'ChatGPT Atlas' เบราว์เซอร์น้องใหม่จากค่าย OpenAI มีอะไรใหม่ และจะโค่น 'Google Chrome' ได้หรือไม่ ?

โลโก้ ChatGPT Atlas บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images

คำบรรยายภาพ, การเปิดตัวเบราว์เซอร์แอทลาส (Atlas) เกิดขึ้นจากการที่โอเพนเอไอ (OpenAI) กำลังแสวงหาช่องทางใหม่ ๆ ในการหารายได้จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (artificial intelligence - AI)

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา OpenAI บริษัทค้นคว้าวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ ในสหรัฐอเมริกาได้เปิดตัวเว็บเบราว์เซอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งมีชื่อว่า "Atlas" (แอทลาส) และได้รับการออกแบบมาเพื่อท้าทายคู่แข่งอย่าง Chrome (โครม) ของกูเกิลซึ่งเป็นเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

การเปิดตัวเบราว์เซอร์แอทลาส (Atlas) เกิดขึ้นจากการที่ OpenAI กำลังแสวงหาช่องทางใหม่ ๆ ในการหารายได้จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และใช้ประโยชน์จากการเติบโตของฐานผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แซม อัลท์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI เปิดเผยว่า ChatGPT มีผู้ใช้งานประจำรายสัปดาห์ถึง 800 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากสถิติ 400 ล้านคนในเดือน ก.พ.

เบราว์เซอร์น้องใหม่นี้ OpenAI จะขยายขอบเขตการใช้งานไปสู่แง่มุมต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตออนไลน์ของผู้ใช้มากขึ้น โดยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เบราว์เซอร์ของผู้บริโภค

ฟีเจอร์สำคัญมีอะไรบ้าง

ภาพแซม อัลท์แมน มีพื้นหลังสีน้ำเงิน เขามีผมสั้นสีเข้ม ตาสีฟ้า เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนและเสื้อแจ็กเก็ตสูทสีเข้ม เขามองเลยกล้องไป

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ChatGPT มีผู้ใช้งานประจำรายสัปดาห์ถึง 800 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากสถิติ 400 ล้านคนในเดือน ก.พ.

อัลท์แมน กล่าวว่า Atlas มุ่งมั่นที่จะผสานรวมเอาเทคโนโลยีเอไอเข้ากับการท่องเว็บไซต์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยนำแถบที่อยู่เว็บแบบเดิมออก และสร้างขึ้นใหม่ "โดยใช้ ChatGPT เป็นศูนย์กลาง"

ผู้ใช้งานสามารถเปิดแถบด้านข้าง ChatGPT บนหน้าใดก็ได้เพื่อสรุปเนื้อหา เปรียบเทียบสินค้า หรือวิเคราะห์ข้อมูลที่สนใจ

สำหรับผู้ใช้งานแบบชำระเงิน ChatGPT "โหมดตัวแทน (agent mode)" สามารถค้นหาและโต้ตอบกับเว็บไซต์ต่าง ๆ แทนผู้ใช้ได้ เช่น จัดการงานต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเดินทางและการช้อปปิ้งออนไลน์

ในการสาธิตการใช้งานเบราว์เซอร์นี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นักพัฒนา OpenAI ได้แสดงการทำงานของ Atlas ในวิธีการค้นหาสูตรอาหารและสั่งซื้อวัตถุดิบผ่าน อินสตาคาร์ต (Instacart) บริษัทสื่อด้านธุรกิจค้าปลีกและจัดส่งของอเมริกาที่ให้บริการจัดส่งและรับ-ส่งสินค้าอุปโภคบริโภค

OpenAI ยังได้ประกาศความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง เอทซี่ (Etsy) และ ชอปิไฟ (Shopify) รวมถึงบริการด้านการท่องเที่ยวอย่าง เอ็กซ์พีเดีย (Expedia) และบุกกิ้งดอทคอม (Booking.com)

"การใช้เว็บเบราว์เซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น Atlas สะดวกสบายมากกว่า เพราะแทนที่จะต้องเข้าไปดูลิงก์ต่าง ๆ แล้วดูว่าลิงก์ไหนเกี่ยวข้อง ตอนนี้คุณอาจมีสรุปเนื้อหาในหน้าเว็บเหล่านั้นได้เลย" ศาสตราจารย์เอเลนา ซิมเพิร์ล หัวหน้าสถาบันปัญญาประดิษฐ์แห่งมหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ลอนดอน กล่าว

อย่างไรก็ตาม เธอเตือนว่า ความแม่นยำของบทสรุปเหล่านั้นอาจยังน่าสงสัยว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่

"ปัญหาที่แชทบอททุกตัวมีคือ เบราว์เซอร์เอไอแบบใหม่นี้ไม่สามารถแยกแยะระหว่างคำสั่งที่เขียนโดยเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้กับข้อความที่เขียนโดยแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือได้" เธอกล่าว

เบราว์เซอร์ใหม่นี้มีความเสี่ยงหรือไม่

ภาพระยะใกล้ของมือที่กำลังพิมพ์บนแป้นพิมพ์แล็ปท็อป ทั้งแล็ปท็อปและมือดูเป็นสีฟ้าเพราะแสงสะท้อน ขณะที่มีมือปรากฏอยู่ในเงามืดเพราะพื้นหลังสีขาวที่ส่องสว่าง

ที่มาของภาพ, PA Wire/PA Images

คำบรรยายภาพ, OpenAI เตือนว่ายังอาจมีความเสี่ยง รวมถึงข้อผิดพลาด และคำสั่งที่เป็นอันตรายซ่อนอยู่ในเว็บเพจหรืออีเมลด้วย

OpenAI ระบุว่าพวกเขาได้สร้างระบบป้องกันไว้ในเบราว์เซอร์ Atlas แล้ว แต่ยอมรับว่าฟีเจอร์ที่เป็นตัวแทนหรือ เอเจนต์ ที่สามารถดำเนินการแทนผู้ใช้ยังคงมีความเสี่ยงอยู่

ภายใต้ระบบป้องกันเหล่านี้ เบราว์เซอร์จะไม่สามารถรันโค้ด ดาวน์โหลดไฟล์ หรือเข้าถึงแอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้ และจะหยุดทำงานชั่วคราวบนเว็บไซต์ที่มีความอ่อนไหว เช่น เว็บไซต์ของธนาคารต่าง ๆ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถรันเอเจนต์ในโหมดล็อกเอาต์เพื่อจำกัดความเสี่ยงได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม OpenAI เตือนว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งรวมถึงข้อผิดพลาดและคำสั่งที่เป็นอันตรายที่ซ่อนอยู่ในหน้าเว็บหรืออีเมล ซึ่งอาจนำไปสู่การดำเนินการต่าง ๆ ที่ไม่ได้ตั้งใจหรือเกิดการโจรกรรมข้อมูล

บริษัทยังระบุอีกว่าได้ทำการทดสอบอย่างละเอียดและจะแก้ไขช่องโหว่อย่างต่อเนื่อง แต่แนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบกิจกรรมและพิจารณาทางเลือกในการแบ่งปันข้อมูลให้ดี

ศ.ซิมเพิร์ลกล่าวว่า "เรากำลังใส่ข้อมูลส่วนตัวของตัวเองมากมาย ลงไปในพรอมต์ ในประวัติการท่องเว็บ และรวมถึงในมือของบริษัทที่ยังไม่มีผลงานพิสูจน์ชัดเจนว่าให้ความเคารพต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ หรือสามารถปกป้องข้อมูลของเราได้อย่างแท้จริง"

"นั่นทำให้ฉันค่อนข้างระมัดระวังในการทดลองใช้" เธอกล่าวเสริม

Atlas ยังมีฟีเจอร์ 'ความทรงจำของเบราว์เซอร์' (browser memories) ซึ่งจะจดจำประวัติการเข้าชมของคุณและสามารถเรียกคืนรายละเอียดการค้นหาได้หากเคยมีการป้อนข้อมูลหรือคำสั่งไปก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตาม Open AI ระบุว่าฟีเจอร์นี้ 'เป็นเพียงทางเลือก และคุณสามารถควบคุมได้ตลอดเวลา'

แล้วเบราว์เซอร์นี้จะสามารถต่อกรกับโครมของกูเกิลอย่างไร

โลโก้ของ Atlas, Open AI ที่เห็นทางด้านซ้ายในกรอบสีขาวดำขนาดเล็ก โลโก้เป็นสีน้ำเงินเข้ม คล้ายกับดอกไม้สีน้ำเงินบนพื้นหลังสีกรมท่า ตรงกลางมีไอคอนลูกศรชี้ไปที่พื้นหลัง บนพื้นหลังสีขาว โลโก้วงกลมของ Google Chrome จะเบลอเล็กน้อย เป็นวงกลมมีเส้นขอบสีแดง เหลือง และเขียว และมีวงกลมสีน้ำเงินอยู่ตรงกลาง

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, Atlas ได้รับการออกแบบมาเพื่อแข่งขันกับคู่แข่ง เช่น Chrome ของกูเกิล ซึ่งเป็นเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

แท้จริงแล้วมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่หันมาเลือกใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (large language models -LLM) เช่น ChatGPT ในการค้นหาคำตอบและคำแนะนำต่าง ๆ

Atlas อาจช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างนี้ไปสู่การค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI เนื่องจากผู้ใช้หันมาใช้เครื่องมือสนทนาที่สังเคราะห์ข้อมูลมากขึ้น แทนที่จะพึ่งพาผลการค้นหาแบบอิงคำหลักแบบดั้งเดิมจากกูเกิล

บริษัทวิจัยดาโตส (Datos) ระบุว่า ในเดือน ก.ค. 2025 การค้นหาบนเบราว์เซอร์เดสก์ท็อป 5.99% ตกเป็นของการเลือกใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ LLM ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า

แต่ กูเกิลเองก็ยังลงทุนอย่างหนักในด้านเอไอเช่นกัน และในปีที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญกับคำตอบที่สร้างโดยเอไอต่อคำถามต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในผลการค้นหาของกูเกิล

เดือนที่แล้ว กูเกิลได้รวมโมเดลเจมิไน เอไอ (Gemini AI) เข้ากับเบราว์เซอร์โครมสำหรับผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกา และมีแผนที่จะนำเจมิไนมาใช้กับแอปฯ โครมบนระบบปฏิบัติการ iOS ของแอปเปิลด้วย

"ผมเชื่อว่าผู้ใช้กลุ่มแรก ๆ จะทดลองใช้เบราว์เซอร์ OpenAI ใหม่นี้ในเร็ว ๆ นี้" แพท มัวร์เฮด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและหัวหน้านักวิเคราะห์ของมัวร์ อินไซต์ แอนด์ สแตรเตจี (Moor Insights & Strategy) กล่าว

แต่เขากล่าวว่า เขาไม่แน่ใจว่า Atlas จะเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับ โครม หรือไมโครซอฟต์ เอดจ์ (Microsoft Edge) "เนื่องจากผู้ใช้ทั่วไป ผู้ใช้งานหน้าใหม่ และองค์กรส่วนใหญ่ต่างรอให้เบราว์เซอร์ที่พวกเขาชื่นชอบมีฟีเจอร์นี้"

มัวร์เฮดกล่าวเสริมว่า ไมโครซอฟต์ เอดจ์ มีฟีเจอร์เหล่านี้อยู่มากมายแล้วในปัจจุบัน

การเปิดตัวเบราว์เซอร์ Atlas ของโอเพนเอไอเกิดขึ้นหนึ่งปีหลังจากมีการพบว่า กูเกิลมีการผูกขาดอย่างผิดกฎหมายในธุรกิจด้านการค้นหาออนไลน์

คำตัดสินของศาลเมื่อเดือน ก.ย. 2025 ที่ผ่านมา มุ่งเน้นไปที่การลดการผูกขาดทางธุรกิจของกูเกิล โดยไม่ได้บังคับให้บริษัทต้องแยกเบราว์เซอร์โครมออกไป แม้ว่าทนายความของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จะผลักดันแนวทางแก้ไขดังกล่าวก็ตาม

แม้จะมีการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่เบราว์เซอร์โครมของกูเกิลก็ยังคงครองตลาด โดยมีส่วนแบ่งตลาด 71.9% ในตลาดเบราว์เซอร์ทั่วโลกในเดือน ก.ย. ตามข้อมูลของ StatCounter

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่า เบราว์เซอร์ใหม่จากโอเพนเอไออาจนำไปสู่การแข่งขันครั้งใหม่เพื่อชิงรายได้จากการโฆษณา

"การรวมการสนทนาหรือแชทเข้ากับเบราว์เซอร์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โอเพนเอไอเริ่มขายโฆษณา ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ เมื่อโอเพนเอไอเริ่มขายโฆษณา นี่ก็อาจมีส่วนในการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดโฆษณาจากระบบเสิร์ชอย่างมีนัยสำคัญจากกูเกิลได้ ซึ่งกูเกิลครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 90%" กิล ลูเรีย นักวิเคราะห์จาก ดี.เอ. เดวิสัน (D.A. Davidson) กล่าว

เบราว์เซอร์นี้จะพร้อมใช้งานเมื่อใด

ในตอนนี้ เบราว์เซอร์ Atlas ของแชทจีพีที พร้อมใช้งานแล้วบนระบบปฏิบัติการ MacOS ของแอปเปิล รวมถึงผู้ใช้ Free, Plus, Pro และ Go

และยังมีเวอร์ชันเบต้าสำหรับธุรกิจ และหากผู้ดูแลระบบเปิดใช้งานแล้ว ก็จะพร้อมใช้งานสำหรับผู้ใช้ผู้ประกอบกิจการและกลุ่มเพื่อการศึกษา (Edu)

บริษัทโอเพนเอไอ กล่าวว่า สำหรับผู้ใช้งานบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ (Windows), iOS และแอนดรอยด์ (Android) คาดว่าจะใช้งานในเร็ว ๆ นี้