เพนกวินพันธุ์มีแถบสีดำใต้คาง วูบหลับ 4 วินาที วันละหมื่นครั้ง

ที่มาของภาพ, Getty Images
อาการวูบหลับแบบฉับพลันขณะกำลังทำอะไรบางอย่าง ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ กระทั่งอ่อนล้าและหมดแรงจนผล็อยหลับไปเสียอย่างนั้น ซึ่งก็เหมือนกับการ “หลับใน” ของคนที่ฝืนขับรถขณะกำลังง่วงนอน ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่บ่อยครั้ง
การเผลอหลับไปช่วงสั้น ๆ ไม่กี่นาที อาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิตได้กับมนุษย์ ซึ่งจำเป็นจะต้องนอนหลับพักผ่อนแบบต่อเนื่องนานติดกันคืนละหลายชั่วโมง จึงจะสามารถฟื้นกำลังและซ่อมแซมส่วนที่เสียหายภายในร่างกายได้ ส่วนสัตว์โลกบางชนิดที่มีการจำศีล (hibernation) การนอนหลับครั้งหนึ่งกินเวลานานถึงหลายเดือนเลยทีเดียว
แต่การนอนหลับนานอย่างจริงจังเช่นนี้ ไม่จำเป็นกับสัตว์บางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพนกวินชินสแตรป (chinstrap) แห่งทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งนอนหลับสั้น ๆ ครั้งละเพียง 4 วินาที แต่หลับไปบ่อยนับหมื่นครั้งต่อวัน จนสามารถสะสมเวลาพักผ่อนได้โดยเฉลี่ยถึงวันละ 11 ชั่วโมง
ในงานวิจัยชิ้นล่าสุดที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Science เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์แห่งเมืองลียง (LNRC) ของฝรั่งเศส ระบุว่าเพนกวินสายพันธุ์ดังกล่าวอาจมีวิวัฒนาการมา จนเกิดพฤติกรรมการนอนที่สอดรับกับสัญชาตญาณเฝ้าระวังภัยตลอด 24 ชั่วโมง ก็เป็นได้
ดร.พอล อองตวน ลิบูเครล ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า เพนกวินชินสแตรป (Pygoscelis antarcticus) ซึ่งมีแถบสีดำใต้คางเชื่อมต่อหูทั้งสองข้าง เหมือนกับสายคาดรัดคางของหมวกนิรภัย อาจเป็นเพนกวินชนิดที่มีอยู่มากที่สุดในโลก โดยประมาณการว่ามีคู่ผัวตัวเมียที่สืบพันธุ์ได้อยู่ถึงเกือบ 8 ล้านคู่ บริเวณคาบสมุทรแอนตาร์กติกและหมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้

ที่มาของภาพ, LIBORUEL ET AL.
มีการทดลองติดตั้งอุปกรณ์บอกพิกัดตำแหน่งและติดตามความเคลื่อนไหว (GPS) รวมทั้งขั้วไฟฟ้าวัดความเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมอง กับเพนกวินชินสแตรป 14 ตัว บนเกาะคิงจอร์จ (King George Island) เมื่อช่วงปลายปี 2019 โดยได้วิเคราะห์ข้อมูลที่ส่งมาจากอุปกรณ์ดังกล่าว ระหว่างที่พวกมันอยู่ในฤดูกาลฟักไข่และเลี้ยงดูลูกอ่อน ซึ่งพ่อแม่เพนกวินจะผลัดกันเฝ้ารังและออกไปหาอาหารในทะเลนานติดต่อกันรอบละหลายวัน
เหตุที่พ่อแม่เพนกวินต้องผลัดกันอยู่โยงเฝ้ารังนั้น เป็นเพราะมี “นกสคัว” (Skua) นักล่าประจำถิ่นที่คอยจ้องจะฉกไข่ไปเป็นอาหาร นอกจากนี้ยังต้องคอยระวังหัวขโมยที่เป็นเพื่อนร่วมฝูง ซึ่งมักจะหยิบฉวยหรือแย่งชิงเอาวัสดุรองรังไปครองเสมอ
จากการติดตามบันทึกข้อมูลและสังเกตการณ์ภาคสนาม ทีมผู้วิจัยพบว่าคลื่นสมองของเพนกวินชินสแตรปตัวที่เฝ้ารัง เกิดความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นคลื่นสั้นที่แสดงถึงการนอนหลับ (Short-Wave-Sleep - SWS) ตลอดช่วงเวลากว่า 72% ที่มันยืนเฝ้ายามหรือหมอบกกไข่อยู่ โดยคลื่นสมองแบบนี้จะเกิดขึ้นเป็นช่วง ๆ ครั้งละประมาณ 3.91 วินาทีโดยเฉลี่ย แต่เกิดขึ้นบ่อยถี่มากถึงกว่า 10,000 ครั้งต่อวัน

ที่มาของภาพ, WON YOUNG LEE
แม้ทีมผู้วิจัยจะไม่ได้ศึกษาว่า การนอนหลับวันละ 11 ชั่วโมง ด้วยวิธีการพิสดารที่แบ่งการพักผ่อนสายตาและสมองออกเป็นช่วงสั้นถี่ ๆ นับหมื่นครั้งแบบนี้ ส่งผลอย่างไรต่อสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกายของเพนกวินชินสแตรป แต่นักวิทยาศาสตร์คาดว่าน่าจะไม่ส่งผลร้ายและดีต่อการดำรงชีวิตของพวกมัน เพราะกลยุทธ์นอนไปด้วยเฝ้าระวังภัยไปด้วยเช่นนี้ ทำให้เพนกวินชินสแตรปอยู่รอดและขยายพันธุ์ได้สำเร็จ จนมีจำนวนประชากรมากที่สุดในหมู่เพนกวินด้วยกัน
แต่น่าเสียดายว่าคนเราไม่อาจจะเลียนแบบการนอนของเพนกวินชินสแตรปได้ เพราะมีการพิสูจน์แล้วว่าคนที่หลับไม่ต่อเนื่องเช่นผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) มีความเสี่ยงที่สมองและอวัยวะต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะยาว นำไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคสมองเสื่อมและระบบประสาทเสื่อม รวมทั้งอัลไซเมอร์ได้











