You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
กองทัพเวเนซุเอลาจะรับมือการโจมตีของสหรัฐฯ ได้ไหม
- Author, นอร์เบอโต ปาเรเดส
- Role, บีบีซีนิวส์ แผนกภาษาสเปน
การมาถึงของเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R Ford) ในน่านน้ำใกล้ละตินอเมริกา ถือเป็นจุดเปลี่ยนในความตึงเครียดที่ยกระดับขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา
นี่ถือเป็นการปรากฏตัวของกองทัพสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนับตั้งแต่การบุกปานามาในปี 1989 เหมือนที่ มานูเอล โนรีเอกา ถูกกล่าวหาว่าลักลอบค้ายาเสพติดเมื่อกว่าสามทศวรรษก่อน ตอนนี้ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา กำลังเผชิญข้อกล่าวหาเดียวกัน ซึ่งเขาปฏิเสธเรื่องนี้อย่างหนักแน่น
ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงไม่ได้เปิดเผยจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจน แม้ว่าสหรัฐฯ จะได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่และล้ำหน้าที่สุดในโลกไปใกล้กับชายฝั่งของเวเนซุเอลาแล้ว
สำหรับรัฐบาลเวเนซุเอลา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเตรียมตัวเผชิญหน้ากับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดแล้ว
สัปดาห์ที่แล้ว วลาดิเมียร์ ปาดริโน โลเปซ รัฐมนตรีกลาโหมของเวเนซุเอลา ได้ประกาศ "การเคลื่อนกำลังทางการทหารครั้งใหญ่" ทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางแม่น้ำ และขีปนาวุธ ไปพร้อมกับการเคลื่อนกองกำลังพลเรือนติดอาวุธทั่วประเทศ เพื่อตอบโต้สิ่งที่เขาเรียกว่า ภัยคุกคามต่อรัฐบาลมาดูโร
ในการแถลงผ่านโทรทัศน์ ปาดริโน โลเปซ กล่าวว่าประธานาธิบดีมาดูโรได้สั่งให้กองทหารเกือบ 200,000 นาย เคลื่อนพลในฐานะส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทหารครั้งนี้
การมาถึงของ "เรือบรรทุกเครื่องบินลำยักษ์" ถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นการยกระดับความขัดแย้งโดยปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อแก๊งค้ายาเสพติดที่ถูกกล่าวหาว่ามีฐานอยู่ในเวเนซุเอลา ทั้งนี้ ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ของสหรัฐฯ ได้คร่าชีวิตผู้คนบนเรือสปีดโบ๊ตและเรือกึ่งดำน้ำไปกว่า 80 รายแล้ว
แต่นักวิเคราะห์บางคนแย้งว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของสหรัฐฯ อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างกว่าในการทำให้รัฐบาลของมาดูโรอ่อนแอลงหรือล้มลง ทั้งนี้ รัฐบาลกรุงวอชิงตันถือว่ารัฐบาลมาดูโรเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรม หลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเมื่อปีที่แล้วถูกตีตราว่าเป็นเรื่องหลอกลวงโดยฝ่ายค้านในประเทศและผู้สังเกตการณ์นานาชาติ
"เป็นเพียงเงาของตัวเองในอดีต"
กองกำลังของมาดูโรจะรับมือกับการโจมตีจากกองทัพที่ทรงพลังที่สุดในโลกได้หรือไม่ ?
ในเดือน ก.ย. มาดูโรอ้างว่ามีผู้คนกว่า 8 ล้านคนได้ลงทะเบียนเพื่อปกป้องเวเนซุเอลา และชี้ว่าเขาจะติดอาวุธให้กองกำลังทั้ง 8 ล้านคนนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญไม่เชื่อในตัวเลขนี้ของมาดูโร
"มันไม่ใช่เรื่องจริง ตัวเลขที่แท้จริงนั้นต่ำกว่านี้มาก มาดูโรได้คะแนนโหวตไม่ถึง 4 ล้านเสียงด้วยซ้ำเมื่อปีก่อน" เจมส์ สตอรี อดีตนักการทูตแถวหน้าของสหรัฐฯ ในกรุงโบโกตา ของโคลอมเบีย ระหว่างปี 2020-2023 บอกกับบีบีซีแผนกภาษาสเปน "และกองทัพเวเนซุเอลายังมีสัดส่วนการหนีทหารสูงมาก"
รายงานฉบับหนึ่งจากสถาบันนานาชาติเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ (International Institute for Strategic Studies - IISS) ประเมินว่าเวเนซุเอลามีทหารในกองทัพประจำการทั้งสิ้น 123,000 นาย บวกกับสมาชิกกองกำลังติดอาวุธอีก 220,000 นาย และกำลังพลสำรองอีก 8,000 นาย
เจมส์ สตอรี บอกว่าทหารเวเนซุเอลานั้นได้ฝึกซ้อมรบไม่บ่อยนัก และสมาชิกของกองกำลังติดอาวุธชาวิสตา (Chavista) ก็ไม่ได้ติดอาวุธ
"บางทีอาจจะมีหน่วยที่พร้อมรบอยู่บ้างในกองทัพ แต่ในฐานะกองกำลังเพื่อต่อสู้ พวกเขาไม่ได้มีความสามารถขนาดนั้น"
เขาเสริมด้วยว่า ตอนนี้กองทัพเวเนซุเอลาเป็นเพียง "เงาของตัวเองในอดีต" แม้เขาจะยอมรับว่ายังคงมี "ทรัพยากรเฉพาะบางอย่างในภูมิภาค"
นอกจากเครื่องบินรบซุคฮอย (Sukhoi) ประมาณ 20 ลำที่ซื้อมาจากรัสเซียในสมัยอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ในปี 2006 แล้ว เวเนซุเอลายังได้เครื่องบิน F-16 เกินกว่า 10 ลำมาจากสหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษ 1980 ในช่วงที่รัฐบาลพวกเขายังคงเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคด้วย
"เครื่องบินรบซุคฮอยเหนือกว่าเครื่องบินรบทุกลำในภูมิภาคนี้ และหลายลำยังคงขึ้นรบได้อยู่ สำหรับเครื่องบิน F-16 ผมคิดว่ายังคงมีหนึ่งหรือสองลำที่ยังใช้การได้" สตอรี ระบุ
ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานและโดรน
ในช่วงปลายเดือน ต.ค. ท่ามกลางความตึงเครียดที่สูงขึ้นกับสหรัฐฯ ประธานาธิบดีมาดูโรประกาศว่าเวเนซุเอลาได้เคลื่อนขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานอิกลา-เอส (Igla-S) ซึ่งรัสเซียผลิต กว่า 5,000 ลูก ไปยัง "ตำแหน่งป้องกันภัยทางอากาศอันสำคัญต่าง ๆ" แล้ว
"กองทัพของทุกประเทศในโลกรู้ดีถึงพลังของอิกลา-เอส" มาดูโรพูดระหว่างกิจกรรมทางทหารหนึ่งที่ถูกถ่ายทอดทางโทรทัศน์
อิกลา-เอส เป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศวิถีใกล้ในน่านฟ้าการบินระดับต่ำ ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายได้ และมีความสามารถในการยิงขีปนาวุธนำวิถี โดรน เฮลิคอปเตอร์ รวมถึงอากาศยานที่บินในระดับต่ำอื่น ๆ ให้ตกได้
เวนาซุเอลายังมีรถหุ้มเกราะวีเอ็น-โฟร์ (VN-4) ซึ่งจีนผลิต และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังได้กลายเป็นประเทศในอเมริกาใต้ประเทศเดียวที่มีโดรนซึ่งสามารถทำการโจมตีทางการทหารได้ ซึ่ง นิโกลัส มาดูโร ได้นำออกมาแสดงให้เห็นในการเดินส่วนสนามของกองทัพในปี 2022
เวเนซุเอลายังได้รับเรือโจมตีเร็วเพย์คาป-ทรี (Peykaap-III) จากอิหร่าน ซึ่งติดตั้งเครื่องยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบมาด้วย
เวเนซุเอลายังได้ผลิตโดรนที่ชื่อ อันโตนิโอ โฮเซ เดอ ซูเครอ 100 และ 200 หรือเรียกสั้น ๆ ว่า อันซู-100 (ANSU-100) และ อันซู-200 (ANSU-200) ขึ้นมาด้วย โดยโดรนนี้อัปเกรดมาจากต้นแบบที่อิหร่านผลิต
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเวเนซุเอลาได้รับระบบขีปนาวุธที่ยิงจากภาคพื้นดินแพนต์เซียร์-เอสวัน (Pantsir-S1) และบุค-เอ็มทูอี (Buk-M2E) ซึ่งรัสเซียเป็นผู้ผลิตมาด้วย ข้อมูลจาก สส. รัสเซีย อเล็กซี ซูราฟเลฟ ระบุว่าระบบขีปนาวุธดังกล่าวถูกขนส่งทางเครื่องบินไปยังกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ด้วยเครื่องบินขนส่งไอแอล-เซเวนตี้ซิก (Il-76)
เครื่องข่ายที่ถูกทำให้สิ้นฤทธิ์ได้ "อย่างง่ายดาย"
แต่ก็ "มีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างสิ่งที่เวเนซุเอลาอ้างว่ามี กับสิ่งที่ใช้งานได้จริงอยู่" ดร.แอนดรี เซอร์บิน พอนต์ นักวิเคราะห์นานาชาติที่เชี่ยวชาญเรื่องนโยบายการต่างประเทศและกลาโหมจากเครือข่ายระดับภูมิภาคเพื่อการวิจัยเศรษฐกิจและสังคม (Regional Coordinator for Economic and Social Research - CRIES) ซึ่งเป็นเครื่อข่ายของศูนย์วิจัยกว่า 100 แห่ง กล่าว
ท่ามกลางรายงานหลายชิ้นที่ชี้ว่าการยกระดับของความขัดแย้งครั้งนี้อาจรวมถึงการโจมตีโดยตรงในเวเนซุเอลา ระบบป้องกันภัยทางอากาศของเวเนซุเอลาก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ดร.เซอร์บิน พอนต์ บอกกับบีบีซีว่า โครงข่ายส่วนใหญ่ เช่นระบบขีปนาวุธภาคพื้นดินเพโชรา (Pechora) ที่รัสเซียเป็นผู้ผลิต ซึ่งถูกออกแบบมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 หากไม่หมดอายุการใช้งานไปแล้ว ก็สามารถ "ถูกทำให้สิ้นสภาพไปได้อย่างง่ายดาย" ด้วยเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
สงครามกองโจร
นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าประธานาธิบดีมาดูโรและกลุ่มคนใกล้ชิดขอบเขา กำลังเตรียมตัวที่จะทำสงครามกองโจร
ในเดือน ก.ย. รัฐมนตรีมหาดไทยของเวเนซุเอลา ดิออสดาโด กาเบลโล เตือนว่าประเทศเวเนซุเอลาพร้อมที่จะทำ "สงครามอันยืดเยื้อ"
ไม่นานหลังจากนั้น รัฐบาลมาดูโรได้สั่งการให้ทหารจากกองทัพแห่งชาติเวเนซุเอลา (Bolivarian National Armed Forces - FANB)ฝึกอาสาสมัครจากชุมชนยากจนให้ใช้อาวุธ
นายสตอรีปฏิเสธแนวคิดที่ว่าชาวเวเนซุเอลาจะสนับสนุนมาดูโรจริง ๆ หากเขาทำสงครามกองโจร
"มาดูโรไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบมากนัก ทั้งโดยกองทัพและประชาชนชาวเวเนซุเอลา และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมไม่คิดว่าผู้คนจะเดินตามหรือสนับสนุนเขาในการทำสงครามกองโจร"
แม้ว่ารัฐบาลเวเนซุเอลาได้ยกระดับวาทกรรมสนับสนุนให้เกิดสงครามต่อต้านสหรัฐฯ แต่ ดร.เซอร์บิน พอนต์ พูดว่ากองทัพเวเนซุเอลาไม่มีความพร้อมหากต้องทำการต่อสู้ทางทหารกับสหรัฐฯ อย่างแท้จริง
เขาอธิบายว่า "ในความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างโคลอมเบียหรือบราซิล ระบบอาวุธดั้งเดิมของเวเนซุเอลาอาจจะใช้การได้ผล" แต่อาจจะไม่สามารถเป็นภัยคุกคามให้กับสหรัฐฯ อย่างแท้จริงได้