ทรัมป์ลั่นจะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง 'อย่างแน่นอน' หากยังไม่หยุดเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์

    • Author, ฟิโอนา นิโมนิ
    • Role, บีบีซีนิวส์

ในระหว่างการตอบคำถามจากโนเมีย อิกบัล ผู้สื่อข่าวบีบีซีระหว่างแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่าเขาจะ "พิจารณา" โจมตีอิหร่านอีกครั้งอย่างแน่นอน และกล่าวว่าเขาจะ "โจมตีอิหร่านอย่างไม่ต้องสงสัย" หากหน่วยข่าวกรองสรุปว่าอิหร่านสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้ในระดับที่น่ากังวล

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ด้วยการโจมตีสถานที่สำคัญทางนิวเคลียร์ด้วยระเบิด "บังเกอร์บัสเตอร์" ก่อนที่ทรัมป์จะรีบหาทางหยุดยิง

ขณะที่ในการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันพฤหัสบดี อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่าการโจมตีไม่ได้มีผลอะไรที่มีนัยสำคัญ แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กล่าวซ้ำถึงข้ออ้างของเขาอีกครั้งว่า ฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน "ถูกทำลาย" แล้ว

ในเวลาต่อมา ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทรูธ โซเชียล (Truth Social) ของเขาเองว่า เขารู้ "อย่างแน่ชัด" ว่าอยาตอลเลาะห์หลบซ่อนอยู่ที่ไหน และเขาเป็นคนหยุดยั้งกองกำลังติดอาวุธของอิสราเอลและสหรัฐฯ ไม่ให้โจมตีเขาด้วยตัวเอง

เป็นที่เข้าใจกันว่าผู้นำอิหร่านจำเป็นต้องหลบซ่อนตัวระหว่างสงครามกับอิสราเอลที่กินเวลานาน 2 สัปดาห์

ขณะที่ทุกฝ่ายในความขัดแย้งในครั้งนี้อ้างว่าได้รับชัยชนะ โดยอยาตอลเลาะห์บอกกับชาวอิหร่านว่า อิสราเอลและอิหร่านไม่สามารถหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของประเทศได้

อย่างไรก็ตาม อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ยอมรับในภายหลังว่า การโจมตีด้วยระเบิดของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อเร็วๆ นี้ ก่อให้เกิดความเสียหาย "อย่างร้ายแรงและเกินควร" ต่อสถานที่นิวเคลียร์ของประเทศ

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ตอบโต้ความเห็นดังกล่าวของอยาตอลเลาะห์ด้วยการย้ำว่าอิหร่าน "ถูกทำลายล้าง" พร้อมกับตั้งคำถามว่า "ทำไมบุคคลที่เรียกตนเองว่า "ผู้นำสูงสุด" อย่าง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี แห่งอิหร่านซึ่งกำลังเผชิญกับสงคราม จึงพูดอย่างโจ่งแจ้งและโง่เขลาว่าตนชนะสงครามกับอิสราเอล ทั้งที่รู้ดีว่าคำกล่าวของตนเป็นเรื่องโกหก"

ทรัมป์อ้างว่า เขา "กำลังพิจารณาเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร" ต่ออิหร่าน แต่ตัดสินใจ "ยุติ" การพิจารณาทั้งหมดเกี่ยวกับการผ่อนปรนการคว่ำบาตรทันที หลังจากอยาตอลเลาะห์ออกแถลงการณ์ที่เต็มไปด้วย "ความโกรธ ความเกลียดชัง และความรังเกียจ"

และอิหร่านยังยืนกรานเสมอมาว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนมีจุดประสงค์เพื่อวัตถุประสงค์ทางพลเรือนเท่านั้น

ความขัดแย้งล่าสุดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่ออิสราเอลเปิดฉากโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านและโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร ส่งผลให้นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์และผู้บัญชาการทหารเสียชีวิตหลายคน

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลกล่าวว่า "หากไม่สามารถหยุดยั้งได้ อิหร่านอาจผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ภายในเวลาอันสั้น"

ซีบีเอส นิวส์ พันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ รายงานว่า ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เพื่อโน้มน้าวให้อิหร่านกลับมาเจรจาอีกครั้ง รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการนิวเคลียร์พลเรือนที่ไม่เสริมสมรรถนะ

แต่อิหร่านปฏิเสธว่าจะไม่กลับมาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังจากที่ทรัมป์กล่าวในการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงเฮก ของเนเธอร์แลนด์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าการเจรจาจะเริ่มต้นใหม่ในสัปดาห์หน้า

กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านกล่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 610 รายในช่วง 12 วันของการโจมตีทางอากาศ ขณะที่ทางการอิสราเอลกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 28 รายในอิสราเอล