You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เนทันยาฮูระบุ หวังประกาศการปล่อยตัวประกันในกาซาใน "อีกไม่กี่วันข้างหน้า"
- Author, ฮูโก บาเชกา
- Role, ผู้สื่อข่าวประจำตะวันออกกลางในเยรูซาเลม
- Author, อองรี อัสติเยร์
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยว่าเขาคาดหวังว่าจะสามารถประกาศการปล่อยตัวตัวประกันที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในฉนวนกาซาได้ "ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"
นายเนทันยาฮูกล่าวถ้อยแถลงผ่านทางโทรทัศน์ โดยระบุว่า "กลุ่มฮามาสจะต้องถูกปลดอาวุธ และฉนวนกาซาจะต้องปลอดอาวุธทางทหาร รัฐบาลอิสราเอลจะดำเนินการให้สิ่งนี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยวิธีที่ง่ายหรือวิธียากเย็นเท่าใดก็ตาม"
คำแถลงของนายเนทันยาฮูมีขึ้นหลังจากกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ (3 ต.ค.) โดยระบุว่า กลุ่มฮามาสเห็นชอบที่จะปล่อยตัวประกันตามแผนสันติภาพของสหรัฐฯ แต่ไม่ได้กล่าวถึงการปลดอาวุธ และเสนอให้มีการเจรจาในประเด็นอื่น ๆ แทน
กลุ่มฮามาสเปิดเผยอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ (4 ต.ค.) ว่า กองทัพอิสราเอลยังคงดำเนินการโจมตีในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง และกล่าวหาว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการ "สังหารหมู่" ตลอดจนเรียกร้องให้ประชาคมโลกใช้แรงกดดันทางการทูตต่อรัฐบาลอิสราเอล เพื่อยุติการโจมตีพลเรือนในพื้นที่ดังกล่าว
อิสราเอลและฮามาสมีกำหนดเริ่มต้นเจรจาโดยอ้อมเพื่อหยุดยิงในวันจันทร์นี้ (6 ต.ค.) ที่ประเทศอียิปต์ โดยคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขการยุติความรุนแรงและการปล่อยตัวประกัน
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า เขาจะ "ไม่ยอมให้กลุ่มฮามาสถ่วงเวลา" ในการบรรลุข้อตกลงปล่อยตัวตัวประกัน
ในโพสต์บนแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล นายทรัมป์กล่าวว่า "ฮามาสต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นทุกอย่างจะยุติลง... มาเร่งให้เรื่องนี้จบโดยเร็วเสียเถอะ"
ต่อมาทรัมป์โพสต์เพิ่มเติมว่า รัฐบาลอิสราเอล "ได้ตกลงเส้นแนวการถอนกำลังเบื้องต้นแล้ว" ซึ่งดูเหมือนจะหมายถึงแนวการถอนกำลังของทหารอิสราเอลที่มีการเผยแพร่ออกมาควบคู่กับแผนของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ แผน 20 ข้อของรัฐบาลสหรัฐฯ เสนอให้มีการยุติการสู้รบโดยทันที และให้ปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังมีชีวิตอยู่จำนวน 20 คน ซึ่งถูกควบคุมตัวโดยกลุ่มฮามาส รวมถึงส่งคืนร่างของผู้ที่เชื่อว่าเสียชีวิตแล้ว โดยแลกกับการปล่อยตัวชาวกาซาที่ถูกควบคุมตัวหลายร้อยคน
กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอลได้ออกคำสั่งเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการระยะแรกของแผนทรัมป์ในการปล่อยตัวประกัน พร้อมย้ำว่า ความปลอดภัยของทหาร IDF เป็น "สิ่งสำคัญสูงสุด"
กลุ่มฮามาสเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติให้ยอมรับแผนสันติภาพที่เสนอโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ บางส่วนเป็นอย่างน้อย ซึ่งกลุ่มได้แสดงท่าทีตอบรับในลักษณะ "ตกลงแต่มีเงื่อนไข" โดยฮามาสเห็นชอบที่จะปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลทั้งหมดที่ยังมีชีวิตอยู่ รวมถึงส่งคืนร่างของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งเห็นด้วยให้ฉนวนกาซาถูกบริหารโดยคณะผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮามาสไม่ได้กล่าวถึงประเด็นการปลดอาวุธ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของรัฐบาลอิสราเอล
ประชาชนทั้งในฉนวนกาซาและอิสราเอลต่างออกมาแสดงความหวัง ความพยายามในการเจรจาครั้งล่าสุดอาจนำไปสู่ข้อตกลงยุติความขัดแย้งในที่สุด หนึ่งในความแตกต่างสำคัญของความพยายามครั้งนี้ คือการมีบทบาทโดยตรงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่า เขาต้องการให้ตนเองถูกจดจำและได้รับการยกย่องในฐานะผู้นำที่สามารถยุติสงครามได้
เขาได้เรียกร้องต่อสาธารณะให้ฮามาสยอมรับข้อตกลง พร้อมขู่ว่าจะใช้กำลังทหารมากขึ้น และมีสัญญาณว่าเขาเริ่มไม่พอใจกับผู้นำอิสราเอลในช่วงหลัง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยที่มาจากทรัมป์นี้ จะมีน้ำหนักมากพอหรือไม่
ในความเป็นจริง ปัญหาที่เคยขัดขวางข้อตกลงก่อนหน้านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ฮามาสยังคงเรียกร้องให้อิสราเอลถอนกำลังทั้งหมดและขอให้มีการรับประกันว่าอิสราเอลจะไม่กลับมาโจมตีอีกหลังจากปล่อยตัวประกัน เนื่องจากฮามาสรู้ว่าถ้าไม่มีตัวประกันแล้วฮามาสจะเผชิญความเปราะบาง จึงต้องการหลักประกันที่ชัดเจนว่าเรื่องแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความสงสัยในอีกหลายด้านทั้งจากในและนอกอิสราเอล โดยหลายฝ่ายกล่าวหานายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ว่าเคยขัดขวางความพยายามก่อนหน้านี้เพื่อยืดสงครามออกไปด้วยเหตุผลทางการเมือง
เนทันยาฮูยังพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐมนตรีสายชาตินิยมสุดโต่ง ซึ่งขู่ว่าจะถอนตัวจากรัฐบาลหากสงครามสิ้นสุดลงโดยที่ฮามาสไม่ถูกปราบอย่างสิ้นเชิง ซึ่งอาจนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูยังคงอยู่ในตำแหน่งอย่างมั่นคง
ส่วนสถานการณ์ภายในประเทศ ผลสำรวจความคิดเห็นในอิสราเอลบอกอย่างต่อเนื่องว่า ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนการทำข้อตกลงกับกลุ่มฮามาส เพื่อแลกกับการปล่อยตัวประกันและยุติสงคราม
แม้จะมีแรงผลักดันอย่างมากในการผลักดันข้อตกลงให้เกิดขึ้นจริง แต่สถานการณ์ในประเทศยังคงแตกแยกอย่างลึกซึ้ง ประชาชนจำนวนมากรู้สึกเหนื่อยล้าจากสงคราม และอิสราเอลยังเผชิญกับการถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ครอบครัวของตัวประกันหลายรายยังคงมีความหวังว่าจะได้พบคนที่รักอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ โดยบางรายให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า พวกเขาติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเฝ้ารอความคืบหน้า
นางวิกกี้ โคเฮน มารดาของนายนิมรอด ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวประกันชาวอิสราเอล 20 คนที่ยังเชื่อว่ามีชีวิตอยู่ในฉนวนกาซา เปิดเผยว่า เธอตื่นขึ้นมาในเช้าวันเสาร์ด้วยความรู้สึกคาดหวัง แต่ก็มี "ความกลัวว่าอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น"
"สถานการณ์นี้เปราะบางมาก และเราไม่อยากผิดหวังอีก แต่ฉันก็ยังมีความหวังว่าอีกไม่นานจะได้เห็นนิมรอด และได้กอดเขาอีกครั้ง" นางโคเฮนกล่าว
ประชาชนในฉนวนกาซาแสดงปฏิกิริยาต่อข้อเสนอที่จะเป็นเงื่อนไขในข้อตกลงอย่างหลากหลาย ตั้งแต่หวังว่าจะยุติความขัดแย้ง ไปจนถึงแคลงใจต่อเจตนาของฝ่ายอิสราเอล
บางคนแสดงความกังวลว่า กลุ่มฮามาสอาจตกหลุมพรางของอิสราเอลซึ่งอาจเปิดฉากสงครามอีกครั้งเมื่อนำตัวประกันกลับมาได้ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเชื่อว่า โอกาสทางประวัติศาสตร์ในการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปีได้เปิดขึ้นแล้ว
นายอิบราฮิม ฟาเรส ชาวฉนวนกาซา ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า "อย่าปล่อยให้ความหวังพาไปไกลเกิน" พร้อมเตือนว่า "จะมีการเจรจาหลายรอบในรายละเอียด และปีศาจมักซ่อนอยู่ในรายละเอียดเสมอ"
กองทัพอิสราเอลยังคงดำเนินการโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง แม้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันศุกร์ (3 ต.ค.) เรียกร้องให้อิสราเอล "หยุดการทิ้งระเบิดทันที"
รายงานระบุว่า เกิดการโจมตีทางอากาศ 3 ครั้งในเมืองกาซา ซิตี เมื่อเช้าวันเสาร์ โดยในการโจมตีครั้งหนึ่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลอัล-ชีฟา
กระทรวงสาธารณสุขที่บริหารโดยฮามาสในฉนวนกาซาเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา 66 คน ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นอยู่ที่ 67,074 คน
ตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อเกือบสองปีก่อน รัฐบาลอิสราเอลได้ห้ามนักข่าวต่างประเทศเข้าสู่ฉนวนกาซาโดยอิสระ ทำให้การตรวจสอบข้อกล่าวหาจากทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องยาก
กองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา เพื่อตอบโต้การโจมตีที่นำโดยกลุ่มฮามาสในภาคใต้ของอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันอีก 251 คน
ประชากรส่วนใหญ่ในฉนวนกาซาต้องพลัดถิ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากการโจมตีและการสู้รบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประเมินว่า บ้านเรือนมากกว่า 90% ในพื้นที่ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย