เลือกตั้งสหราชอาณาจักร พรรคแรงงานชนะ “แลนด์สไลด์” อะไรจะเกิดขึ้นตามมา

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, แกรม เบเกอร์
- Role, บีบีซีนิวส์
เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ หัวหน้าพรรคแรงงาน (Labour) ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรแล้ว หลังเข้าเฝ้ากษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และน้อมรับคำเชิญของพระองค์ให้จัดตั้งรัฐบาล ในวันนี้ (5 ก.ค.)
หลังดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ เดินทางไปที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี บ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง พร้อมกับภริยานางวิกตอเรีย สตาร์เมอร์ และกล่าวสุนทรพจน์โดยให้คำมั่นว่าจะบริหาร "รัฐบาลที่ให้บริการประชาชน" และเริ่มต้นช่วงเวลาแห่ง "การฟื้นฟูชาติ"
เขากล่าวด้วยว่า "เป็นเวลาอันยาวนานที่เราได้เพิกเฉย ขณะที่ผู้คนนับล้านกำลังตกไปสู่ความไม่มั่นคงที่มากขึ้น" นายกฯ คนใหม่ของสหราชอาณาจักร ระบุ "ผมต้องการบอกอย่างชัดเจนต่อผู้คนเหล่านั้นว่า ครั้งนี้ไม่ใช่แบบนั้น"
"การเปลี่ยนแปลงประเทศไม่เหมือนกับการกดปุ่มสวิตช์ โลกในปัจจุบันมีความไม่คงที่ เรื่องนี้จะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มต้นขึ้นทันที"
"งานของพวกเราเป็นเรื่องเร่งด่วน และเราเริ่มมันในวันนี้เลย"
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2019 เนื่องจากพรรคแรงงานภายใต้การนำของนายเจเรมี คอร์บิน นักการเมืองฝ่ายซ้ายจัด ประสบกับความพ่ายแพ้ที่หนักที่สุดในรอบเกือบศตวรรษ
พรรคแรงงาน ภายใต้การนำของ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ หวนคืนอำนาจอีกครั้งด้วยการครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร หลังจากรัฐบาลฝ่ายขวาภายใต้พรรคอนุรักษนิยม (Conservative) บริหารประเทศมา 14 ปี โดยเป็นชัยชนะแบบถล่มทลาย หรือ “แลนด์สไลด์”
ภูมิหลังของเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ เป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด (Crown Prosecution Service) อธิบดีกรมอัยการ (Director of Public Prosecutions) และอดีตทนายความสิทธิมนุษยชน เริ่มเข้าทำหน้าที่ในสภาเมื่อปี 2015 จ
ด้าน ริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันจากพรรคอนุรักษนิยม ได้นำพาพรรคต้นสังกัดของเขามาเจอกับผลการเลือกตั้งที่ “เลวร้ายที่สุด” ของพรรคในรอบกว่าศตวรรษ โรเบิร์ต บัคแลนด์ อดีตรัฐมนตรีผู้สูญเสียที่นั่งในสภา เรียกเหตุการณ์นี้ว่า "เหตุการณ์ฟ้าถล่มจากการเลือกตั้ง" (Electoral Armageddon)
ในค่ำคืนที่ยาวนานของการนับคะแนน มีเรื่องราวมากมายให้ติดตามอย่างไม่ต้องสงสัย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และความหมายที่ซ่อนอยู่

ที่มาของภาพ, REUTERS
พรรคแรงงานคว้าชัยชนะครั้งใหญ่
สภาสามัญชนแห่งสหราชอาณาจักร (House of Commons) มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จำนวน 650 คน โดยแต่ละคนเป็นตัวแทนเขตเลือกตั้ง หรือพื้นที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของประเทศ
เอ็กซิตโพลชี้ว่า พรรคแรงงานจะคว้า 410 ที่นั่ง ส่วนพรรคอนุรักษนิยมจะได้ที่นั่งในสภาเพียง 131 ที่นั่ง
ขณะที่พรรคอื่น ๆ อย่างพรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrats) จะได้ 61 ที่นั่ง พรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) จะได้ 13 ที่นั่ง ส่วนที่เหลือเป็นพรรคอื่น ๆ เช่น พรรคชาติสก็อต (Scottish National Party) จะได้ 10 ที่นั่ง
ผลการเลือกตั้งนี้จะทำให้พรรคแรงงานมีเสียงเกินเสียงข้างมาก 170 ที่นั่ง (การคำนวณเสียงข้างในระบบรัฐสภาอังกฤษมีความซับซ้อน และเสียงกึ่งหนึ่งในทางปฏิบัติไม่จำเป็นต้องเท่ากับ 326 ที่นั่ง - ผู้แปล) แม้นี่จะเป็นตัวเลขมหาศาล แต่ก็ยังน้อยกว่าคะแนนเสียงข้างมากของพรรคแรงงานเมื่อครั้งอยู่ใต้การนำของ โทนี แบลร์ เมื่อปี 1997 ที่ครองเกินเสียงข้างมากไป 179 เสียง
เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ย้อนไปในการเลือกตั้งปี 2019 ชัยชนะของพรรคอนุรักษนิยมที่นำโดย บอริส จอห์นสัน ได้รับเสียงข้างมากไปเพียง 80 ที่นั่ง
แม้เอ็กซิตโพลไม่ใช่ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความเที่ยงตรงในการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา

บรรดาบิ๊กเนมที่ส่อ “สอบตก”
ถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขตยังยุ่งอยู่กับการนับคะแนน และเริ่มมีการประกาศผลแล้วในหลายเขต โดยมักมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์
สำหรับบรรดานักการเมืองอาวุโสและผู้มีชื่อเสียงของพรรคอนุรักษนิยมบางส่วนที่ “สอบตก” แน่นอนแล้ว ได้แก่ โรเบิร์ต บัคแลนด์
ส่วน สตีฟ เบเกอร์ รัฐมนตรี และ เอียน ดันแคน สมิธ อดีตผู้นำพรรคอนุรักษนิยม ก็คาดว่าจะมีโอกาสน้อยกว่า 1% ที่จะรักษาตำแหน่งผู้แทนราษฎรของพวกเขาเอาไว้
ด้าน เจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีคลัง มีโอกาสน้อยกว่า 20% ที่จะได้เข้าสภา
แกรนต์ แชปส์ รัฐมนตรีกลาโหม และ จอห์นนี เมอร์เซอร์ รัฐมนตรีอาวุโส อาจต้องสูญเสียที่นั่งเช่นกัน
ได้นายกฯ คนใหม่ในวันเดียว ถ้าเอ็กซิตโพลถูกต้อง
ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับว่าจะมีพรรคการเมืองใดยึดที่นั่งในสภาได้ 326 ที่นั่งหรือไม่
ตัวเลขดังกล่าวแสดงถึงเสียงข้างมากในรัฐสภา โดยพรรคที่ครองที่นั่งในจำนวนดังกล่าวจะมี สส. เพียงพอที่จะผ่านกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากพรรคอื่น
ผู้นำพรรคที่ใหญ่ที่สุดจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากเข้าเฝ้าฯ พระมหากษัตริย์ เพื่อรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นนายกฯ คนใหม่ และเชิญพวกเขาให้จัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ
ขณะที่หัวหน้าพรรคที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 จะกลายเป็นผู้นำฝ่ายค้าน
หากนายกรัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งในขณะนั้นแพ้การเลือกตั้ง การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหากเทียบกับหลายประเทศ
ดังนั้น หากเอ็กซิตโพลนี้ถูกต้อง นายซูแน็กคงจะออกจากบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง (เทียบได้กับทำเนียบขาวในสหรัฐฯ) ภายใน 1 วัน และนายสตาร์เมอร์จะย้ายเข้าไปแทนไม่นานหลังจากนั้น
คุยกับพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร
พรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) เป็นพรรคฝ่ายขวาที่สืบทอดอุดมการณ์จากพรรคเบรกซิต (Brexit) และพรรคเพื่ออิสรภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UK Independence Party – UKIP) ซึ่งทั้งหมดนี้นำโดย ไนเจล ฟาราจ
แม้ว่าทั้งพรรค UKIP และพรรค Brexit จะไม่เคยได้ที่นั่งในรัฐสภาในการเลือกตั้งทั่วไป แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ คาดว่าพรรค Reform UK จะได้ที่นั่งในสภาจำนวน 13 ที่นั่ง
ในเขตเลือกตั้ง 3 แห่งแรกที่ประกาศผลการนับคะแนนแล้ว ซึ่งทั้งหมดอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ พรรค Reform UK มีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 รองจากพรรคแรงงาน และสามารถเอาชนะผู้สมัครจากพรรคอนุรักษนิยมที่ทำคะแนนมาอันดับ 3 ได้
ในที่สุดนายฟาราจก็อาจสามารถเข้าไปเป็น สส. ได้ หลังจากลงสมัครเป็นครั้งที่ 8 เขาลงสมัครในเมืองแคล็กตัน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ แม้เอ็กซิตโพลเผยให้เห็นชัยชนะแบบแผ่นดินถล่มของพรรคแรงงาน แต่เขากล่าวว่า ผลการนับคะแนนจนถึงขณะนี้ “แทบไม่น่าเชื่อเลย”
พรรค Reform UK สร้างเรื่องอื้อฉาวขึ้นระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยมีคำปราศรัยที่เป็นการดูหมิ่นจากผู้สมัครและนักเคลื่อนไหวของพรรคบางคน โดยผู้ช่วยหาเสียงคนหนึ่งถูกถ่ายคลิปว่าใช้คำพูดเหยียดเชื้อชาติเพื่อบรรยายถึง ริชี ซูแน็ก
เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?
ในช่วงปลายเดือน พ.ค. ริชี ซูแน็ก สร้างความประหลาดใจด้วยการแถลงว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 4 ก.ค. และให้เวลารณรงค์หาเสียงนาน 6 สัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันว่า การเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นราวเดือน ต.ค.-พ.ย. มากกว่า
พรรคอนุรักษนิยมครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2010 และส่งผู้นำ 5 คนเข้าบริหารประเทศ ซึ่งรวมถึงช่วงเวลาแห่งความสับสนอลหม่านในปี 2022 เมื่อสหราชอาณาจักรมีนายกรัฐมนตรี 3 คนในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ในส่วนของพรรคแรงงาน พวกเขาไม่เคยชนะการเลือกตั้งทั่วไปมาตั้งแต่ปี 2005 และผลการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายในปี 2019 ภายใต้การนำของผู้นำฝ่ายซ้าย เจเรมี คอร์บิน ก็ถือเป็นการเลือกตั้งที่เลวร้ายที่สุดในรอบเกือบศตวรรษของพรรค
เคียร์ สตาร์เมอร์ พยายามแสดงให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นในระหว่างการหาเสียงว่า พรรคได้เดินหน้าออกมาจากจุดเดิมแล้ว และพรรคแรงงานสมควรจะได้เข้ามาบริหารประเทศหลังจากรัฐบาลอนุรักษนิยมยึดครองอำนาจมาเป็นเวลานาน
ขณะเดียวกัน นายซูแน็กเตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า อย่าให้พรรคแรงงานได้รับเสียงข้างมาก











