ชาร์ลส์ที่สาม : รวมภาพประวัติศาสตร์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ

สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงรับการสถาปนาเป็นพระเจ้าแผ่นดินอย่างเต็มตัว ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งแรกของสหราชอาณาจักรในรอบ 70 ปี

ตามด้วย พระราชพิธีอภิเษก หรือการสถาปนาแต่งตั้งสมเด็จพระราชินีคามิลลา ด้วยการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์สำหรับพระอัครมเหสี และถวายการสวมพระมหามงกุฎควีนแมรี

เมื่อพระมหามงกุฎสวมบนพระเศียรของกษัตริย์ มวลชนเปล่งเสียงถวายพระพร “พระเจ้าทรงคุ้มครองพระราชา” โดยพร้อมเพรียงกัน

มีการยิงสลุต 62 นัด จากหอคอยแห่งลอนดอน และอีก 6 นัด จากลานสวนสนามของกองทหารม้ารักษาพระองค์ นอกจากนี้จะมีการยิงสลุต 21 นัด จากสถานที่อีก 11 แห่งทั่วสหราชอาณาจักร รวมถึงที่เอดินบะระ, คาร์ดิฟฟ์, เบลฟาสต์, และจากเรือหลวงที่ลอยลำอยู่ในมหาสมุทร

บีบีซีไทยชวนย้อนชมภาพประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นตลอดพระราชพิธี

สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ทรงฉลองพระองค์กำมะหยี่ไหมสีแดงเข้ม ก่อนทรงกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณ เพื่อยืนยันว่าจะทรงพิทักษ์รักษากฎหมายของแผ่นดินและศาสนจักรอังกฤษ

จากนั้นกษัตริย์พระองค์ใหม่จะประทับบนบัลลังก์ราชาภิเษกเพื่อทรงรับการเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อแสดงถึงสถานะผู้นำทางจิตวิญญาณและความเป็นองค์ประมุขสูงสุดของศาสนาจักรอังกฤษ ก่อนที่พระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด จะสวมลงบนพระเศียร

ต่อมา เป็นการสถาปนาแต่งตั้งสมเด็จพระราชินี โดยนักบวชจะเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ ถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์สำหรับพระอัครมเหสี และถวายการสวมพระมหามงกุฎควีนแมรี

พิธีการขั้นตอนต่าง ๆ จะเรียบง่ายกว่าพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ ทั้งไม่ทรงต้องกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตามแบบของกษัตริย์ด้วย

กษัตริย์และราชินีพระองค์ใหม่ทรงเปลี่ยนเครื่องทรง ภายในโบสถ์น้อยเซนต์เอ็ดเวิร์ดของมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ โดยเปลี่ยนมาทรงพระมหามงกุฎอิมพีเรียล จากนั้นประทับในราชรถทองคำ เพื่อเสด็จกลับไปยังพระราชวังบักกิงแฮม โดยมีการบรรเลงเพลงชาติของสหราชอาณาจักร God Save the King ส่งท้าย

การเสด็จออกสีหบัญชร หลังเสร็จสิ้นการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถือเป็นธรรมเนียมที่พระราชวงศ์อังกฤษทรงยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด นับตั้งแต่การขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ในปี 1902 โดยเป็นโอกาสที่จะได้ทรงพบปะทักทายเหล่าพสกนิกร ซึ่งมารวมตัวกันที่ถนนเดอะมอลล์ด้านหน้าพระราชวังบักกิงแฮม

เจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ ซึ่งเสด็จร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเพียงลำพังโดยไม่มีพระชายาเคียงข้างนั้น ไม่ได้ร่วมในการเสด็จออกสีหบัญชรครั้งนี้ด้วย โดยมีรายงานว่าอาจเสด็จกลับสหรัฐอเมริกา หลังพระราชพิธี ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์สิ้นสุดลง

ภาพเจ้าชายลูอีส์ ในพระอิริยาบถน่ารัก ๆ ตลอดพระราชพิธี และทรงหาวบ่อย ๆ

พสกนิกรรอยลพระโฉมกษัตริย์-พระราชินี เสด็จกลับพระราชวังบักกิงแฮม

พระราชพิธีนี้มีการต่อต้านเช่นกัน ตำรวจสหราชอาณาจักรได้จับกุมแกนนำกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านราชวงศ์อังกฤษ ที่ชื่อ "รีพับลิก" หรือ กลุ่ม "สาธารณรัฐ" หลังพบว่า เตรียมนำขบวนประท้วงขัดขวางขบวนเสด็จของสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินี จากพระราชวังบักกิงแฮม ไปยังมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์

กระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรระบุว่า ได้ใช้กำลังทหารเกือบ 4,000 นายจากทุกเหล่าทัพ เพื่อเข้าร่วมใน“ปฏิบัติการเชิงพิธีการ”ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในชั่วอายุคนรุ่นหนึ่ง รวมถึงตำรวจนครบาลลอนดอนอีก 11,500 นาย

ทุกภาพในบทความนี้มีลิขสิทธิ์