You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ไฟไหม้รถบัสนักเรียนหน้าเซียร์รังสิต เรารู้อะไรแล้วบ้าง
รถบัสทัศนศึกษาจากโรงเรียนใน จ.อุทัยธานี เกิดไฟไหม้บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า หน้าศูนย์การค้าเซียร์รังสิต เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 23 ราย
เวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 1 ต.ค. รถโดยสาร 2 ชั้นที่นำนักเรียนจาก รร.วัดเขาพระยาสังฆาราม หมู่ 5 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งมีผู้โดยสารเป็นนักเรียน 38 คน, ครู 6 คน และ คนขับ 1 คน รวม 45 คน เกิดเหตุเพลิงไหม้ระหว่างเดินทางเข้ามาทัศนศึกษาใน จ.นนทบุรี ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการสอบสวน
เหตุดังกล่าวทำให้ถนนวิภาวดีรังสิตติดขัดเป็นระยะเวลานาน ในเวลาต่อมาประมาณ 13.30 น. ในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถระงับเพลิงได้ โดยพบว่า รถที่เกิดเหตุเป็น 1 ใน 3 ของรถบัสที่ทางโรงเรียนใช้เดินทางในการทัศนศึกษาวันนั้น
ในเวลาต่อมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ และได้รับรายงานสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่า รถคันดังกล่าวเกิดยางระเบิดขึ้น ก่อนชนเข้ากับแบริเออร์ และเกิดเหตุเพลิงไหม้ในเวลาต่อมา ซึ่งพบว่ารถใช้ก๊าซเอ็นจีวี เป็นเชื้อเพลิงและเพลิงเริ่มลุกไหม้จากด้านล่างของตัวรถ
ต่อมาเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัย ณ ที่เกิดเหตุ ระบุว่า พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่บนรถบัสประมาณ 10 ราย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถตรวจสอบบนตัวรถได้ และยังไม่ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต เนื่องจากความกังวลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างตัวรถ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น เพจโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆารามได้โพสต์ข้อความระบุถึง คณะครูและนักเรียนกำลังเยี่ยมชมวัดพระศรีสรรเพชญ์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงเช้าในวันดังกล่าว โดยโปรแกรมการทัศนศึกษา ประกบด้วย ในช่วงเช้าคณะจะเข้าเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ส่วนช่วงบ่ายจะเดินทางไปที่ศูนย์การเรียนรู้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี
ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.อุทัยธานี รายงานว่า นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการ จ.อุทัยธานี ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเขาพระยาสังฆาราม เพื่อติดตามสถานการณ์และพบปะกับผู้บริหารโรงเรียน รวมถึงผู้ปกครอง
นายเกรียงศักดิ์ มิตรประกอบโชค นายอำเภอลานสัก บอกกับบีบีซีไทยในช่วงบ่ายของวันที่ 1 ต.ค. ว่า มีผู้ปกครองจำนวนมากเดินทางมายังโรงเรียนเขาพระยาสังฆาราม เพื่อรับฟังข้อมูลจากผู้ว่าฯ รวมถึงหัวหน้าศูนย์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น โดยศูนย์ดังกล่าวจะเป็นตัวประสานงานกลางระหว่างเด็กที่อยู่ในคณะทัศนศึกษาและผู้ปกครองที่รอคอยอยู่ที่บ้าน ทั้งหมดต่างเป็นกังวลเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
ผู้ปกครองกังวลและร้อนใจ เพราะต้องรอการแถลงข่าว
บีบีซีไทยโทรศัพท์สัมภาษณ์กับหนึ่งในผู้ปกครองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 รายหนึ่งที่ร่วมเดินทางไปกับคณะทัศนศึกษาดังกล่าว แต่เธอขอสงวนไม่บอกชื่อและนามสกุล
"มีแต่คนบอกว่าลูกเราปลอดภัย" เธอบอกกับบีบีซีไทย "แต่เช็คไม่ได้เลยว่าลูกอยู่ที่ไหน"
เมื่อเธอและญาติพยายามติดต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีรายงานว่า รับเด็กนักเรียนเข้าไปรักษาตัว ก็พบว่าทางโรงพยาบาลปฏิเสธให้ข้อมูล และบอกว่า "ให้รอการแถลงข่าว" ถึงแม้ยืนยันว่า เป็นผู้ปกครอง และในขณะเดียวกัน เมื่อติดต่อไปยังครูที่อยู่ในคณะทัศนศึกษาก็ได้รับคำตอบว่า ลูกปลอดภัยแล้ว แต่ขอ"ให้รอการแถลงข่าว" ก่อน
"เราร้อนใจ อยากรู้ว่าลูกที่ทุกคนบอกว่า ปลอดภัยนั้นอยู่ที่ไหน ทำไมไม่มีรายชื่อออกมาว่าเด็ก ๆ ที่ปลอดภัยอยู่ที่ไหนบ้าง ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนรอการแถลงข่าวได้" พร้อมกับบอกว่าศูนย์ที่ตั้งขึ้น ณ โรงเรียนเขาพระยาสังฆารามยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า ลูกของเธออยู่ที่ใด
เธอจึงร้องขอให้หน่วยงานต่าง ๆ เปิดเผยชื่อเด็กที่รอดปลอดภัยออกมาเพื่อให้ผู้ปกครองไม่เกิดความสับสน
"สำหรับเด็กที่เสียชีวิต เราก็เสียใจกับผู้ปกครอง แต่สำหรับเด็กที่รอด เราขอได้ยินเสียงลูกเราได้ไหม" เธอบอกกับบีบีซีไทย
มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 23 ราย คนขับรถเข้ามอบตัวแล้ว
รายงานจากที่เกิดเหตุ ณ เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้สรุปจำนวนผู้ประสบอุบัติเหตุบนรถบัสคันเกิดเหตุจำนวน 45 คน เป็นเด็กนักเรียน 39 คน, ครู 6 คน และคนขับ 1 คน โดยนักเรียนทั้งหมดเป็นนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตจำนวน 23 ร่างออกมาจากรถแล้ว เป็นชาย 11 คน หญิง 7 คน และอีก 5 คนยังระบุเพศไม่ได้
ทั้งนี้ นายชาดาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายสำนักเมื่อวานนี้ (1 ต.ค.) ว่า คนขับกระโดดหนีไฟออกจากตัวรถ เมื่อเกิดเหตุขึ้น
แต่ในเวลาต่อมา สื่อหลายสำนักได้รายงานพร้อมกับเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่า คนขับรถคนดังกล่าวได้ออกจากจากรถบัสคันดังกล่าว แล้วพยายามใช้ถังดับเพลิงที่มีพลเมืองดีนำมาให้ ไปพยายามฉีดใส่ตัวรถที่เพลิงกำลังลุกไหม้ ก่อนจะหลบหนีไป โดยต่อมาทราบชื่อผู้ขับรถคนดังกล่าวว่าคือ นายสมาน จันทร์พุฒ อายุ 48 ปี
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการกดดันและติดตามเส้นทางการหลบหนีจนทำให้นายสมานประสานเข้ามอบตัวกับตำรวจสภ.วิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เมื่อช่วงค่ำวานนี้และทางตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มที่ สภ.คูคต
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสมาน รวม 4 ข้อหา ประกอบด้วย ขับรถโดยประมาทหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตราย แก่บุคคลหรือทรัพย์สิน, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลและไม่หยุดรถให้การช่วยเหลือ ไม่แสดงตัว และไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานเป็นเหตุให้บุคคลถึงแก่ความตาย
รพ.แพทย์รังสิต แถลงอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 5 คน
ต่อมาคณะแพทย์จากโรงพยาบาลแพทย์รังสิต แถลงข่าวเมื่อเวลา 15.00 น. ว่า ทางโรงพยาบาลรับเด็กผู้หญิงจำนวน 3 รายเข้ามาดูแล ในจำนวนนี้มี 2 รายที่อาการสาหัส
- รายแรกอายุ 7-8 ปี อาการสาหัสมากที่สุด มีรอยไหม้บริเวณใบหน้าระดับ 2 รวมถึงขนจมูก ผม และช่องปาก และมีอาการหายใจลำบากซึ่งอาจเกิดจากหลอดลมด้านบนบวม แพทย์จึงต้องใส่ท่อช่วยหายใจและรักษาอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤตหรือไอซียู (ICU) ทั้งนี้พบบาดแผลบนกระจกตาด้วย ซึ่งอาจเสี่ยงตาบอดได้
- รายที่ 2 มีอายุประมาณ 8-9 ปี อาการใหม้ระดับ 2 บริเวณใบหน้าและลำตัว รวมถึงแขนทั้ง 2 ข้าง แต่การหายใจดีกว่า ทางทีมแพทย์จึงพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจเช่นกัน และพักอยู่ในห้องไอซียู
- ส่วนรายที่ 3 ซึ่งมีอาการวิกฤตน้อยสุด ทางแพทย์ได้ทำความสะอาดบาดแผลและให้เข้าพักในห้องไอซียูเช่นกัน
ทั้งหมดได้รับการสนับสนุนทางจิตใจจากทีมจิตแพทย์ร่วมด้วย เนื่องจากเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
นอกจากนี้ ยังมีครู 2 คน ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนี้เช่นกัน แต่ไม่ใช่ครูที่ประจำรถเกิดเหตุ พบว่ามีอาการไหม้ไม่สาหัสมาก เนื่องจากทั้งคู่เข้าไปช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่ในเพลิงไหม้
สภาพที่เกิดเหตุเบื้องต้นเป็นอย่างไร
เจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลตัวเลขของครูและนักเรียนให้แน่ชัด เนื่องจากเป็นการเดินทางมาเป็นคณะใหญ่ด้วยรถบัส 3 คัน
“มีบางส่วนที่หนีจากโครงสร้างรถมาได้ แต่ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในสภาวะความตกใจ” เจ้าหน้าที่กู้ภัยกล่าว พร้อมบอกว่า ประตูของรถบัสได้เปิดไว้ แต่คาดว่าระหว่างที่หนีออกจากตัวรถ อาจเจอกับกลุ่มควันไฟและเกิดความอลหม่านระหว่างที่หนีออกมา
“ดูจากที่เกิดเหตุแล้ว พบว่ามีการหนีจากด้านหน้าตัวรถไปอยู่ที่ด้านหลัง เพื่อหนีจากประตูด้านหน้า ผมคิดว่าจุดเกิดเหตุน่าจะอยู่ที่ด้านหน้ามาก่อน ถ้าเกิดการเอาล้อหน้าประชิด ควันไฟน่าจะเกิดจากล้อหน้าก่อน เด็กและครูที่อยู่ด้านหน้าน่าจะหนีไปลงที่ประตูด้านหลัง”