You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
อสรพิษคุกคามคนกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น จากปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้ง
เจมส์ วิลสัน
ผู้สื่อข่าวพิเศษ บีบีซีไทย
ผู้เชี่ยวชาญด้านงูเผย ปี 2565 พบเหตุงูเข้าบ้านคนถึง 30,000 เหตุแล้ว และจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมใน กทม. เพิ่มขึ้น
ฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานานในปีนี้ ทำให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครมีน้ำท่วมขัง กระทบต่อประชาชนที่ลำบาก เพราะที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วม ทรัพย์สินเสียหาย หรือการเดินทางไม่สะดวกเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านั้น ภัยร้ายที่แฝงตัวมาพร้อมกับน้ำรอการระบาย คือ งูหลากชนิด และสัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ ที่คืบคลานเข้าไปในบ้านประชาชน
พวกมันเข้าไปในบ้านมนุษย์เพื่อหลบภัย เนื่องจากแหล่งอาศัยของพวกมันก็ถูกน้ำท่วมไม่ต่างจากคน
โดยงูส่วนใหญ่ที่เจ้าหน้าที่พบ เวลาที่ประชาชนแจ้งเหตุอสรพิษเข้าบ้าน มักจะเป็นงูเหลือม ขณะที่งูมีพิษ เช่น งูเห่า นั้นพบได้เป็นครั้งคราว
“เดือน ก.ย. นี้ (2565) เราได้รับรายงานว่ามีการพบงูทั่วกรุงเทพฯ เกือบ 30,000 เหตุ และคาดว่าจำนวนจะใกล้ถึง 40,000 เหตุภายในสิ้นปีนี้” จ.ส.ต. ภิญโญ พุกภิญโญ นักดับเพลิงและผู้เชี่ยวชาญเรื่องงูวัย 52 ปี กล่าว
เหตุผลงูเข้าบ้านคน
“งูเหล่านี้ส่วนมากอาศัยอยู่ในโพรงใต้ดินหรือบนยอดไม้ แม้จะสามารถอยู่ในน้ำได้ แต่พอระยะเวลานานไป พวกมันก็จะหาที่หลบภัยที่ไหนสักแห่งเพื่อหนีน้ำท่วม” จ.ส.ต. ภิญโญ เสริม
อีกเหตุผลหนึ่งที่งูเข้าบ้านคนก็เพื่อหาอาหาร เพราะมีทั้งบรรดาสัตว์ขนาดเล็ก เช่น กบหรือหนูที่อาศัยอยู่ในบ้าน หรือพวกสัตว์เลี้ยงที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่น แมว นก หรือไก่
สภาพบ้านเรือนที่รกไปด้วยสิ่งของก็เป็นที่ดึงดูดสำหรับงูน้อยใหญ่เช่นกัน
“เมื่อเราไปถึงที่เกิดเหตุ เรามักจะพบกับบ้านที่ค่อนข้างรก หรือมีที่รกร้าง ซึ่งเป็นจุดซ่อนตัวที่ดีสำหรับหนูซึ่งจะดึงดูดงูเข้ามา และด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้ จึงทำให้จับพวกมันยากขึ้น เพราะในขณะที่เรากำลังเคลื่อนย้ายสิ่งของไปรอบ ๆ บ้าน มันก็อาจจะหนีได้”
ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงอยากเตือนประชาชนให้ดูแลบ้านให้เรียบร้อย โดยเฉพาะบ้านที่มีแนวโน้มว่าอาจจะมีงู "เข้ามาเยี่ยม" เพราะการที่บ้านเป็นระเบียบ จะทำให้มองเห็นตัวและจับงูได้ง่ายขึ้น
จ.ส.ต. ภิญโญ ไม่เพียงทำหน้าที่ช่วยจับงูจากบ้านเรือนประชาชนเท่านั้น แต่เมื่อจับมาแล้ว เขายังดูแลพวกมันต่อ และใช้พวกมันเพื่อสอนคนอื่นทั้งบรรดานักดับเพลิง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และประชาชนทั่วไป ว่า ควรทำอย่างไรเมื่อเผชิญหน้ากับงู เช่น การใช้ถังครอบ หรือล่องูใส่ขวดน้ำ เป็นต้น “ผมเริ่มเก็บงู เพราะการจับงูเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ และเป็นการดีที่สุดที่เรารู้จักพวกมันดีขึ้นและสอนให้ผู้คนได้รับรู้ ข้อมูลที่ถูกต้องและรู้ว่าต้องทำอย่างไร” ภิญโญ กล่าว นอกจากงูที่เลี้ยงไว้ศึกษาและนำมาสอนคนอื่น งูที่เหลือ จ.ส.ต. ภิญโญ จะนำไปมอบให้สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เพื่อนำไปผลิตวัคซีนและเซรุ่มสำหรับป้องกันและรักษาพิษงู และบางส่วนจะส่งต่อให้กรมป่าไม้เพื่อนำไปปล่อยกลับคืนสู่ป่าอีกครั้ง
งูเพิ่ม หรือแค่เราเจอบ่อยขึ้น
นายนิรุทธิ์ ชมงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสรพิษวิทยา และเจ้าของเพจ Nick Wildlife โพสต์เชิงวิเคราะห์ถึง "วิกฤตงูล้นเมือง เราจะอยู่กับมันได้อย่างไร" จากการพบงูเพิ่มขึ้นในกรุงเทพฯ
"งูไม่ได้มีเยอะกว่าเดิม เพียงแต่ปัจจัยต่าง ๆ ทำให้เราพบงูบ่อยขึ้น เช่น การเอาพื้นที่รกร้างมาใช้ประโยชน์ จนงูต้องออกหาที่อยู่ใหม่ หรือภาวะน้ำท่วมที่ทำให้งูต้องหลบภัยเข้าบ้านคน หรือปัจจัยเรื่องฤดูกาลที่ทำให้งูออกมาหาอาหารที่มีอยู่มากมาย"
หากเป็นแบบนั้นแล้วเราจะรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ยังไง คำตอบของ นิรุทธิ์ คือ "ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน"
"แทนที่จะทำลาย เราหันกลับมารู้วิธีการที่จะอยู่กับพวกสัตว์เหล่านี้อย่างปลอดภัย และไม่ประมาทดีกว่า"
ด้านนายธีรยุทธ ภูมิภักดิ์ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. เคยกล่าวถึงกรณีขณะนี้หลายพื้นที่มีฝนตกและมีน้ำท่วม จึงอาจมีงู หรือสัตว์มีพิษหนีน้ำมาอาศัยตามบ้านเรือนประชาชนว่า จากสถิติการบริการจับงูในปี 2565 ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. พบ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนบริเวณพื้นที่ที่มีฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้งูไม่สามารถกลับเข้าไปอยู่ในแหล่งที่อยู่เดิมได้ ประกอบกับงูเป็นสัตว์เลือดเย็นต้องปรับตัวเข้ากับสภาวะแวดล้อม จึงเลื้อยเข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในรองเท้า บริเวณชั้นวางรองเท้า กองเสื้อผ้า และกองวัสดุต่าง ๆ ทำให้พบเห็นงูในบ้านเรือนประชาชนบ่อยขึ้น
ทั้งนี้ ประชาชนที่พบงูหรือสัตว์มีพิษเข้าบ้านสามารถขอความช่วยเหลือ โดยโทรศัพท์แจ้งเหตุได้ที่ 199 หรือ 1555