เปิดจดหมายทรัมป์โทษนอร์เวย์ไม่ให้โนเบล ประกาศเลิกคิดเรื่องสันติภาพ เดินหน้ายึดกรีนแลนด์

ที่มาของภาพ, REUTERS/Kevin Lamarque
- Author, มัลลอรี มอนช์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าตนเองไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องคิดถึงสันติภาพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หลังจากพลาดรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว
ในข้อความที่ส่งถึงนายโยนัส การ์ สเตอเรอ นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ทรัมป์ตำหนิประเทศนอร์เวย์เรื่องที่ไม่ได้มอบรางวัลโนเบลสันติภาพให้กับเขา
นายกฯ สเตอเรอ แห่งนอร์เวย์ ตอบกลับทรัมป์ว่าการมอบรางวัลโนเบลจัดขึ้นโดยคณะกรรมการอิสระ ไม่ใช่โดยรัฐบาลนอร์เวย์
เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา รางวัลนี้ตกเป็นของมาเรีย คอรินา มาคาโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา
ในข้อความฉบับเดียวกันที่ส่งถึงสเตอเร ทรัมป์ยืนกรานว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้อง "ควบคุมกรีนแลนด์อย่างสมบูรณ์และเบ็ดเสร็จ" แม้ที่นี่เป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์ก
แต่เมื่อถูกถามในเวลาต่อมาว่าเขาวางแผนจะใช้กำลังเข้ายึดครองหรือไม่ ทรัมป์ตอบกลับว่า "ไม่มีความเห็น"
เดนมาร์กเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโตเช่นเดียวกันกับสหรัฐฯ โดยองค์กรนี้เป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศที่มีสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนที่ทรงอิทธิพลที่สุด และยึดหลักการว่าสมาชิกควรช่วยกันปกป้องซึ่งกันและกัน หากเกิดการโจมตีจากภายนอก
นับตั้งแต่ก่อตั้งนาโตขึ้นในปี 1949 ยังไม่เคยมีกรณีที่สมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่งโจมตีสมาชิกอีกประเทศหนึ่งเลย
เดนมาร์กได้เตือนว่า หากสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารในกรีนแลนด์ นั่นจะหมายถึงจุดจบของนาโต โดยเดนมาร์กได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกพันธมิตรชาติยุโรป ซึ่งบางประเทศถึงกับส่งทหารจำนวนหนึ่งไปยังกรีนแลนด์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถูกมองว่าเป็นความเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์โต้กลับการเคลื่อนไหวดังกล่าวด้วยการประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากชาติพันธมิตรนาโต 8 ประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักร ในอัตรา 10% ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. หากประเทศเหล่านั้นคัดค้านแผนการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ของเขา พร้อมกับขู่ว่าจะเพิ่มอัตราภาษีเป็น 25 % ภายในเดือน มิ.ย. นี้
ระหว่างที่ความตึงเครียดกำลังทวีความรุนแรงขึ้น โยนัส การ์ สเตอเรอ ได้ส่งข้อความในนามส่วนตัวไปยังทรัมป์ และอเล็กซานเดอร์ สตับบ์ ประธานาธิบดีของฟินแลนด์
ผู้นำยุโรปทั้งสองชาติกล่าวว่า "เราทุกคนควรร่วมกันทำงานเพื่อลดสถานการณ์และคลี่คลายความตึงเครียด ขณะนี้มีหลายสิ่งเกิดขึ้นรอบตัวเราที่พวกเราจำเป็นต้องยืนหยัดร่วมกัน"
ในจดหมายตอบกลับ ทรัมป์เขียนว่า "เมื่อพิจารณาว่าประเทศของคุณตัดสินใจไม่มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้ผม ทั้งที่ผมยุติสงครามได้แล้วมากกว่า 8 ครั้ง ผมจึงไม่รู้สึกว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องคิดถึงสันติภาพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แม้ว่าสันติภาพจะยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่ตอนนี้ผมสามารถคิดถึงสิ่งที่ดีและเหมาะสมสำหรับสหรัฐฯ ได้ด้วย"
ทรัมป์กล่าวต่อว่า เดนมาร์กไม่สามารถปกป้องกรีนแลนด์จากรัสเซียหรือจีนได้ และตั้งคำถามว่า "เหตุใดพวกเขาจึงมี 'สิทธิในการเป็นเจ้าของ' ในเมื่อไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร และมีเพียงเรือลำหนึ่งที่เดินทางไปถึงที่นั่นเมื่อหลายร้อยปีก่อน แต่เราก็มีเรือไปถึงที่นั่นเช่นกัน"
เขาระบุว่า "ผมทำเพื่อนาโตมากกว่าใคร ๆ นับตั้งแต่มีการก่อตั้งพันธมิตร และตอนนี้นาโตควรทำอะไรบางอย่างเพื่อสหรัฐฯ บ้าง"
"โลกจะไม่มั่นคงปลอดภัย หากเราไม่ได้มีการควบคุมกรีนแลนด์อย่างสมบูรณ์และเบ็ดเสร็จ" ทรัมป์สรุป
ทั้งนี้ เกาะในภูมิภาคอาร์กติกแห่งนี้มีประชากรเบาบาง แต่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ และตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับระบบเตือนภัยล่วงหน้าหากเกิดกรณีการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ตลอดจนการเฝ้าติดตามเรือในภูมิภาคดังกล่าว
เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับสถานะในอนาคตของกรีนแลนด์ "เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับประชาชนชาวกรีนแลนด์และราชอาณาจักรเดนมาร์กเท่านั้น" และระบุว่าการใช้มาตรการขึ้นภาษีกับชาติพันธมิตรนั้นเป็นสิ่งที่ "ผิด"
ในวันเดียวกัน โทรเอลส์ ลุนด์ โพลเซน รัฐมนตรีกลาโหมเดนมาร์ก และวิเวียน มอตซ์เฟลด์ท รัฐมนตรีต่างประเทศกรีนแลนด์ ได้เข้าพบมาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการนาโต
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลเดนมาร์กและกรีนแลนด์ร่วมกับชาติพันธมิตรนาโต ตัดสินใจเพิ่มกำลังทหารและกิจกรรมการฝึกในเขตอาร์กติก รวมถึงแอตแลนติกเหนือ
ประเทศในยุโรปหลายประเทศได้ส่งกองกำลังทหารเล็ก ๆ จำนวนหนึ่งไปยังกรีนแลนด์ เพื่อไปร่วมภารกิจที่ถูกเรียกว่าภารกิจลาดตระเวน
ทรัมป์ไม่เคยปิดบังความปรารถนาของเขาที่อยากจะรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขายืนกรานว่า "นอร์เวย์ควบคุมมันทั้งหมด [หมายถึงรางวัลโนเบล] ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอย่างไร"
"พวกเขาชอบบอกว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย แต่ความจริงคือพวกเขาเกี่ยวข้องทุกอย่าง" ทรัมป์กล่าวกับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีนิวส์
ทรัมป์กล่าวว่าตนเองสมควรได้รับรางวัลดังกล่าว โดยอ้างว่าเขายุติสงครามได้แล้ว 8 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มวาระที่สองของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว
ก่อนหน้านี้ ทำเนียบขาวระบุว่าความขัดแย้งเหล่านั้นที่อ้างว่าทรัมป์ยุติลงได้ประกอบด้วย กรณีระหว่างอิสราเอลกับฮามาส อิสราเอลกับอิหร่าน ปากีสถานกับอินเดีย รวันดากับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์ซี) ไทยกับกัมพูชา อาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน อียิปต์กับเอธิโอเปีย และเซอร์เบียกับโคโซโว
อย่างไรก็ตาม บีบีซีเวริฟาย (BBC Verify) ได้ตรวจสอบคำกล่าวอ้างของทรัมป์และพบว่า "สงคราม" หลายกรณีดังกล่าวกินเวลาเพียงไม่กี่วัน แม้จะเป็นผลจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมายาวนาน และในบางกรณี เช่น อียิปต์กับเอธิโอเปีย ก็ไม่ได้มีการสู้รบกันเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างกันแต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังมีการสู้รบเกิดขึ้นระหว่างรวันดากับดีอาร์ซี แม้ทั้งสองฝ่ายจะลงนามในข้อตกลงสันติภาพแล้วก็ตาม
ในเวลาต่อมา รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถูกมอบให้กับมาเรีย คอรินา มาคาโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา
ทว่าเมื่อกองกำลังของสหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวและนำตัว นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ออกจากกรุงการากัส โดยกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและอาชญากรรมอื่น ๆ ทรัมป์ก็ไม่ได้สนับสนุนให้มาคาโดขึ้นเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป แต่กลับหนุนหลังรองประธานาธิบดีของมาดูโรให้ทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาลชั่วคราว
มาคาโดซึ่งเคยกล่าวชื่นชมทรัมป์ ได้เข้าพบเขาที่ทำเนียบขาวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่ทรัมป์ แต่มูลนิธิโนเบลระบุว่า รางวัลดังกล่าวไม่สามารถ "โอนต่อหรือแจกจ่ายต่อไปได้ แม้ในเชิงสัญลักษณ์ก็ตาม"












