อดีตประธานาธิบดีบราซิล ถูกศาลตัดสินจำคุก 27 ปี ฐานพยายามก่อรัฐประหาร

Jair Bolsonaro wipes his eyes with his hands in a photo captured through the blinds of a window of his home in Brasilia

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, อดีตประธานาธิบดี ชาอีร์ โบลโซนาโร กำลังถูกกักตัวอยู่ภายในบ้านของตัวเอง
    • Author, วาเนสซา บุชชลือเทอร์
    • Role, บรรณาธิการข่าวภูมิภาคลาตินอเมริกา บีบีซีนิวส์ออนไลน์

ชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือน ม.ค. 2019 - ธ.ค. 2022 ถูกตัดสินจำคุก 27 ปี หลังศาลมีคำพิพากษาว่าเขามีความผิดฐานวางแผนก่อรัฐประหาร

ผู้พิพากษาศาลฎีกา 4 ใน 5 คนที่ทำหน้าที่พิจารณาคดีนี้ เห็นพ้องว่านายโบลโซนาโรเป็นผู้นำการสมคบคิดเพื่อพลิกผลการเลือกตั้งปี 2022 ที่เขาพ่ายแพ้ต่อคู่แข่งฝั่งซ้ายอย่าง ลูอีส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ขณะที่มีผู้พิพากษาหนึ่งคนลงมติยกฟ้อง

นี่คือประเด็นสำคัญจากการพิจารณาคดีครั้งนี้ที่บีบีซีรวบรวมข้อมูลมา

โบลโซนาโรทำผิดในข้อหาอะไร ?

Alexandre de Moraes, wearing the black robe of a judge, speaks into a microphone during the final phase of Bolsonaro's trial on 2 September 2025

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, อเล็กซังดรี เด โมเรส์ เป็นหนึ่งในผู้พิพากษาศาลฎีกาจากทั้งหมดห้าคน ที่มีหน้าที่ตัดสินคดีครั้งนี้

นายโบลโซนาโรถูกศาลฎีกาตัดสินว่ามีความผิดใน 5 ข้อหา ดังนี้

  • สมคบคิดเพื่อก่ออาชญากรรมโดยมีอาวุธ
  • พยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตยที่ปกครองด้วยกฎหมาย
  • พยายามก่อรัฐประหาร
  • ทำลายทรัพย์สินสาธารณะด้วยความรุนแรง
  • ทำลายสถานที่อันเป็นมรดกของชาติที่ได้รับการคุ้มครอง

ข้อหาทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับความพยายามของนายโบลโซนาโรที่จะรักษาอำนาจของตัวเองไว้ หลังจากที่เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อ นายลูลา ในเดือน ต.ค. 2022

ผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ว่า นายโบลโซนาโรรับรู้ถึงแผนการต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแผนลอบสังหารนายลูลา และคู่สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีอย่าง นายเชรัลโด อัลค์มิน รวมถึงแผนการจับกุมและประหารชีวิต นายอเล็กซังดรี เด โมเรส์ ผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ทำหน้าที่กำกับการพิจารณาคดีของนายโบลโซนาโรครั้งนี้ด้วย

ทว่าแผนการนี้ถูกขัดขวางไว้ได้เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บัญชาการทหารบกและทหารอากาศ สุดท้ายนายลูลาจึงได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีโดยไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงใด ๆ เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2023

เพียงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 8 ม.ค. กลุ่มผู้สนับสนุนนายโบลโซนาโรนับพันได้บุกเข้าไปก่อความเสียหายต่ออาคารราชการในกรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศบราซิล

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าควบคุมสถานการณ์และจับกุมผู้ก่อเหตุได้ราว 1,500 คน

ศาลมีความเห็นว่า กลุ่มผู้ก่อจลาจลถูกปลุกปั่นโดยนายโบลโซนาโร ซึ่งแผนของเขาคือให้กองทัพบราซิลเข้ามาแทรกแซง ฟื้นฟูความสงบ และนำเขากลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง

การต่อสู้ของโบลโซนาโร

ก่อนหน้านี้ นายโบลโซนาโรออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างหนักแน่น

เขาชี้แจงว่าในวันที่ 8 ม.ค. 2023 เขาอยู่ที่สหรัฐฯ และยืนยันว่าตัวเองเป็นเหยื่อของ "การล่าแม่มด"

เขาย้ำว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้มาจากแรงจูงใจทางการเมือง และเป็นแผนการเพื่อป้องกันเขาลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้งในปี 2026

แม้ว่านายโบลโซนาโรจะถูกตัดสิทธิจากการลงสมัครรับตำแหน่งทางการเมืองจนถึงปี 2030 อันเป็นผลมาจากการที่เขากล่าวอ้างอย่างเป็นเท็จว่าระบบการเลือกตั้งของบราซิลสุ่มเสี่ยงต่อการฉ้อโกง แต่เจ้าตัวก็เคยประกาศว่าจะต่อสู้กับคำสั่งแบนนี้เพื่อให้สามารถลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สองในปี 2026 ให้ได้

เขาและทีมทนายยังตั้งคำถามถึงความเป็นกลางของคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ทำหน้าที่ตัดสินเขาและผู้ต้องหาร่วม

นายโบลโซนาโรมองว่า นายอเล็กซังดรี เด โมเรส์ เป็นศัตรูคนสำคัญ โดยเขาเรียกผู้พิพากษาคนนี้ว่า "เผด็จการ" และกล่าวหาว่าใช้อำนาจในทางมิชอบ

เขายังเสริมด้วยว่า ผู้พิพากษาอีกสองคนที่อยู่ในคณะเดียวกัน ก็มีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับนายลูลา ผู้ที่ชนะการเลือกตั้ง

ผู้พิพากษาหนึ่งในนั้นคือ นายคริสเตียโน ซานิน ซึ่งเคยเป็นทนายฝ่ายจำเลยของนายลูลาระหว่างปี 2013–2023 และมีส่วนสำคัญในการทำให้คำตัดสินคดีคอร์รัปชันของนายลูลาถูกยกเลิกไป

ผู้พิพากษาอีกคนคือ นายฟลาวีโอ ดิโน ที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรียุติธรรมในรัฐบาลของนายลูลาระหว่างปี 2023–2024

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ?

ศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกนายโบลโซนาโรเป็นเวลา 27 ปี 3 เดือน ไม่นานหลังจากที่ตัดสินว่าเขามีความผิดฐานวางแผนก่อรัฐประหาร

แต่เขายังจะไม่ถูกส่งตัวไปเรือนจำจนกว่าทีมทนายจะใช้สิทธิทางกฎหมายจนหมดทุกช่องทาง

คาดกันว่าทีมทนายของเขาจะยื่นคำร้องต่อศาลในประเด็นระยะเวลาของโทษจำคุก พร้อมทั้งขอลดโทษ หรือพยายามให้นายโบลโซนาโรถูกกักบริเวณในบ้านแทนการส่งตัวเข้าเรือนจำ

อย่างไรก็ดี ในบราซิล การอุทธรณ์คำตัดสินความผิดจะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อมีผู้พิพากษาอย่างน้อย 2 ใน 5 คนลงมติยกฟ้อง ซึ่งในคดีนี้มีผู้พิพากษาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ตัดสินยกฟ้อง

ตอนนี้โบลโซนาโรอยู่ที่ไหน ?

โบลโซนาโรติดตามการพิจารณาคดีของตัวเองจากบ้านพักของเขาในกรุงบราซิเลีย

เขาถูกสั่งกักบริเวณตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากมีรายงานของตำรวจระบุว่า เขากับลูกชายอย่าง นายเอ็ดวาร์โด พยายามแทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดี

ตำรวจชี้ว่า เอกสารที่พบในโทรศัพท์ของเขา ซึ่งมีข้อมูลย้อนไปถึงเดือน ก.พ. 2024 บ่งชี้ว่าเขาวางแผนจะหลบเลี่ยงการดำเนินคดีอาญา ด้วยการขอลี้ภัยไปประเทศอาร์เจนตินา

นอกจากนี้ ตำรวจยังกล่าวหานายเอ็ดวาร์โดว่าได้พยายามโน้มน้าวรัฐบาลทรัมป์ในนามของบิดา และมีคำสั่งห้ามพ่อลูกคู่นี้ติดต่อสื่อสารกัน

ทรัมป์เกี่ยวอะไรกับโบลโซนาโร ?

US President Donald Trump shakes hands with Jair Bolsonaro at his Mar-a-Lago resort in Palm Beach, Florida, in March 2020

ที่มาของภาพ, Eva Marie Uzcategui/Bloomberg via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรัมป์เคยต้อนรับโบลโซนาโรที่รีสอร์ตมาร์อะลาโก ในปี 2020

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัล ทรัมป์ ได้เปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นกับนายโบลโซนาโรกับการต่อสู้ทางกฎหมายของตัวเอง หลังจากที่ทรัมป์เองได้เคยปฏิเสธผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2020 มาก่อน

เมื่อถูกถามถึงคำตัดสินลงโทษนายโบลโซนาโรเมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์กล่าวว่า "มันก็คล้ายกับสิ่งที่พวกเขาพยายามทำกับผม แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จเลย"

ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ วิจารณ์คำตัดสินครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยบอกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ "จะตอบโต้ต่อการล่าแม่มดครั้งนี้อย่างเหมาะสม"

นอกจากนี้ ยังพบว่าทั้งสองครอบครัวมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกัน เนื่องจากลูกชายของพวกเขาเป็นเพื่อนกัน

นายเอ็ดวาร์โด โบลโซนาโร ยังพยายามล็อบบี้รัฐบาลทรัมป์ให้เข้ามากดดันรัฐบาลบราซิลให้หยุดการพิจารณาคดี

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.ค. ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลเป็น 50% โดยให้เหตุผลว่าสาเหตุมาจากสิ่งที่บราซิลปฏิบัติต่อนายโบลโซนาโร

หลังจากบิดาถูกศาลตัดสินลงโทษ นายเอ็ดวาร์โด โบลโซนาโร กล่าวว่า เขาคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลบราซิล

Jair Bolsonaro, wearing the presidential sash over a black suit, waves to supporters during his swearing-in ceremony. Next to him is the outgoing Brazilian president, Michel Temer

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายโบโซลนาโรขณะเข้าพิธีสาบานตนเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2019