ไฟไหม้รถบัสนักเรียนหน้าเซียร์รังสิต เรารู้อะไรแล้วบ้าง

ที่มาของภาพ, facebook/Fire & Rescue Thailand
รถบัสทัศนศึกษาจากโรงเรียนใน จ.อุทัยธานี เกิดไฟไหม้บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า หน้าศูนย์การค้าเซียร์รังสิต เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 23 ราย
เวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 1 ต.ค. รถโดยสาร 2 ชั้นที่นำนักเรียนจาก รร.วัดเขาพระยาสังฆาราม หมู่ 5 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งมีผู้โดยสารเป็นนักเรียน 38 คน, ครู 6 คน และ คนขับ 1 คน รวม 45 คน เกิดเหตุเพลิงไหม้ระหว่างเดินทางเข้ามาทัศนศึกษาใน จ.นนทบุรี ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการสอบสวน

ที่มาของภาพ, facebook/Fire & Rescue Thailand
เหตุดังกล่าวทำให้ถนนวิภาวดีรังสิตติดขัดเป็นระยะเวลานาน ในเวลาต่อมาประมาณ 13.30 น. ในวันดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถระงับเพลิงได้ โดยพบว่า รถที่เกิดเหตุเป็น 1 ใน 3 ของรถบัสที่ทางโรงเรียนใช้เดินทางในการทัศนศึกษาวันนั้น
ในเวลาต่อมา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ และได้รับรายงานสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่า รถคันดังกล่าวเกิดยางระเบิดขึ้น ก่อนชนเข้ากับแบริเออร์ และเกิดเหตุเพลิงไหม้ในเวลาต่อมา ซึ่งพบว่ารถใช้ก๊าซเอ็นจีวี เป็นเชื้อเพลิงและเพลิงเริ่มลุกไหม้จากด้านล่างของตัวรถ
ต่อมาเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัย ณ ที่เกิดเหตุ ระบุว่า พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่บนรถบัสประมาณ 10 ราย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถตรวจสอบบนตัวรถได้ และยังไม่ยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิต เนื่องจากความกังวลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างตัวรถ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น เพจโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆารามได้โพสต์ข้อความระบุถึง คณะครูและนักเรียนกำลังเยี่ยมชมวัดพระศรีสรรเพชญ์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงเช้าในวันดังกล่าว โดยโปรแกรมการทัศนศึกษา ประกบด้วย ในช่วงเช้าคณะจะเข้าเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ส่วนช่วงบ่ายจะเดินทางไปที่ศูนย์การเรียนรู้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี

ที่มาของภาพ, facebook/Fire & Rescue Thailand
ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.อุทัยธานี รายงานว่า นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการ จ.อุทัยธานี ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเขาพระยาสังฆาราม เพื่อติดตามสถานการณ์และพบปะกับผู้บริหารโรงเรียน รวมถึงผู้ปกครอง
นายเกรียงศักดิ์ มิตรประกอบโชค นายอำเภอลานสัก บอกกับบีบีซีไทยในช่วงบ่ายของวันที่ 1 ต.ค. ว่า มีผู้ปกครองจำนวนมากเดินทางมายังโรงเรียนเขาพระยาสังฆาราม เพื่อรับฟังข้อมูลจากผู้ว่าฯ รวมถึงหัวหน้าศูนย์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น โดยศูนย์ดังกล่าวจะเป็นตัวประสานงานกลางระหว่างเด็กที่อยู่ในคณะทัศนศึกษาและผู้ปกครองที่รอคอยอยู่ที่บ้าน ทั้งหมดต่างเป็นกังวลเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
ผู้ปกครองกังวลและร้อนใจ เพราะต้องรอการแถลงข่าว
บีบีซีไทยโทรศัพท์สัมภาษณ์กับหนึ่งในผู้ปกครองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 รายหนึ่งที่ร่วมเดินทางไปกับคณะทัศนศึกษาดังกล่าว แต่เธอขอสงวนไม่บอกชื่อและนามสกุล
"มีแต่คนบอกว่าลูกเราปลอดภัย" เธอบอกกับบีบีซีไทย "แต่เช็คไม่ได้เลยว่าลูกอยู่ที่ไหน"
เมื่อเธอและญาติพยายามติดต่อไปยังโรงพยาบาลที่มีรายงานว่า รับเด็กนักเรียนเข้าไปรักษาตัว ก็พบว่าทางโรงพยาบาลปฏิเสธให้ข้อมูล และบอกว่า "ให้รอการแถลงข่าว" ถึงแม้ยืนยันว่า เป็นผู้ปกครอง และในขณะเดียวกัน เมื่อติดต่อไปยังครูที่อยู่ในคณะทัศนศึกษาก็ได้รับคำตอบว่า ลูกปลอดภัยแล้ว แต่ขอ"ให้รอการแถลงข่าว" ก่อน
"เราร้อนใจ อยากรู้ว่าลูกที่ทุกคนบอกว่า ปลอดภัยนั้นอยู่ที่ไหน ทำไมไม่มีรายชื่อออกมาว่าเด็ก ๆ ที่ปลอดภัยอยู่ที่ไหนบ้าง ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนรอการแถลงข่าวได้" พร้อมกับบอกว่าศูนย์ที่ตั้งขึ้น ณ โรงเรียนเขาพระยาสังฆารามยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า ลูกของเธออยู่ที่ใด
เธอจึงร้องขอให้หน่วยงานต่าง ๆ เปิดเผยชื่อเด็กที่รอดปลอดภัยออกมาเพื่อให้ผู้ปกครองไม่เกิดความสับสน
"สำหรับเด็กที่เสียชีวิต เราก็เสียใจกับผู้ปกครอง แต่สำหรับเด็กที่รอด เราขอได้ยินเสียงลูกเราได้ไหม" เธอบอกกับบีบีซีไทย
มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 23 ราย คนขับรถเข้ามอบตัวแล้ว
รายงานจากที่เกิดเหตุ ณ เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้สรุปจำนวนผู้ประสบอุบัติเหตุบนรถบัสคันเกิดเหตุจำนวน 45 คน เป็นเด็กนักเรียน 39 คน, ครู 6 คน และคนขับ 1 คน โดยนักเรียนทั้งหมดเป็นนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตจำนวน 23 ร่างออกมาจากรถแล้ว เป็นชาย 11 คน หญิง 7 คน และอีก 5 คนยังระบุเพศไม่ได้
ทั้งนี้ นายชาดาให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายสำนักเมื่อวานนี้ (1 ต.ค.) ว่า คนขับกระโดดหนีไฟออกจากตัวรถ เมื่อเกิดเหตุขึ้น
แต่ในเวลาต่อมา สื่อหลายสำนักได้รายงานพร้อมกับเผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่า คนขับรถคนดังกล่าวได้ออกจากจากรถบัสคันดังกล่าว แล้วพยายามใช้ถังดับเพลิงที่มีพลเมืองดีนำมาให้ ไปพยายามฉีดใส่ตัวรถที่เพลิงกำลังลุกไหม้ ก่อนจะหลบหนีไป โดยต่อมาทราบชื่อผู้ขับรถคนดังกล่าวว่าคือ นายสมาน จันทร์พุฒ อายุ 48 ปี
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการกดดันและติดตามเส้นทางการหลบหนีจนทำให้นายสมานประสานเข้ามอบตัวกับตำรวจสภ.วิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เมื่อช่วงค่ำวานนี้และทางตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำเพิ่มที่ สภ.คูคต
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายสมาน รวม 4 ข้อหา ประกอบด้วย ขับรถโดยประมาทหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตราย แก่บุคคลหรือทรัพย์สิน, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลและไม่หยุดรถให้การช่วยเหลือ ไม่แสดงตัว และไม่แจ้งต่อเจ้าพนักงานเป็นเหตุให้บุคคลถึงแก่ความตาย
รพ.แพทย์รังสิต แถลงอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 5 คน
ต่อมาคณะแพทย์จากโรงพยาบาลแพทย์รังสิต แถลงข่าวเมื่อเวลา 15.00 น. ว่า ทางโรงพยาบาลรับเด็กผู้หญิงจำนวน 3 รายเข้ามาดูแล ในจำนวนนี้มี 2 รายที่อาการสาหัส
- รายแรกอายุ 7-8 ปี อาการสาหัสมากที่สุด มีรอยไหม้บริเวณใบหน้าระดับ 2 รวมถึงขนจมูก ผม และช่องปาก และมีอาการหายใจลำบากซึ่งอาจเกิดจากหลอดลมด้านบนบวม แพทย์จึงต้องใส่ท่อช่วยหายใจและรักษาอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤตหรือไอซียู (ICU) ทั้งนี้พบบาดแผลบนกระจกตาด้วย ซึ่งอาจเสี่ยงตาบอดได้
- รายที่ 2 มีอายุประมาณ 8-9 ปี อาการใหม้ระดับ 2 บริเวณใบหน้าและลำตัว รวมถึงแขนทั้ง 2 ข้าง แต่การหายใจดีกว่า ทางทีมแพทย์จึงพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจเช่นกัน และพักอยู่ในห้องไอซียู
- ส่วนรายที่ 3 ซึ่งมีอาการวิกฤตน้อยสุด ทางแพทย์ได้ทำความสะอาดบาดแผลและให้เข้าพักในห้องไอซียูเช่นกัน
ทั้งหมดได้รับการสนับสนุนทางจิตใจจากทีมจิตแพทย์ร่วมด้วย เนื่องจากเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
นอกจากนี้ ยังมีครู 2 คน ที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนี้เช่นกัน แต่ไม่ใช่ครูที่ประจำรถเกิดเหตุ พบว่ามีอาการไหม้ไม่สาหัสมาก เนื่องจากทั้งคู่เข้าไปช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่ในเพลิงไหม้
สภาพที่เกิดเหตุเบื้องต้นเป็นอย่างไร
เจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลตัวเลขของครูและนักเรียนให้แน่ชัด เนื่องจากเป็นการเดินทางมาเป็นคณะใหญ่ด้วยรถบัส 3 คัน
“มีบางส่วนที่หนีจากโครงสร้างรถมาได้ แต่ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในสภาวะความตกใจ” เจ้าหน้าที่กู้ภัยกล่าว พร้อมบอกว่า ประตูของรถบัสได้เปิดไว้ แต่คาดว่าระหว่างที่หนีออกจากตัวรถ อาจเจอกับกลุ่มควันไฟและเกิดความอลหม่านระหว่างที่หนีออกมา
“ดูจากที่เกิดเหตุแล้ว พบว่ามีการหนีจากด้านหน้าตัวรถไปอยู่ที่ด้านหลัง เพื่อหนีจากประตูด้านหน้า ผมคิดว่าจุดเกิดเหตุน่าจะอยู่ที่ด้านหน้ามาก่อน ถ้าเกิดการเอาล้อหน้าประชิด ควันไฟน่าจะเกิดจากล้อหน้าก่อน เด็กและครูที่อยู่ด้านหน้าน่าจะหนีไปลงที่ประตูด้านหลัง”

ที่มาของภาพ, facebook/Fire & Rescue Thailand

ที่มาของภาพ, facebook/Fire & Rescue Thailand

ที่มาของภาพ, ประชาสัมพันธ์ร่วมกตัญญู

ที่มาของภาพ, ประชาสัมพันธ์ร่วมกตัญญู

ที่มาของภาพ, ประชาสัมพันธ์ร่วมกตัญญู











