"ฝาแฝดเอไอของฉันช่วยให้ฉันได้งานถ่ายแบบเพิ่มขึ้น"

ที่มาของภาพ, ALEXSANDRAH/THE DIIGITALS
- Author, แซม กรูเอต์
- Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจและเทคโนโลยี
อเล็กซานดราห์ไม่เคยต้องการเป็นนางแบบเลย ครั้งแรกที่มีแมวมองมาทาบทามให้เธอเป็นนางแบบ คือ เมื่อเธอมีอายุ 13 ปี และอีกครั้งหนึ่งตอนที่เธอเป็นวัยรุ่น ทว่า เธอปฏิเสธโอกาสนั้นไป และแล้วเธอก็ตัดสินใจว่าจะรับงานนี้
"จะเสียหายอะไรหละ แค่ลองทำดู" เธอบอกกับตัวเอง
ตอนนี้เธอเข้าสู่วงการนางงามเต็มตัว โดยมีสังกัดในกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร และเธอกำลังจะมีอีกหนึ่งโอกาสในวงการนางงาม ผ่านการสร้างร่างเสมือนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (Artificial Intelligence) ซึ่งเธอหวังว่า สิ่งนี้จะทำให้งานนางแบบเธอมั่นคงในอนาคต
"การมีร่างในเวอร์ชั่นเอไอจะทำให้คุณรู้สึกปลอดภัย" เธออธิบาย
"ฉันจะได้รับประโยชน์ เพราะนั่นคือจากร่างเสมือนเอไอของฉันจริง ๆ ที่จะทำให้ฉันไม่ต้องถูกจำกัดจากสิ่งใด ๆ รายได้ที่ได้รับทั้งหมดก็จะมาที่ฉัน"
เธอเล่าต่อว่า "คุณไม่จำเป็นต้องเดินทาง ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งเข้าออกสนามบิน ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใด เอไอจะช่วยให้ผู้คนสามารถใช้ชีวิตและทำในสิ่งที่ต้องการ รวมทั้งสามารถปรากฏตัวได้ในสองสถานที่ในเวลาเดียวกันได้"
อเล็กซานดราห์ เล่าว่า เธอเป็นคนแรกในตลาดที่นำเสนอร่างเสมือนรับงานลูกค้า ซึ่งอุตสาหกรรมนางแบบตอนนี้กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดกับการเติบโตของเทคโนโลยีเอไอ
ผลการสำรวจของบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการ แมคคินซีย์ ที่เผยแพร่เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว พบว่า เกือบสามในสี่ของผู้บริหารบริษัทด้านแฟชั่นบอกว่า เอไอเป็นหนึ่งในสิ่งที่บริษัทพวกเขาให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ขณะที่ผู้ทำการสำรวจมากกว่าหนึ่งในสี่บอกว่า พวกเขาใช้เอไอในงานด้านการพัฒนาและการออกแบบสร้างสรรค์แล้ว
สำหรับผู้ที่อยู่เบื้องหลังร่างเสมือนแฝดของอเล็กซานดราห์ คือ คาเมรอน วิลสัน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดอะ ดิจิทัลส์ (The Diigitals) ซึ่งดำเนินการจัดหานางแบบและนายแบบเอไอ และแบบสามมิติ (3D)
เอเยนซีนางแบบแห่งนี้ประสบความสำเร็จระดับโลกเมื่อปี 2017 ด้วยการเปิดตัว "ซูดู" (Shudu) นางแบบดิจิทัลตัวแรกของโลก ที่ตอนนี้มีผู้ติดตามเธอในฐานะอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงทางอินสตาแกรมมากกว่า 250,000 คน นอกจากนี้เธอยังกลายเป็นนางแบบให้กับแบรนด์ดังอย่าง บาเลนเซียกา, เล็กซัส และบัลแมง โดยปราศจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ

ที่มาของภาพ, THE DIIGITALS
"ตอนที่สร้างซูดูขึ้นมา มีคอมเมนต์หรือการแสดงความคิดเห็นจำนวนมากถามว่า คนผิวขาวสร้างคาแรกเตอร์เสมือนคนผิวดำขึ้นมาได้อย่างไร" วิลสัน กล่าวและอธิบายต่อว่า "เมื่อสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ผมคิดถึงการสร้างคาแรกเตอร์เหล่านั้นอย่างมีจริยธรรม รวมไปถึงความหมายของมันในอนาคต"
จากกระแสตีกลับทางสังคมออนไลน์จึงเป็นที่มาของการรังสรรค์งานชิ้นล่าสุดกับอเล็กซานดราห์ ผู้ที่จะได้รับค่าตอบแทนจากการที่ใช้ภาพของเธอในแคมเปญโฆษณาหรืองานถ่ายแบบที่มีฝาแฝดเอไอของเธอปรากฏอยู่
"เรากำลังพยายามแสดงให้เห็นว่า ธุรกิจ ตราสินค้า และงานนิตยสารสามารถใช้นางแบบเอไอแลนางแบบตัวจริงร่วมกันได้ ขณะเดียวกันยังพยายามกระตุ้นให้เกิดการใช้เอไออย่างยุติธรรมมากกว่า การสะท้อนให้เห็นภาวะแห่งการสิ้นหวังที่เอไอจะมาแทนที่งานเหล่านั้น" เขาอธิบาย
การปกป้องตำแหน่งงานคือ สิ่งหนึ่งที่ คนกลุ่มตัวแทนคนอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น นางแบบ, ช่างแต่งหน้าและช่างทำผม ต้องการจะเห็นเหมือนกัน
กลุ่มอิควิตี (Equity) ซึ่งเป็นตัวแทนของนางแบบนายแบบแฟชั่นในสหราชอาณาจักรบอกกับบีบีซีว่า ตอนนี้พวกเขากำลังล็อบบี้รัฐบาลอังกฤษให้ร่างกฎหมายขึ้นมาเพื่อสร้างความเข้มแข็งในสิทธิของศิลปินแขนงต่าง ๆ
"เรารณรงค์ให้เหล่าสมาชิกของเราอย่าเซ็นชื่อยินยอมเสียสิทธิ์ในบางสิ่ง และมั่นใจว่า ภาพถ่ายของพวกเขาจะถูกนำไปใช้บนพื้นฐานของการได้รับค่าตอบแทนและเงื่อนไขที่เป็นธรรม" โฆษกกลุ่มดังกล่าว ระบุ
ขณะเดียวกัน สมาคมเอเยนซีนางแบบแฟชั่นแห่งอังกฤษออกมาเตือนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเติบโตของเอไอด้วย
"พวกเราจะไม่ยอมหนีปัญหา ขณะที่เอไอกำลังย่างกรายเข้ามาและอุตสาหกรรมต้องรับมือและปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อสะท้อนให้เห็นแนวโน้มนี้" จอห์น ฮอร์เนอร์ ผู้อำนวยการของสมาคมแห่งนี้ กล่าวย้ำ
ภัยคุกคามที่รับรู้ได้จากเอไอต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นเข้าขั้นวิกฤตเมื่อปีที่แล้วหลังจากแบรนด์แฟชั่นอย่าง ลีวาย ประกาศว่า จะใช้เอไอสร้างนางแบบและนายแบบที่มีรูปร่างและผิวสีหลากหลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มกลุ่มตัวแทนสินค้าแต่ละรุ่น
หลังจากนั้นก็เกิดความไม่พึงพอใจในวงการนายแบบนางแบบ ด้วยการกล่าวหาแบรนด์ดังกล่าวว่ามีความขี้เกียจ และผู้ใช้งานบางคนในโลกออนไลน์เปรียบเปรยเทคโนโลยีเอไอราวกับว่า "การทำให้การเหยียดสีผิว เชื้อชาติไม่จบไม่สิ้น"
ด้านลีวายออกมากลับคำพูดโดยระบุว่า บริษัทยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้เทคโนโลยีเอไอ อย่างเท่าเทียมกันและโปร่งใส

ที่มาของภาพ, THE DIIGITALS
โจเซฟิน มาร์คแฮม เว็บสเตอร์ หัวหน้าของบริษัทรับจัดหานางแบบและนายแบบ เมนเทอร์ โมเดล ในเมืองเชฟฟิลด์ คือหนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความรู้สึกไม่พึงพอใจในขณะนั้น โดยคิดว่า นางแบบหรือนายแบบที่สร้างขึ้นโดยเอไอถือเป็นการถอยหลังของอุตสาหกรรมแฟชั่น
"ผลงานทั้งหมดที่ผลิตขึ้นไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วยความหลากหลาย ที่เป็นตัวแทนของผู้หญิงและผู้ชายในรูปร่างแบบต่าง ๆ ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง รูปลักษณ์ที่ต่างกัน ซึ่งนายแบบและนายแบบเอไอกำลังทำให้เราถอยหลังลงคลอง" เธอกล่าว
"นี่กำลังจะทำให้เราย้อนกลับไปใช้โมเดลที่มีมาตรฐานในอุดมคติ ไม่ใช่ขนาดเสื้อผ้าที่แท้จริง ไม่ใช่สีผิวที่แท้จริง ไม่ใช้ความสวยงามที่แท้จริง และฉันคิดว่า สิ่งนี้กำลังจะทำลายอาชีพนายแบบนางแบบ"
อย่างไรก็ตาม ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความต้องการใช้นายแบบนางแบบหรือกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงกำลังเติบโตในขณะนี้
ในเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว บริษัท เมตา เจ้าของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมประกาศถึงความพยายามล่าสุดว่าจะ มีแผนผนวกโลกความจริงและโลกเสมือนจริงให้เกิดขึ้นจริง ด้วยการเปิดตัวทีมเอไอ แชทบอท โดยมีต้นแบบจากกลุ่มคนดัง เช่น สนูป ด็อกก์, เคนดัลล์ เจนเนอร์ และ แบร์ กริลล์ส เป็นต้น
มีรายงานบางแหล่งระบุว่า คนดังเหล่านั้นได้รับค่าตอบแทนจากการสร้างเอไอหน้าตาคล้ายคลึงพวกเขาราว 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 180 ล้านบาท

ที่มาของภาพ, THE DIIGITALS
"แบรนด์ต่าง ๆ กำลังมองหาคาแรกเตอร์ที่สามารถมีตัวตนในสื่อสังคมออนไลน์ และสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้จริง ๆ และบ่อยครั้งก็สามารถช่วยสร้างการรับรู้อย่างใดอย่างหนึ่งได้" วิลสันระบุ
หนึ่งในลูกค้าของเขาคือ องค์กรการกุศล ดาวน์ส ซินโดรม อินเทอร์เนชันแนล
"พวกเราทำงานร่วมกับพวกเขาเพื่อสร้างอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงตัวแรกของโลกที่มาพร้อมกับภาวะดาวน์ส ซินโดรม ที่ใช้ชื่อว่า คามิ ร่วมกับผู้หญิงอีกกว่า 100 คนจากชุมชนของผู้ที่มีภาวะดาวน์ส ซินโดรม" เขาอธิบาย
"เมื่อเราพยายามที่สร้างคาแรกเตอร์ขึ้นมา พวกเราก็จะมองมันด้วยมุมมองด้านจริยธรรม เราจะสร้างการรับรู้ในสังคมนั้นได้อย่างไร เราจะสร้างผลกระทบเชิงบวกในสังคมนั้นได้อย่างไร" เขาตั้งคำถามทิ้งท้าย











