ผู้นำโลกเรียกร้องบังกลาเทศให้ยุติการฟ้องปิดปาก "มูฮัมหมัด ยูนุส"

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
ผู้นำของโลกกว่า 170 คนส่งจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ของบังกลาเทศ ยุติการดำเนินคดีต่อศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนุส เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพประจำปี 2006 เพื่อรักษาความยุติธรรมแห่งกฎหมายและธำรงค์ไว้ซึ่งหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
ศาสตราจารย์ยูนุส เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกผ่านการเรียกขานว่าเป็น "นายธนาคารเพื่อคนจน" ในบังกลาเทศ เขาได้รับการยกย่องจากชาติตะวันตกจากผลงานการก่อตั้งธนาคารกรามีนเมื่อปี 1983 เพื่อให้บริการสินเชื่อระยะยาวสำหรับลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มคนจน หรือ "ไมโครเครดิต" ในการเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กของตัวเอง
ต่อจากนั้น แนวความคิดของนักเศรษฐศาสตร์รายนี้ ได้รับการนำไปปรับใช้ในหลายประเทศทั่วโลก จนทำให้เขาและธนาคารกรามีนได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในปี 2006
ทว่า เรื่องราวดังกล่าว กลับไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับกลุ่มคนบางกลุ่มในบังกลาเทศมากนัก จนทำให้ในหลายปีที่ผ่านมา มีการดำเนินคดีต่อศาสตราจารย์ยูนุสในหลายคดี กระทั่งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังคงมีการฟ้องร้องต่อนักการธนาคารเพื่อคนจนผู้นี้อย่างต่อเนื่อง
นี่จึงเป็นสาเหตุที่บุคคลชั้นนำของโลกต้องออกโรงส่งจดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำหญิงของบังกลาเทศให้ยุติการฟ้องร้องดำเนินคดีดังกล่าว โดยหนึ่งในบรรดาบุคคลสำคัญที่ลงนามในหนังสือฉบับนี้ประกอบด้วย นางฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา นายริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้งธุรกิจเครือเวอร์จิน, โบโน ศิลปินชาวไอริชและนักร้องนำแห่งวงยูทู โดยเนื้อหาสาระหลัก ๆ คือ ขอให้ยุติการฟ้องปิดปากอย่างต่อเนื่องต่อศาสตราจารย์ยูนุส
"พวกเราปรารถนาอย่างจริงใจว่า เขา (ศาสตราจารย์ยูนุส) จะสามารถดำเนินงานตามแนวทางที่สร้างสรรค์ของเขาได้โดยอิสระ ปราศจากการคุกคามหรือการดำเนินคดีใด ๆ" ส่วนหนึ่งของถ้อยแถลงการณ์ในจดหมายเปิดผนึกระบุ
ปฏิกิริยาจากรัฐบาลบังกลาเทศเป็นอย่างไร
นางฮาสินา ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาอย่างยาวนานกว่า 13 ปี กล่าวต่อข้อเรียกร้องของนานาชาติในเรื่องนี้ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง โดยอ้างถึงศาสตราจารย์ยูนุส ซึ่งปัจจุบันอายุ 83 ปีว่าเอาแต่ "อ้อนวอน" ขอให้นานาชาติออกแถลงการณ์มาปกป้อง นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศยังระบุด้วยว่า เธอยินดีหากจะมีผู้เชี่ยวชาญนานาชาติเข้ามาตรวจสอบกระบวนการทางกฎหมายที่มีต่อศาสตราจาร์ยูนุส
ผู้นำหญิงของบังกลาเทศยังกล่าวย้ำในเชิงเปรียบเทียบอีกว่า ศาสตราจารย์ยูนุส ทำตัวราวกับ "คนขูดเลือดขูดเนื้อ" จากคนจน และยังกล่าวหาว่า ธนาคารกรามีนคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงลิ่ว
หลายคนเชื่อว่าความพยายามในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นในปี 2007 ของศาสตราจารย์ยูนุส โดยการสนับสนุนของรัฐบาลรักษาการที่มีความใกล้ชิดกับกองทัพ ได้ทำให้นางฮาสินาที่ต้องโทษจำคุกอยู่ในขณะนั้นรู้สึกโกรธเคือง
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแล้วศาสตราจารย์ยูนุสก็ไม่ได้ตั้งพรรคการเมืองขึ้นจริง และระบุว่าตนไม่มีความปรารถนาใด ๆ ทางการเมือง
เขาถูกดำเนินคดีมาแล้วกี่คดี
การฟ้องร้องครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่ออดีตพนักงานจำนวน 18 คนของบริษัท กรามีน เทเลคอม ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ศาสตราจารย์ยูนุสก่อตั้ง ได้ยื่นฟ้องโดยกล่าวหาว่าพวกเขาถูกกีดกันจากสิทธิประโยชน์จากตำแหน่งงานที่ทำ
ในวันที่ 22 ส.ค. ศาสตราจารย์ยูนุสได้ไปขึ้นศาลอีกคดีหนึ่งเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายแรงงาน
การฟ้องร้องดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเพียง 4 เดือนก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในบังกลาเทศ ซึ่งหลายฝ่ายเรียกร้องขอให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม
นอกจากนี้ ในอดีตยังมีคดีความอีกจำนวนหนึ่งที่ศาสตราจารย์ยูนุสถูกดำเนินคดีด้วย เช่น ในปี 2011 ธนาคารกลางของบังกลาเทศบังคับให้เขาลาออกจากธนาคารที่เขาก่อตั้งขึ้น ในฐานความผิดที่ว่าเขาดำรงตำแหน่งเกินอายุเกษียณ 60 ปี
ในปี 2013 ทางการบังกลาเทศกล่าวหาว่า เขาหลบเลี่ยงภาษีที่เกิดขึ้นจากรายได้ในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงเงินที่ได้รับจากการได้รางวัลโนเบล และค่าลิขสิทธิ์จากหนังสือของเขาที่ตีพิมพ์ในต่างประเทศ
ด้านทนายความประจำตัวของเขาระบุว่า คดีต่าง ๆ ไม่มีมูลความจริงและยังเกิดจากแรงจูงใจและอิทธิพลทางการเมืองจากรัฐบาล
แรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
ศาสตราจารย์อาลี ริอาซ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์บอกบีบีซีว่า นางฮาสินารู้สึกเคียดแค้นศาสตราจารย์ยูนุสเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จากการเป็นบุคคลสำคัญที่โดดเด่นของโลก แม้ว่าเขาเองจะไม่เคยแสดงออกใด ๆ ว่ามีความมักใหญ่ใฝ่สูงในทางการเมืองก็ตาม
บางคนเชื่อว่า นางฮาสินาหวั่นกลัวว่า ความนิยมชมชอบในตัวยูนุสจะแซงหน้านายชีค มูจิบู เราะห์มาน บิดาของเธอ ที่ชาวบังกลาเทศจำนวนมากยกย่องว่าเป็นผู้นำในการเรียกร้องเอกราชของบังกลาเทศ และต่อมาถูกลอบสังหารในปี 1975
ศาสตราจารย์ริอาซ ระบุว่า การโจมตีจากรัฐบาลปัจจุบันต่อศาสตราจารย์ยูนุสสะท้อนให้เห็นถึงโมหาคติต่อสิ่งที่รัฐบาลเห็นต่าง และการคุกคามหลักการประชาธิปไตย
"ความเร่งรีบในการรับฟ้องร้องคดี และความพยายามที่จะเร่งรัดขั้นตอนต่าง ๆ บ่งชี้ว่า ความยุติธรรมและความเป็นธรรมไม่ใช่วัตถุประสงค์แต่แรก แต่เป้าหมายที่แท้จริง คือการดำเนินคดีกับศาสตราจารย์ยูนุสให้เป็นตัวอย่างต่างหาก"
นอกจากนี้ นักวิชาการรายนี้ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า "พฤติกรรมเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน ต่อกลุ่มนักกิจกรรมฝ่ายตรงข้าม และผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล"










