ชาวอะลาไวต์คือใคร เหตุใดจึงตกเป็นเป้าสังหารในซีเรียหลายร้อยคน ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
อาเหม็ด อัล-ชาอะรา ผู้นำชั่วคราวของซีเรียได้เรียกร้องให้เกิดความสามัคคีในประเทศ เมื่อเหตุรุนแรงและการสังหารเพื่อแก้แค้นยังคงดำเนินอยู่ในพื้นที่ที่ถือว่าจงรักภักดีต่อนายบาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตผู้นำซีเรีย
การออกมาครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังสมาชิกกองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลใหม่ถูกกล่าวหาว่าสังหารพลเรือนหลายร้อยคนซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมนิกายอะลาไวต์ (Alawite) เป็นเวลาต่อเนื่องหลายวัน
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์บางคนเคยคาดการณ์ว่าความตึงเครียดระหว่างมุสลิมนิกายต่าง ๆ จะปะทุขึ้น หลังการล่มสลายอย่างรวดเร็วของระบอบอัสซาด
ทว่า ชาวอะลาไวต์คือใคร พวกเขามีความเชื่อเกี่ยวกับอะไร และเหตุใดชนกลุ่มน้อยเหล่านี้จึงตกเป็นเป้าการโจมตี ?
ประวัติศาสตร์การประหัตประหารและการเมือง
ชนกลุ่มน้อยชาวอะลาไวต์เป็นกลุ่มความเชื่อย่อยของศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ลัทธินี้เกิดขึ้นในซีเรียช่วงศตวรรษที่ 9 และ 10
อะลาไวต์ หมายถึง "ผู้ติดตามท่านอาลี" ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องและบุตรเขยของศาสดามูฮัมหมัด พวกเขาก็เหมือนกับชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ อื่น ๆ ที่เชื่อว่าอิหม่ามอาลีคือทายาทที่แท้จริงของศาสดา
พวกเขาเป็นชนกลุ่มน้อยในซีเรียที่มีชีวิตรอดมาจากการประหัตประหารและสงครามครูเสดในอดีต จนขึ้นมาเป็นสถาบันปกครองซีเรียผ่านยุคสมัยตระกูลอัสซาด ซึ่งกินระยะเวลานานกว่า 50 ปี และล่มสลายลงอย่างฉับพลันทันทีเมื่อปีที่แล้ว
วัตรปฏิบัติของชาวอะลาไวต์นั้น กล่าวกันว่าพวกเขาเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสและถือวันปีใหม่ตามหลักลัทธิโซโรอัสเตอร์ (Zoroastrian) ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แม้แต่ในหมู่ชาวมุสลิมส่วนใหญ่
พวกเขามีประชากรราว 10% ในซีเรีย และเป็นกลุ่มศาสนาขนาดใหญ่อันดับสองของประเทศ รองจากมุสลิมนิกายซุนนี
ส่วนใหญ่พวกเขาอาศัยอยู่ในจังหวัดชายฝั่งทะเลของซีเรีย เช่น ตาลาเกีย และ ทาร์ทัส รวมถึงพบได้ในบางส่วนของตุรกี อิรัก และ เลบานอน
หลังเกิดการรัฐประหารในปี 1970 ซึ่งนำโดย ฮาเฟซ อัล-อัสซาด บิดาของอดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด พบว่า ชาวอะลาไวต์ขึ้นครองอำนาจนำในสถาบันต่าง ๆ ของระบอบการปกครองซีเรีย รวมถึงกองกำลังด้านความมั่นคง
ชาวมุสลิมในตะวันออกกลางคนอื่น ๆ มองว่าชาวอะลาไวต์เป็นพวกเสรีนิยมหรือโลกวิสัย โดยภายใต้ระบอบการปกครองของอัลซาดเอง พวกเขาก็ไม่ได้บังคับให้ผู้หญิงต้องสวมใส่ฮิญาบ และมุสลิมชาวอะลาไวต์หลายคนก็ไม่ได้เคร่งในการละหมาดหรือว่าถือศีลอด ส่งผลให้ชาวมุสลิมบางคนมองว่าชาวอะลาไวต์คือพวกนอกรีต
ทว่า อิทธิพลและการควบคุมที่ชัดแจนของกลุ่มลัทธิดังกล่าวในซีเรียซึ่งมีชาวมุสลิมนิกายซุนนีปกครองก็หายไปเพียงชั่วข้ามคืนหลังจากอัสซาดหลบหนีไปยังรัสเซียเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว
ชนวนที่นำไปสู่การสังหารชาวอะลาไวต์คืออะไร ?

ที่มาของภาพ, Reuters
บาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตผู้นำซีเรียที่ถูกขับไล่ออกจากตำแหน่ง เป็นชาวอะลาไวต์
นอกจากนี้ เขายังสนับสนุนและส่งเสริมการแต่งตั้งชาวอะลาไวต์ในกองทัพและกองกำลังรักษาความมั่นคงซึ่งขึ้นชื่อด้านความโหดร้ายในซีเรีย โดยกลุ่มสิทธิมนุษยชนบอกว่าปฏิบัติการส่วนใหญ่ของพวกเขามักพุ่งเป้าไปที่ชาวมุสลิมนิกายซุนนี
อย่างไรก็ตาม ชาวอะลาไวต์ธรรมดาสามัญหลายคนก็บอกว่าพวกเขาถูกข่มเหงและอยู่อย่างทนทุกข์ภายใต้ระบอบอัสซาดไม่ต่างจากคนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาลุกขึ้นมาต่อต้านการปกครองอัสซาด
เหตุรุนแรงล่าสุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากกลุ่มผู้ที่ยังจงรักภักดีกับอัสซาด ปฏิเสธวางอาวุธและซุ่มโจมตีกองกำลังรักษาความมั่นคงรอบ ๆ เมืองชายฝั่งอย่างลาตาเกียและจาเบลห์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน
กีอาธ ดัลลาห์ อดีตพลจัตวาประจำกองทัพในสมัยอัสซาด ได้ประกาศการก่อกบฏครั้งใหม่ต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยบอกว่าเขาจะจัดตั้ง "สภาทหารเพื่อการปลดปล่อยชาวซีเรีย"
รายงานบางฉบับชี้ให้เห็นว่าอดีตเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของระบอบอัสซาดซึ่งปฏิเสธที่จะสละอาวุธนั้น กำลังตั้งกลุ่มต่อต้านขึ้นใหม่ภายในหุบเขา
การที่ชุมชนชาวอะลาไวต์ตกเป็นเป้าโจมตีในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการแก้แค้นของกองกำลังความมั่นคงชุดปัจจุบันของซีเรีย

ผู้คนในท้องถิ่นที่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า ชุมชนชาวอะลาไวต์ส่วนใหญ่ไม่ได้สนับสนุนการก่อตั้งกลุ่มต่อต้านเหล่านี้ และกล่าวโทษดัลลาห์ รวมถึงกลุ่มหัวแข็งคนอื่น ๆ ที่ยังภักดีต่ออัสซาด สำหรับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น
นับตั้งแต่การสังหารเริ่มต้นขึ้น ผู้คนหลายร้อยคนต้องหนีออกจากบ้านในจังหวัดชายฝั่งลาตาเกียและทาร์ทัส ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มผู้สนับสนุนอัสซาด
ในขณะนี้ บีบีซียังไม่สามารถตรวจสอบจำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับรายงานมาได้ ทว่า กลุ่มเฝ้าระวังในสหราชอาณาจักรกล่าวว่า มีพลเรือนอย่างน้อย 1,200 คนถูกสังหารใน "การสังหารหมู่" ซึ่งมุ่งเป้าไปยังชาวอะลาไวต์ในชายฝั่งตะวันตกของซีเรีย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ของสัปดาห์ที่แล้ว
ด้านรายงานของกลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซีเรีย ระบุว่า สมาชิกกองกำลังความมั่นคงประมาณ 230 คน รวมถึงนักรบที่สนับสนุนอัสซาดจำนวน 250 ถูกสังหารในการสู้รบครั้งนั้นด้วยเช่นกัน












