สังคมสูงวัย-ที่อยู่อาศัย-จราจร-เงินเทา : สำรวจ 4 ปัญหาหลักที่ผู้สมัคร สส. กรุงเทพฯ เห็นพ้องว่าต้องแก้

- Author, วศินี พบูประภาพ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้วันนี้ (27 ธ.ค.) เป็นวันแรกของการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้วประเทศ สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร การรับสมัครเกิดขึ้นที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น)
บีบีซีไทยสำรวจบรรยายกาศการสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็น สส. กทม. ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นวันที่ 8 ก.พ. 2569 พร้อมทั้งได้สัมภาษณ์ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากหลากหลายพรรคการเมือง เพื่อดูว่าพวกเขามองว่าปัญหาอะไรบ้างของ กทม. ที่เป็นปัญหาเร่งด่วน และอยากเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขด้วยการเป็น "ผู้แทนราษฎร"
บีบีซีไทยพบว่ามี 4 ประเด็นสำคัญที่ผู้สมัครจำนวนมากเห็นตรงกันว่าเป็นวิกฤตที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดังนี้
1. การรับมือ "สังคมสูงวัย"
ผู้สมัครหลายคนระบุว่า พวกเขาจะเน้นนโยบายด้านรัฐสวัสดิการและการปรับปรุงสภาพแวดล้อมอาคารเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ซึ่งหมายถึงสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% มาตั้งแต่ปี 2561
วีร์ ศรีวราธนบูลย์ ผู้สมัคร สส.กทม.จากพรรคประชาธิปัตย์ เขต 23 (พระโขนง, บางนา) มองว่าสังคมสูงวัยไม่ใช่ปัญหาในตัวมันเอง หากรัฐสามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐานและระบบข้อมูลที่เอื้อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ซึ่งจะช่วยลดความกังวลของคนรุ่นใหม่ในการสร้างครอบครัวได้
"วีร์รู้สึกว่า [ถ้า]เราแก้ปัญหานี้ปัญหาเดียว เราสามารถแก้ปัญหาอื่น ๆ ได้ด้วยค่ะ เพราะการทำให้คนมีความมั่นใจที่จะมีลูกมีหลานสร้างครอบครัว มีความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจ มันก็จะรวมเรื่องอื่น ๆ ด้วย"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สำหรับพื้นที่เขตบางพลัดและบางกอกน้อย (เขต 33) สุไพรพล เพ็ญแข ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ชี้ให้เห็นว่ามีผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงเป็นจำนวนมาก เขาจึงต้องการผลักดันสวัสดิการที่ครอบคลุมและการรักษาพยาบาลที่ไม่เป็นภาระแก่ประชาชน เช่นเดียวกับ สุภาวดี บางใหญ่ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่สะท้อนปัญหาว่าเบี้ยผู้สูงอายุ 600 บาทในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และต้องการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีงานทำและมีรายได้โดยมีการสนับสนุนจากภาครัฐ
"หัวหน้าของเราเตรียมสวัสดิการไว้ให้โดยใช้กองทุนสนับสนุน นั่นก็คือกองทุนน้ำมัน เพราะทุกคนมีสิทธิที่จะเป็นเจ้าของทรัพยากรใต้ดิน เพราะฉะนั้น[จึง]จำเป็นต้องให้[ผลประโยชน์จากทรัพยากรดังกล่าว]กลับคืนประชาชน" ผู้สมัคร สส. จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

นอกจากนี้ ภูมิ สวัสดี จากพรรครักชาติ เขต 21 (ประเวศ, สะพานสูง) ยังเสนอแนวคิดการออกแบบเมืองตามหลัก universal design (การออกแบบเพื่อทุกคน) และการสร้าง smart city (เมืองอัจฉริยะ) เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างมีความสุขแม้ไม่มีลูกหลานอยู่ใกล้ ๆ

2. การแก้ปัญหาสิทธิที่อยู่อาศัยและความเหลื่อมล้ำ
ผู้สมัคร สส. กทม. บางรายยังกล่าวถึงความเหลื่อมล้ำในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่อยู่อาศัยและข้อพิพาทที่ดิน
บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทยเขต 4 (คลองเตย, วัฒนา) ระบุว่าในเขตคลองเตยยังมีปัญหาเรื่องสิทธิการถือครองที่ดินของการท่าเรือ ซึ่งเธอตั้งเป้าจะผลักดันนโยบาย "บ้านเพื่อคนไทย" และแก้ไข พ.ร.บ. การท่าเรือเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย
"สามารถดำเนินการได้ผ่านการแก้ไขพระราชบัญญัติต่าง ๆ ผ่านสภานิติบัญญัติ หรืออาจตั้งคณะกรรมาธิการเฉพาะด้านขึ้นมาตรวจสอบในประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรง" บุณยกร ยกตัวอย่างต่อไปว่า "พระราชบัญญัติที่สามารถแก้ไขแล้วช่วยจัดการปัญหาที่กล่าวไปข้างต้นได้ เช่น พ.ร.บ.บริหารราชการกรุงเทพมหานคร โดยอาจพิจารณาเพิ่มอำนาจให้กรุงเทพมหานคร เพื่อให้สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"

ทางด้าน เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เขต 2 (สาทร, ปทุมวัน, ราชเทวี) ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาที่ดินพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน หรือประชาชนกับบริษัทเจ้าของที่ดินเดิมในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (Central Business District - CBD) ซึ่งสะท้อนความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน
ส่วน ชณทัต ปัทมะภูวดล ผู้สมัคร สส. เขต 6 (พญาไท, ดินแดง) จากพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่าตนมีประสบการณ์ในการเข้าไปมีบทบาทในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมและการเคหะดินแดง โดยเน้นการหาทางออกร่วมกันระหว่างลูกบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3. การแก้ปัญหาจราจรด้วยเทคโนโลยีและผังเมือง
ปัญหาการจราจรติดขัดยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ในมุมมองของผู้สมัคร สส. เขต กทม. บีบีซีไทยสังเกตว่าผู้สมัครหลายรายพยายามนำเสนอทางออกใหม่ของปัญหานี้ผ่านเทคโนโลยี
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เขต 9 (บางเขน, จตุจักร, หลักสี่) ได้นำเสนอการสร้าง "ดิจิทัลทวิน" (digital twin) หรือเมืองจำลองในรูปแบบดิจิทัล เพื่อใช้ในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ติดตามโครงการก่อสร้าง และตรวจสอบปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ
"ทุกวันนี้หลายท่านยังไม่ทราบเลยว่าถนนหน้าบ้านของตัวเองเป็นถนนของรัฐหรือของเอกชน เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาก็เลยมีความล่าช้า" เขายกตัวอย่าง "ดิจิทัลทวินจะทำให้เมือง กทม. ทั้งเมืองกลายเป็นสมาร์ทซิตี้ ที่ทั้งผู้ว่าฯ ผู้แทนราษฎร หรือ สก. (สภากรุงเทพมหานคร) ก็จะสามารถเห็นความเคลื่อนไหวของเมืองทั้งเมืองได้ในเวลาเดียวกัน"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ขณะที่ ดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม จากพรรคภูมิใจไทย เขต 23 (พระโขนง, บางนา) เสนอการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโดรนเข้ามาวิเคราะห์การจราจร โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนเพื่อช่วยให้การเดินทางไปโรงเรียนและที่ทำงานราบรื่นขึ้น สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาในเชิงผังเมือง พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เขต 22 (สวนหลวง, ประเวศ) เสนอการเชื่อมต่อซอยตันต่าง ๆ ให้เป็นโครงข่ายตาราง (grid system) เพื่อเพิ่มทางลัดและลดความหนาแน่นบนถนนสายหลัก

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัครเขต 4 (ทวีวัฒนา-คลองเตย) ยังมองว่าปัญหาจราจรเกิดจากอำนาจที่ทับซ้อนกันระหว่างตำรวจและ กทม. ซึ่งการแก้ไข พ.ร.บ. บริหารราชการ กทม. จะสามารถเพิ่มอำนาจให้ กทม. จัดการพื้นที่ได้เอง
ส่วน เตชสิทธิ์ ดนตรีรักษ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 13 จากพรรคกล้าธรรม ย้ำถึงความจำเป็นในการบูรณาการทุกหน่วยงานเพื่อแก้ปัญหารถติดในเขตลาดพร้าวและบึงกุ่มที่เขาลงสมัครเป็นผู้แทน
"เราทำมากกว่าพูด" ผู้สมัคร สส.จากพรรคซึ่งนำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าว "การแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ก็คาดหวังว่าจะได้มีโอกาสเข้าไปทำงานและนำความทุกข์ร้อนของประชาชน รวมถึงปัญหาที่เกิดจากการจราจร ไปผลักดันให้ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม"

4. การขจัด "เงินเทา" และการทุจริตคอร์รัปชัน
"เงินเทา" เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ผู้สมัคร สส. จากพรรคต่าง ๆ ชี้ว่าเป็นปัญหาเร่งด่วน โดยระบุว่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงของประชาชน
เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน เขต 2 ระบุว่าปัญหาเงินเทาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือสแกมเมอร์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการจ่ายส่วยให้กับองค์กรภาครัฐ เช่น เทศกิจและตำรวจ ซึ่งกระทบต่อการค้าขายและการใช้ชีวิตของชาวบ้านในย่านเศรษฐกิจอย่างสาทรและปทุมวัน
ทางด้านพรรคไทยสร้างไทย เบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 27 (บางขุนเทียน, บางบอน) เน้นย้ำถึงการเมืองสีขาว โดยระบุว่าทุนเทาเป็นสิ่งที่บ่อนทำลายประเทศชาติ และจำเป็นต้องมีการออกกฎหมายที่เข้มข้นเพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบทำงานได้อย่างเต็มที่
"เราก็ต้องดูว่าปัญหาเกิดจากอะไร การบกพร่องของหน่วยงานตรวจสอบ การดูแลระบบเศรษฐกิจที่ยังหละหลวมอยู่ พวกนี้ก็ต้องออกกฎหมายให้เข้มข้น องค์กรอิสระต้องทำงานอย่างเต็มที่ แก้ไขอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน" เบสท์ กล่าว

ขณะที่ฝั่งพรรครวมไทยสร้างชาติ ชณทัต ปัทมะภูวดล ผู้สมัครเขต 6 (พญาไท, ดินแดง) ได้เสนอมาตรการที่เด็ดขาด โดยมองว่าปัญหาเงินเทาทำให้คนไทยจำนวนมากถูกอายัดบัญชีจนชีวิตพังทลาย และควรมีการลงโทษขั้นรุนแรง รวมถึงการตัดวงจรสาธารณูปโภคเพื่อปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์รอบแนวชายแดน
"มันต้องประหารชีวิต" เขาระบุ

ปัญหาอื่น ๆ : ฝุ่น PM2.5 - อธิปไตยของไทย
นอกเหนือจาก 4 ประเด็นหลักข้างต้น ยังมีปัญหาเฉพาะด้านที่ผู้สมัครคนอื่น ๆ ให้ความสนใจอีก
ตัวอย่างเช่น ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ กทม. เขต 29 (บางแค, หนองแขม) ศิริขวัญ นิลกรณ์ เสนอว่าการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เริ่มจากจุดสำคัญอย่างโรงเรียน โดยมองว่าพื้นที่การศึกษาควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก จึงต้องการผลักดันมาตรการอย่างการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศและระบบพ่นละอองน้ำภายในสถานศึกษา เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากมลพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพของเด็กในระยะยาว

สำหรับปัญหาน้ำท่วมเมือง ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาโดย โชติพงศ์ สรรเสริญ จากพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งระบุว่านโยบายของพรรคมุ่งใช้ "ความรู้ทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่" มาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ตามแนวทางของหัวหน้าพรรค ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เขาชี้ด้วยว่าการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบคือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในกรุงเทพฯ

ที่มาของภาพ, BBC Thai
พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยยังกล่าวถึง "อธิปไตย" โดยระบุว่าเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดเพียงพื้นที่ชายแดน ก่อนแสดงความกังวลเรื่องการขาดดุลการค้าระหว่างไทยและจีน
"อีคอมเมิร์ชต้องขายไปจีนบ้าง ไม่ได้ซื้อแต่จีนเข้ามาอย่างเดียว เพราะฉะนั้นรายย่อยจะ[ต้องได้รับโอกาสในการ]เปิดตลาด [หาก]รายเล็กรายย่อยมีคนละครึ่งพลัสเอาไว้ใช้ ก็เป็นเรื่องที่ดี เอามาทำให้คนกรุงเทพฯ น่าจะชอบ"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix











