ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยมีแบบอย่างและหาประวัติการณ์ใดมาเทียบได้
ในช่วงปีที่ผ่านมาเราเผชิญกับภัยคุกคามทางเศรษฐกิจที่ผิดปกติและไม่คาดคิดจากประธานาธิบดีทรัมป์หลายครั้ง แต่ครั้งนี้กล่าวได้อย่างแม่นมั่นว่ารุนแรงมากกว่าทุกครั้ง และพาเราไปสู่เขตแดนที่เหนือจริงและอันตรายอย่างยิ่ง
หากพิจารณาตามความเป็นจริง นี่คือรูปแบบหนึ่งของสงครามเศรษฐกิจที่ทำเนียบขาวกำลังใช้กับพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของตนเอง
นั่นเป็นเพราะมาตรการดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่พันธมิตรอย่างไม่ทันตั้งตัวและเพื่อจุดประสงค์ที่อาจทำให้นาโตและพันธมิตรตะวันตกเกิดการแตกแยกได้
เรื่องนี้ย่อมทำให้เจ้าหน้าที่ของประเทศเหล่านั้นงุนงงอย่างยิ่ง และในความเป็นจริง มันแปลกประหลาดเสียจนพวกเขาอาจรู้สึกสับสนมากกว่าจะโกรธด้วยซ้ำ
ไม่มีใครคาดคิดว่าภัยคุกคามที่มีเป้าหมายถึงขั้นยึดครองดินแดนของพันธมิตรจะเกิดขึ้นได้จริง และก็ยิ่งน่าตั้งคำถามว่า ทรัมป์จะได้รับการสนับสนุนจากสภาคองเกรส สถาบันภายในสหรัฐฯ หรือแม้แต่คณะบริหารของเขาเองมากพอให้ทำเช่นนั้นได้อย่างไร
นี่จะเป็นการถอยครั้งใหญ่ที่สุดของทรัมป์อย่างที่เจ้าหน้าที่การค้าบางคนคาดการณ์ไว้หรือไม่ เรื่องเช่นนี้ก็ผ่านมาและผ่านไปแล้วหลายครั้ง และในเชิงเศรษฐกิจ ประเทศเหล่านี้ก็ยังรับมือกับความเสียหายมาได้จนถึงปัจจุบัน
ในกรณีของแคนาดา แม้ว่าการค้าระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ จะตกต่ำลง แต่กลยุทธ์ของมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กลับทำให้การค้าของประเทศกับตลาดอื่นทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 14% ซึ่งนับว่าน่าทึ่งอย่างยิ่ง เพราะมูลค่าที่เพิ่มขึ้นนี้มากพอจะชดเชยส่วนที่สูญเสียไปจากการค้ากับสหรัฐฯ
สัปดาห์นี้คาร์นีย์อยู่ในประเทศจีน เพื่อผลักดัน "ระเบียบโลกใหม่" และแสวงหาการค้ากับจีนมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่การวางตัวเป็นกลางอย่างที่เจ้าหน้าที่บางคนในรัฐบาลสหรัฐฯ อยากจะเห็น
"นี่คือจีนที่ปะทะกับโลก" คือคำกล่าวที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์พยายามโน้มน้าวให้ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกเชื่อเมื่อสามเดือนก่อน
คาร์นีย์กำลังแสดงให้เห็นถึงแนวทางนี้ ซึ่งอาจเป็นบริบทเบื้องหลังที่น่าพิจารณาในห้วงเวลาของการแทรกแซงในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี หากเราพิจารณาคำขู่ของทรัมป์ครั้งล่าสุดอย่างจริงจัง นั่นเป็นเรื่องที่น่าหนักใจอย่างยิ่ง
ความน่าหนักใจนี้ไม่ได้มาจากประเด็นของการขึ้นภาษี 10% เป็นหลัก หากแต่มาจากเหตุผลที่ว่าการยึดเอาดินแดนจากพันธมิตร การกระทำที่พยายามขู่บังคับชาติพันธมิตรอย่างโจ่งแจ้ง ทำให้เกิดคำถามว่าโลกจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหากจีนหรือรัสเซียส่งคำข่มขู่ลักษณะนี้ไปยังพันธมิตรของตนบ้าง
ที่มาของภัยคุกคามนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างชัดเจน
ผู้คนจำนวนมากในเมืองหลวงแห่งต่าง ๆ ทั่วโลกจะอ่านประกาศของทรัมป์ทางโซเชียลมีเดียและตั้งคำถามถึงบทบาทของการตัดสินใจของอเมริกา
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์เดินทางไปพบกับผู้นำชาติพันธมิตรที่เขาเพิ่งจะข่มขู่ไปในเวทีการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF)
ทั่วโลกส่วนใหญ่หวังว่าเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ภัยคุกคามที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้จะหายไปได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ผู้นำชาติยุโรปมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อคำขู่ของทรัมป์
คำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะกำหนดมาตรการภาษีชุดใหม่แก่พันธมิตร 8 ประเทศที่คัดค้านการเข้ายึดกรีนแลนด์ตามแผนของเขา นำมาสู่การประณามจากผู้นำชาติยุโรปหลายชาติ
นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่าการกระทำนี้ "ผิดอย่างสิ้นเชิง" ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส บอกว่า "ไม่สามารถยอมรับได้" กับคำขู่ดังกล่าวของผู้นำสหรัฐฯ
ความเห็นของผู้นำทั้งสองชาติเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี 10% กับสินค้าที่นำเข้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ. เป็นต้นไป และอาจขึ้นอัตราภาษีเป็น 25% และจะคงอัตราภาษีนี้ไว้จนกว่าจะบรรลุข้อตกลง
ทรัมป์ยืนยันว่าการยึดครองกรีนแลนด์เป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติของอเมริกา และไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะยึดดินแดนด้วยการใช้กำลังทหาร
หลังมีคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ สหภาพยุโรปได้เรียกประชุมฉุกเฉินในช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม การประชุมครั้งนี้จะมีเอกอัครราชทูตจาก 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเข้าร่วม ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์
ผู้นำชาติต่าง ๆ ในยุโรปต่างออกมาตอบโต้คำขู่จะขึ้นภาษีของทรัมป์ นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า "การนำมาตรการภาษีมาใช้กับพันธมิตรเพราะร่วมกันปกป้องความมั่นคงร่วมกันของพันธมิตรนาโตเป็นเรื่องที่ผิดอย่างสิ้นเชิง เราจะหารือเรื่องนี้โดยตรงกับรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างแน่นอน"
ด้านผู้นำฝ่ายค้านของสหราชอาณาจักรก็วิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์เช่นกัน เคมี บาเดนอค หัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ กล่าวว่ามาตรการขึ้นภาษีเป็น "แนวคิดที่แย่มาก" ขณะที่ไนเจล ฟาราจ ผู้นำของพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) ระบุว่า "พวกเขาจะทำร้ายเรา"
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส กล่าวว่า "การขู่ขึ้นภาษีเป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ในบริบทนี้… เราจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่ใด ๆ ทั้งสิ้น"
ด้าน อูล์ฟ คริสเตอร์สสัน นายกรัฐมนตรีสวีเดน กล่าวว่า "เราจะไม่ยอมให้พวกเราถูกข่มขู่"
"เมื่อเร็ว ๆ นี้สวีเดนได้หารืออย่างเข้มข้นกับผู้นำอียูคนอื่น ๆ รวมถึงนอร์เวย์ สหราชอาณาจักรเพื่อหาทางตอบโต้ร่วมกัน" เขาระบุ
อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานกรรมาธิการยุโรป โพสต์บนเอ็กซ์ (X) ว่า "บูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยนั้นถือเป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ"
เธอยังกล่าวต่อไปว่า "มาตรการภาษีจะบ่อนทำลายความสัมพันธ์ของทรานส์แอตแลนติกและเสี่ยงนำไปสู่วงจรอันตกต่ำอย่างอันตราย"










