You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ในหลวงพระราชทานกำลังใจนายกฯ เศรษฐาและ ครม. ใหม่ ให้ “ปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสุข”
ในหลวงพระราชทานพร ครม. ชุดใหม่ ให้มีกำลังใจ-กาย-ปัญญา ปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสุข ด้านนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน น้อมรับกระแสพระราชดำรัสเป็นแนวทางบริหารราชการแผ่นดิน โดยย้ำว่าจะเป็น “รัฐบาลของประชาชน” และ “ทำงานอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย”
เวลา 13.53 น. วันที่ 5 ก.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่
โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสแก่นายกรัฐมนตรี และ ครม. เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ว่า “ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้พบกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้มาถวายสัตย์ในวันนี้ ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้รู้จักกัน เพราะหลายคนก็เคยรู้จักกันแล้ว หลายคนก็ยังไม่เคยรู้จัก จะได้รู้จักกันและแสดงความยินดีที่มีศรัทธาเข้ามาบริหารประเทศ ก็ขอถือโอกาสให้พรให้มีกำลังใจ กำลังกาย และปัญญาที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสุข และเพื่อประโยชน์เป็นส่วนรวมสำหรับประเทศชาติ และประชาชน ข้าพเจ้ามีความมั่นใจว่าท่านมีความตั้งใจดีทุกคน มีศรัทธาทุกคน ก็ขอให้พรให้ท่านมีกำลังใจต่อไปในการปฏิบัติหน้าที่”
จากนั้น นายเศรษฐา และ ครม. ได้ถวายความเคารพและนั่งลงกราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ต่อมา ครม. คณะที่ 63 เดินทางกลับมาร่วมถ่ายรูปหมู่ร่วมกันบริเวณสนามหญ้า หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ด้วยบรรยากาศชื่นมื่น
“กระผมและคณะรัฐมนตรีจะน้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการต่อไป” นายเศรษฐานำ ครม. เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก
นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้เป็น “รัฐบาลของประชาชน” โดย ครม. ทุกคนมาเป็นตัวแทนของ “พี่น้องประชาชน”
“รัฐบาลนี้เรามีความตั้งใจครับ ปัญหานั้นมีมากมาย เราจะทำงานอย่างลืมความเหน็ดเหนื่อย ทุกวัน ทุกนาที เอาความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง”
นายเศรษฐาเปิดเผยด้วยว่า จากนี้ในวันที่ 8-9 ก.ย. จะลงพื้นที่ต่างจังหวัดทั้ง จ.ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย เพื่อพูดคุยและรับทราบปัญหาของประชาชน และย้ำว่า "ไม่มีเวลาฮันนีมูน เริ่มงานทันที"
หมอชลน่าน เผยในหลวงทรงชม เศรษฐา เป็นคนเก่ง
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยหลังการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปฏิสันถารที่ทำให้ ครม. มีกำลังใจเป็นอย่างมาก หลังเข้าเฝ้าถวายสัตย์เสร็จสิ้น และทรงพระราชทานกำลังใจให้ ครม.
"วันนี้เป็นภาพที่ผมเองมีโอกาสได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์เป็นครั้งที่ 2 พระองค์ทรงมีพระราชปฏิสันถาร ที่ทำให้คณะรัฐมนตรีมีกำลังใจมาก หลังจากที่เราถวายสัตย์แล้ว พระองค์ก็ยังเดินเข้ามาหาท่านนายกฯ (เศรษฐา) ด้วยพระพักตร์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใสและพูดกับท่านนายกฯ บอกว่า ให้กำลังใจ เชื่อมั่น ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะทำหน้าที่ได้ดี พระองค์ท่านยังทรงชมท่านนายกฯ ว่ามั่นใจ เพราะท่านนายกฯ เป็นคนเก่งอยู่แล้ว ทรงพระสรวล อันนี้เราเองก็มีความปีติที่ได้ทำหน้าที่ตามที่เราถวายสัตย์ปฏิญาณไว้ ยึดมั่นจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประเทศชาติและบ้านเมือง และยึดมั่นปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญทุกประการ" นพ.ชลน่าน
รัฐบาลใหม่ ครม. (หน้าเดิม) 9 คน
สำหรับ ครม. ของรัฐบาล "เศรษฐา 1" ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 34 คน จากโควตาเต็ม 36 คน และเป็นตัวแทนจาก 6 พรรคร่วมรัฐบาล
จากการตรวจสอบของบีบีซีไทยพบว่า มี "รัฐมนตรีหน้าเดิม" สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำนวน 9 คน ได้หวนกลับมาร่วมวงฝ่ายบริหารอีกครั้งในรัฐบาลเพื่อไทย สรุปเป็นโควตาพรรคต่าง ๆ ดังนี้
พรรคเพื่อไทย มีรัฐมนตรีหน้าเดิม 2 จากทั้งหมด 16 คน คือ
- นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี (เดิมเป็น รมว.ยุติธรรม สังกัดพรรคพลังประชารัฐ)
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม (เดิมเป็น รมว.อุตสาหกรรม สังกัดพรรคพลังประชารัฐ)
พรรคภูมิใจไทย มีรัฐมนตรีหน้าเดิม 3 จากทั้งหมด 8 คน คือ
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย (เดิมเป็นรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข)
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน (เดิมเป็น รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา)
- นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย (เดิมเป็น รมช.คมนาคม)
ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ มีรัฐมนตรีหน้าเดิม 1 จากทั้งหมด 4 คน คือ
นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ (เดิมเป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี)
พรรคพลังประชารัฐ มีรัฐมนตรีหน้าเดิม 2 จากทั้งหมด 4 คน คือ
- ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ (เดิมเป็น รมช.เกษตรฯ แต่ถูกปรับออกจาก ครม. เมื่อ ก.ย. 2564)
- นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข (เดิมเป็น รมช.คลัง)
พรรคชาติไทยพัฒนา มีรัฐมนตรี 1 คน และเป็นคนหน้าเดิม คือ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (เดิมเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)
"ขอโอกาส"
ระหว่างการแถลงข่าวภายหลังเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน นายกฯ เศรษฐา ประกาศว่า ครม. “เศรษฐา 1” จะสร้างความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งการฟื้นฟูหลักนิติธรรมให้เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ภายใต้หลักการที่ประชาชนมีส่วนร่วม
“เราจะสร้างโอกาสความเท่าเทียมแก่ประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคต” นายเศรษฐากล่าว
สำหรับการประชุม ครม. นัดพิเศษ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 ก.ย. นายกรัฐมนตรีระบุว่า มีจุดประสงค์เพื่อเตรียมเนื้อหาและทำความเข้าใจถึงการแถลงนโยบายของรัฐสภาต่อที่ประชุมรัฐสภาในที่ 11 ก.ย. นี้ ส่วนรายละเอียดของนโยบายต่าง ๆ นั้น เขาขอหารือกับรัฐมนตรีแต่ละคนก่อน และจะชี้แจงอย่างละเอียดในวันที่ 11 ก.ย.
นายเศรษฐาย้ำว่า เรื่องของเศรษฐกิจและปากท้องเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้น ๆ รวมถึงนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่ยืนกรานว่าจะทำตามสัญญาอย่างแน่นอน แต่จะเริ่มแจกจ่ายให้ประชาชนได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 และเป็นการจ่าย “งวดเดียว หนเดียว”
ส่วนนโยบายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านกลไกสภาร่างรัฐธรรมนญ (สสร.) นายเศรษฐาบอกว่า จะชี้แจงให้ทราบในระหว่างแถลงนโยบาย 11 ก.ย. ซึ่งจะมีละเอียด ตรงนั้น
เมื่อถูกถามถึงการบริหารจัดการรัฐบาลผสม 11 พรรคให้เป็นเอกภาพ จะใช้หลักการใดนั้น นายเศรษฐาย้ำอีกครั้งเรื่องการเป็น "รัฐบาลของประชาชน" และ “เชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคน ทราบดีถึงปัญหาที่เราเผชิญในปัจจุบัน คงไม่มีการแบ่งก๊วน แบ่งพวก และแบ่งฝ่าย"
สุทิน ขอเวลา 1 สัปดาห์ จัดทีมที่ปรึกษากลาโหม
นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่าจะเข้าปฎิบัติงานที่กระทรวงกลาโหมวันแรกในวันที่ 13 ก.ย. และยอมรับว่ามีทีมงานที่มาช่วยเป็นที่ปรึกษาจำนวนพอสมควร ซึ่งอยู่ระหว่างเฟ้นหาคนที่เหมาะสม ทั้งทหารที่อยู่ในราชการ ทหารที่เกษียณแล้ว และนักวิชาการ โดยขอเวลาหนึ่งสัปดาห์คาดว่าจะแล้วเสร็จ
ในการมอบแนวทางการทำงานจากนายกฯ เศรษฐา นายสุทินกล่าวว่าจะทำให้ดีที่สุด และพร้อมสร้างมาตรฐานว่า พลเรือนก็สามารถบริหารงานในกระทรวงกลาโหมได้
นายสุทินยังตอบคำถามเรื่องการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพ เช่น การจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ทดแทน F-35 ของกองทัพอากาศว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ แต่หลังจากเข้าไปทำงานเหล่าทัพคงจะมีข้อมูลมาเสนอ ส่วนการจัดสรรงบประมาณกระทรวงกลาโหมที่ประชาชนต้องการให้โปร่งใสและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ถือเป็นความตั้งใจของตนอยู่แล้ว หากสังคมสงสัยจุดไหนก็เป็นหน้าที่ของตนและรัฐบาลที่จะต้องเข้าไปดูแล
รมว. คลังกล่าวด้วยว่า จะจัดลำดับในการตรวจเยี่ยมทุกเหล่าทัพ รวมถึงข้าราชการชั้นผู้น้อยทหารตามแนวชายแดน และจังหวัดชายแดนภาคใต้
พีระพันธุ์ เผยเตรียมปรับลดราคาพลังงาน รัฐต้องยอมเสียในส่วนที่เคยได้
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเน้นย้ำให้ ครม. ปฎิบัติหน้าที่ให้เต็มที่ บ้านเมืองเดินหน้า พี่น้องประชาชนมีความสุขร่มเย็น
นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่จะปรับลดราคาพลังงานด้วยว่า เบื้องต้นโครงสร้างราคามีทั้งส่วนที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ซึ่งจะไปปรับลดตรงนั้นไม่ได้ กับส่วนที่ปรับลดได้ เชื่อว่าจะลดราคาพลังงานได้อย่างแน่นอน เพียงแต่รัฐก็ต้องยอมเสียสละในส่วนที่เคยได้อยู่ออกไป
รมว.พลังงาน กล่าวว่า หลังการแถลงนโยบายในรัฐสภาเสร็จสิ้น การเรียกประชุม ครม. ครั้งแรกก็จะต้องมีนโยบายออกมา นายกฯ และกระทรวงพลังงานมีการเตรียมการในเรื่องนี้ไว้แล้ว เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในลำดับแรกจะใช้โครงสร้างเดิมในการช่วยเหลือประชาชน
ส่วนจะจำเป็นต้องมีการกู้ยืมงบประมาณเพิ่มเติมหรือไม่ อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะนำงบประมาณส่วนไหนมา ซึ่งจะต้องเป็นส่วนที่ดีที่สุดคุ้มค่าที่สุดและเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง นอกจากนี้ รมว.พลังงานยังกล่าวถึง การแถลงนโยบายในวันที่ 11 ก.ย. นี้ว่าไม่มีปัญหา และนโยบายหลักของพรรคพลังประชารัฐตรงกับนโยบายของนายกฯ ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี