สเปนพบผู้เสียชีวิตเกี่ยวเนื่องกับฝีดาษลิงรายที่ 3 นอกแอฟริกา

อนุภาคเชื้อไวรัสโรคฝีดาษลิง

ที่มาของภาพ, Getty Images

สเปนรายงานพบผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับโรคฝีดาษลิง (monkeypox) รายที่ 2 ของประเทศ ในวันนี้ (30 ก.ค.) โดยเชื่อว่าเป็นผู้เสียชีวิตจากโรคติดต่อดังกล่าวรายที่ 2 ของยุโรป และเป็นรายที่ 3 นอกทวีปแอฟริกา

ข่าวครั้งนี้มีขึ้นเพียง 1 วันหลังจากสเปนประกาศข่าวการพบผู้เสียชีวิตจากฝีดาษลิงรายแรกของยุโรป รวมทั้งบราซิลที่พบชายวัย 41 ปีที่เชื่อว่าเสียชีวิตด้วยโรคนี้เมื่อ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา

กระทรวงสาธารณสุขสเปนระบุว่า ขณะนี้ทางการมีข้อมูลของผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงในประเทศ 3,750 ราย ในจำนวนนี้ 120 คน หรือ 3.2% ได้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตามไม่มีการเปิดเผยอย่างแน่ชัดว่าผู้เสียชีวิตรายที่สองนี้เสียชีวิตลงเมื่อใด แต่ระบุเพียงว่า ผู้เสียชีวิตจากฝีดาษลิงทั้งสองรายในสเปนเป็น “ชายหนุ่ม 2 คน” และขณะนี้ทางการกำลังชันสูตรศพเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลด้านระบาดวิทยาของพวกเขาต่อไป

ในกรณีของผู้เสียชีวิตในบราซิลนั้น กระทรวงสาธารณสุขบราซิลระบุว่าตอนที่ติดเชื้อเขากำลังป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (lymphoma) และมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ รวมทั้งมีโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่ยิ่งทำให้การอาการรุนแรงขึ้น

ทางการบราซิลระบุว่ามีผู้ได้รับการยืนยันว่าติดฝีดาษลิงในประเทศ 1,066 ราย และมีผู้ต้องสงสัยจะติดเชื้ออีก 513 ราย ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขบราซิลบ่งชี้ว่ากว่า 98% ของผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อเป็นกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน

คำบรรยายวิดีโอ, ทำความเข้าใจ 'โรคฝีดาษลิง' ใน 3 นาที

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้การระบาดของโรคฝีดาษลิง เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขโลก โดยพบผู้ติดเชื้อแล้วใน 78 ประเทศ แต่ชี้ว่าการติดเชื้อส่วนใหญ่มักก่อให้เกิดอาการไม่รุนแรง และความเสี่ยงต่อประชากรส่วนใหญ่ในโลกอยู่ในระดับต่ำ แต่มีระดับสูงในยุโรป

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ระบุว่าขณะนี้มีผู้ติดฝีดาษลิง 21,148 คนทั่วโลก

ในสหราชอาณาจักร ทางการได้ระดมส่งคำเชิญชวนไปยังกลุ่มเสี่ยงติดโรคฝีดาษลิง เช่น กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน และบุคลากรทางการแพทย์ ให้เข้ารับการฉีดวัคซีนที่เตรียมไว้กว่าแสนโดส ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรวมพุ่งไปเกือบสามพันคนแล้ว

ด้านกระทรวงสาธารณสุขไทยขอคนไทยอย่าแตกตื่น หลังพบผู้ติดเชื้อ 2 ราย อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยถึงแผนการแจกจ่ายวัคซีน แต่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยแผนสำรอง หลังตรวจสอบคุณภาพวัคซีนฝีดาษที่เก็บรักษาไว้นานกว่า 40 ปีที่พร้อมใช้งานได้หากเกิดกรณีฉุกเฉินไม่สามารถจัดหาวัคซีนได้

Skip อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง and continue readingอ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

End of อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง