นิด้าโพลครั้งที่ 3 ชี้ กระแสหนุน "พิธา ก้าวไกล" เป็นนายกฯ แซง "แพทองธาร"

ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติ, เพื่อไทย, ก้าวไกล

ที่มาของภาพ, EPA/AFP/Reuters

คำบรรยายภาพ, ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรครวมไทยสร้างชาติ, เพื่อไทย, ก้าวไกล

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 3” พบว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มีคะแนนนำ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งสะท้อนถึงกระแสความนิยม "พิธาฟีเวอร์"

สำหรับคะแนนความนิยมของว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคต่าง ๆ ตามผลการสำรวจของนิด้าที่เผยแพร่ในวันนี้ (3 พ.ค. ) ใน 5 ลำดับแรก มีดังนี้

  • อันดับ 1 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล 35.44%
  • อันดับ 2 น.ส. แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย 29.20%
  • อันดับ 3 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ 14.84%
  • อันดับ 4 นายเศรษฐา ทวีสิน พรรคเพื่อไทย 6.76%
  • อันดับ 5 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 3.00%

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนับตั้งแต่การสำรวจตั้งแต่ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 19 มี.ค. และครั้งที่ 2 ในวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา พบว่า พิธา มีกระแสความนิยมในฐานะว่าที่นายกฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 15.75% ในครั้งแรก เพิ่มเป็น 20.25% ในครั้งที่สอง และเฉือนชนะ น.ส.แพทองธารได้ในครั้งที่ 3 ที่ 35.44%

ขณะที่คะแนนความนิยมของ น.ส.แพทองธาร ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการสำรวจครั้งแรกอยู่ที่ 38.20% มาเป็น 35.70% ในครั้งที่สองและ 29.20% ในครั้งล่าสุด

ส่วนคะแนนความนิยมของ พล.อ. ประยุทธ์ทั้งสามรอบค่อนข้างนิ่ง

"พิธา ฟีเวอร์" กำลังมา

ผลการสำรวจความเห็น

ที่มาของภาพ, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ก่อนเปิดเผยผลการสำรวจครั้งล่าสุด รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ. หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา นิด้า ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายงาน "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ทางสถานีโทรทัศน์ MCOT HD อธิบายถึงผลการสำรวจและภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นดังกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเรียกได้ว่า "พิธา ฟีเวอร์" หรือความนิยมในตัวนายพิธาของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

เขามองว่า กระแสดังกล่าวอาจจะมากกว่าในการเลือกตั้งปี 2562 ที่เคยเกิดกระแส "ธนาธร ฟีเวอร์" ต่อตัว นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ปัจจุบัน ผันตัวมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล

รศ.ดร.พิชาย วิเคราะห์ว่า กระแสดังกล่าวน่าจะมาจากการสื่อสารเกี่ยวกับนโยบายที่ตรงจุด ความชัดเจนด้านจุดยืนทางการเมืองผ่านการดีเบตตามเวทีต่าง ๆ ซึ่งตัวแทนพรรคก้าวไกลสื่อสารด้วยข้อความเดียวกัน

เพื่อไทยยังครองความนิยมในส่วน ส.ส. แบบแบ่งเขต-บัญชีรายชื่อ

นิด้าโพลยังเปิดเผยผลการสำรวจเกี่ยวกับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต พบว่า อันดับ 1 ยังคงเป็นพรรคเพื่อไทย 38.32% ตามมาด้วยพรรคก้าวไกล 33.96%, พรรครวมไทยสร้างชาติ 12.08%, พรรคประชาธิปัตย์ 4.28%, พรรคภูมิใจไทย 2.92%

อันดับที่ 6 ราว 1.68% ยังไม่ตัดสินใจ ส่วนอันดับที่ 7 คือ พรรคไทยสร้างไทย 1.60% ตามด้วยพรรคพลังประชารัฐ 1.56%

แพทองธาร-เศรษฐา เดินสายหาเสียงพร้อมกันที่ จ.พิษณุโลก และพิจิตร เมื่อ 11-12 มี.ค.

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคเพื่อไทย

คำบรรยายภาพ, แพทองธาร-เศรษฐา เดินสายหาเสียงพร้อมกันที่ จ.พิษณุโลก และพิจิตร เมื่อ 11-12 มี.ค.

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 2 เดือน เม.ย. 2566 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคชาติพัฒนากล้า และยังไม่ตัดสินใจ มีสัดส่วนลดลง ในขณะผู้ที่ระบุว่า พรรคก้าวไกล และพรรครวมไทยสร้างชาติ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

ส่วนพรรคการเมืองที่ประชาชนจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ อันดับ 1 คือ พรรคเพื่อไทย 37.92% ตามด้วย อันดับ 2 พรรคก้าวไกล 35.36% อันดับที่ 3 คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ 12.84% อันดับที่ 4 คือ พรรคประชาธิปัตย์ 3.32% และอันดับที่ 5 คือ พรรคภูมิใจไทย 2.36% เป็นต้น

นายพิธานำการหาเสียงที่ จ.นครปฐม

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคก้าวไกล

คำบรรยายภาพ, นายพิธานำการหาเสียงที่ จ.นครปฐม

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 2 เดือน เม.ย. พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติพัฒนากล้า และยังไม่ตัดสินใจ มีสัดส่วนลดลง ในขณะผู้ที่ระบุว่า พรรคก้าวไกล และพรรครวมไทยสร้างชาติ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

การสำรวจดังกล่าว จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 เม.ย. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับศึกเลือกตั้ง 2566 ครั้งที่ 3

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็น เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ 97.0%

เผย 4 ฉากทัศน์การจัดตั้งรัฐบาล

จากแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง รศ.ดร.พิชาย ประเมินในรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีรูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งนี้เป็น 4 แบบ

  • ฉากทัศน์ที่ 1 พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ

รศ.ดร.พิชาย มองว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยน่าจะได้ที่นั่ง ส.ส. ในสภามากที่สุด แต่อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ว่าจะ "แลนด์สไลด์" โดยมองว่า จำเป็นต้องร่วมมือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม คือ พรรคก้าวไกล พรรประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทยสร้างไทย อาจจะได้ที่นั่ง ส.ส. รวมทั้งหมดราว 340 คน

ทว่า ก็ยังไม่เพียงพอในการลงเสียงเลือกตัวแทนพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี อาจจำเป็นต้องพิจารณาร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ หรือ พรรคภูมิใจไทยเพื่อให้เสียงสนับสนุนเพียงพอ

  • ฉากทัศน์ที่ 2 เพื่อไทยจับมือกับขั้วรัฐบาล

พรรคเพื่อไทยจับมือกับร่วมรัฐบาลเดิม ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ อย่างไรก็ตาม หากรวมกับสองพรรคดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะได้คว้าที่นั่ง ส.ส. รวมราว 30-40 คน ทำให้ผลรวมยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร จึงต้องจับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคภูมิใจไทย

ผอ. นิด้าโพลล์ ประเมินว่า แม้จะจับมือกับพรรคต่าง ๆ แล้ว ผลรวม ส.ส. จะยังไม่เกิน 250 คน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะต้องอาศัยแรงสนับสนุนจาก ส.ว. ในการโหวตนายกรัฐมนตรี แต่ก็จะกลายเป็นโจทย์ยากสำหรับพรรคเพื่อไทยในการให้คำอธิบายต่อสังคมและผู้สนับสนุน

ลุงป้อมหาเสียง

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พปชร

  • ฉากทัศน์ที่ 3 รัฐบาลเสียงข้างน้อย

การจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย นำโดยพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ซึ่ง ผอ. นิด้าโพลล์มองว่า ผลรวมของที่นั่ง ส.ส. รวมจะอยู่ที่ 150-180 คน

ทว่า ปัญหาของรัฐบาลเสียงข้างน้อย คือ การบริหารแผ่นดินเป็นไปอย่างยากลำบาก รวมทั้งต้องเผชิญกับแรงเสียดทานจากฝ่ายตรงข้ามในรัฐสภา แม้ว่าจะได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีก็ตาม

  • ฉากทัศน์ที่ 4 ก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

รศ.ดร.พิชาย มองว่า จากกระแสความนิยมของนายพิธาที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเกิด ฉากทัศน์สุดท้ายคือ พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากหากในช่วงสองสัปดาห์ที่เหลือ พรรคก้าวไกลสามารถดึงดูดให้ผู้เลือกตั้งสนับสนุนจนได้ที่นั่ง ส.ส. แตะ 160 คน ก็สามารถจับมือกับพรรคเพื่อไทยที่คาดว่าจะได้ที่นั่ง ส.ส. ราว 150 คน ทำให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้

แต่อาจจะต้องใช้กระแสสังคม และแรงกดดันให้ ส.ว. สนับสนุน ส.ส.เสียงข้างมากที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนให้ได้

จากผลพวงของแรงกดดันจากกระแสความนิยมดังกล่าว ผอ. หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา นิด้า มองว่า จะสร้างแรงกดดันให้พรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ น.ส.แพรทองธาร ต้องออกมาลุยการเมืองเร็วกว่าเดิม หลังจากที่เธอคลอดบุตรชายไปเมื่อวันที่ 1 พ.ค. หลังจากพลังทางการเมืองของ นายเศรษฐา ทวีสิน ดูเหมือนไม่เพียงพอ ต่อกรกับนายพิธา

แพทองธารย้ำพร้อมลุยหาเสียช่วยหลังคลอดลูกชาย

น.ส. แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรรม พรรคเพื่อไทย และบุตรสาวคนสุดท้องของนายทักษิณ ชินวัตร ปรากฏตัวครั้งแรกพร้อมด้วยบุตรชายคนแรกที่เพิ่งคลอด พร้อมด้วยสามี มารดาและพี่สาว ในห้องแถลงข่าวที่โรงพยาบาลพระราม 9

ภาพแรกก่อนการออกมาแถลงข่าวร่วมกับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของเธอหลังจากที่เธอคลอดลูกชายคนแรก และหลานคนที่ 7 ของตระกูลชินวัตร เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อบอกเล่าถึงความพร้อมในการกลับมาสู้ศึกเลือกตั้งอีกครั้ง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ภาพแรกก่อนการออกมาแถลงข่าวร่วมกับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีของเธอหลังจากที่เธอคลอดลูกชายคนแรก และหลานคนที่ 7 ของตระกูลชินวัตร เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อบอกเล่าถึงความพร้อมในการกลับมาสู้ศึกเลือกตั้งอีกครั้ง

"สิ่งที่ดี ๆ ย่อมมาพร้อมกับการมีลูก และเป็นพรอันประเสริฐการคลอดอาจจะส่งผลกระทบในการทำงานในสัปดาห์แรกเท่านั้น เนื่องจากปัจจัยด้านสุขภาพ แต่คิดว่าจะทำสามารถงานในระยะยาว ฉันเชื่อว่า ลูกของฉันคือ พลังซ่อนเร้นเพื่อใช้ในการทำงาน" เธอตอบนักข่าวต่างชาติ

ทั้งนี้ น.ส. แพทองธาร ระบุว่า อาจจะใช้เวลาพักพื้นอีกวันถึงสองวันก่อนกลับมาลุยงานด้านเลือกตั้ง โดยระบุว่า จะขึ้นปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยในวันที่ 12 พ.ค. อย่างแน่นอน

"ถ้าอิ๊งออกจาก ร.พ. เมื่อไหร่ ที่บอกว่าพร้อมลุยเต็มที่ เพราะสิ่งที่ทำได้อย่างเดียว คือการนำเสนอตัวเองให้ประชาชนตัดสินใจ อิ๊งต้องการออกไปพบประชาชนเท่าที่ทำได้" เธอกล่าวย้ำ

ส่วนกรณีที่นายทักษิณ ทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์หลายหลังจากที่ น.ส.แพทองธาร คลอดบุตร ว่าขออนุญาตกลับไทยเพื่อเลี้ยงดูหลาน ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรรม พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ยังไม่มีการพูดคุยว่าจะกลับมาวันไหนเมื่อไหร่ ส่วนการที่พ่อของเธอจะกลับบ้านนั้น แต่ยืนยันไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย