You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
"มันเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเหลือให้ยึดครองตั้งแต่แรกแล้ว" ฟังเสียงชาวกาซา หลังอิสราเอลอนุมัติแผนเข้าควบคุมกาซา ซิตี
คณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้านความมั่นคงอิสราเอลอนุมัติแผนเข้าควบคุมเมืองกาซา ซิตี ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์หลายแสนคน นี่ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 2 ปี
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่า ต้องการยึดครองฉนวนกาซาทั้งหมด โดยแผนที่ได้รับการอนุมัติในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่กาซา ซิตี เมืองที่ใหญ่ที่สุดในกาซา
การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจาก "รัฐมนตรีส่วนใหญ่ใน ครม. เชื่อว่าแผนทางเลือกที่นำเสนอต่อ ครม. จะไม่สามารถเอาชนะกลุ่มฮามาส หรือนำตัวผู้ถูกลักพาตัวกลับมาได้" ตามแถลงการณ์ของสำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู
ครม. ด้านความมั่นคงอิสราเอลยังได้เผยแพร่ "หลักการ 5 ประการในการยุติสงคราม" ซึ่งรวมถึงการปลดอาวุธของกลุ่มฮามาส การส่งตัวประกันทั้งหมดทั้งที่ยังมีชีวิตและเสียชีวิตแล้วคืน การปลดอาวุธของฉนวนกาซา การให้อิสราเอลควบคุมความมั่นคงในฉนวนกาซา และการมีรัฐบาลพลเรือนทางเลือกที่ไม่ใช่ฮามาสหรือองค์การบริหารปาเลสไตน์ (Palestine Authority)
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงจากพันธมิตร เพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซาและอนุญาตให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ได้
อิสราเอลเริ่มทำสงครามในฉนวนกาซาหลังการโจมตีของฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 1,200 คน และจับตัวประกัน 251 คนกลับไปยังฉนวนกาซา
นับตั้งแต่นั้น กระทรวงสาธารณสุขของกาซาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฮามาสระบุว่า การบุกรุกทางทหารครั้งใหญ่ของอิสราเอลทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 61,000 คน
จากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล สหประชาชาติประเมินว่า 87% ของฉนวนกาซาได้กลายเป็นเขตทหาร หรือไม่ก็อยู่ภายใต้ประกาศอพยพแล้ว
"มันเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเหลือให้ยึดครองตั้งแต่แรกแล้ว" มาห์มูด อัล-กุราชลี ชาวปาเลสไตน์ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์จากเมืองกาซา ซิตี เมื่อทราบข่าวแผนการของเนทันยาฮูในการเข้าควบคุมภูมิภาคดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ
เขากล่าวว่า "ฉนวนกาซาเกือบทั้งหมดถูกบีบให้เหลือแค่พื้นที่ทางตะวันตกของเมืองกาซา ซิตี และนั่นคือทั้งหมดที่เหลืออยู่ ณ จุดนี้ สำหรับผู้คนที่นี่แล้ว ไม่มีความแตกต่างอีกต่อไป ไม่ว่าเขาจะเข้ามายึดครองที่นี่หรือไม่ก็ตาม"
ราเอ็ด อาบู โมฮัมเหม็ด กล่าวว่า พวกเขาอาศัยอยู่ในเต็นท์มา 5 เดือนแล้ว และเริ่มปรับตัวได้บ้างแล้ว "ใช่ มันมีความทุกข์ทรมาน มีความตาย แต่เรายังคงต้องการมีชีวิตต่อไป อิสราเอลไม่ได้ฆ่าฮามาส แต่กำลังเข่นฆ่าพลเรือน เด็ก และผู้หญิง"
ด้านกลุ่มฮามาสก็มีปฏิกิริยาต่อข้อเสนอเข้ายึดครองฉนวนกาซา โดยกล่าวว่า เนทันยาฮู "วางแผนที่จะดำเนินแนวทางการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และทำให้มีการพลัดถิ่นต่อไปด้วยการก่ออาชญากรรมต่อชาวปาเลสไตน์มากขึ้น"
การกระทำของเขา "แสดงให้เห็นถึงการพลิกผันอย่างชัดเจนจากแนวทางการเจรจา และเผยให้เห็นแรงจูงใจแท้จริงที่อยู่เบื้องหลังการถอนตัวจากวงเจรจารอบสุดท้าย" แถลงการณ์ของฮามาสระบุ
ฮามาสยังบอกด้วยว่า พวกเขากำลัง "ใกล้" ที่จะบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายแล้ว และหากอิสราเอลเข้ายึดครองฉนวนกาซา ก็จะต้องจ่ายต้นทุนที่สูงลิ่ว
ฮามาสยังเรียกร้องให้ประเทศอาหรับและอิสลาม รวมถึงประชาคมระหว่างประเทศ "ประณามและปฏิเสธแถลงการณ์ที่เป็นอันตรายเหล่านี้ และดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการรุกรานและยุติการยึดครอง"
ก่อนการประชุม ครม. ความมั่นคง เนทันยาฮูกล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า อิสราเอลตั้งใจที่จะควบคุมฉนวนกาซาทั้งหมด กำจัดฮามาส แต่ "ไม่ต้องการเก็บเอาไว้"
"เราต้องการปลดปล่อยตนเองและปลดปล่อยประชาชนในฉนวนกาซาจากความหวาดกลัวอันน่าสะพรึงกลัวของฮามาส"
"เราต้องการมีเขตแดนด้านความมั่นคง เราไม่ได้ต้องการเข้าปกครอง" เขากล่าวเสริม
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า กองทัพอิสราเอลคัดค้านแผนการยึดครองฉนวนกาซาทั้งหมด โดยมีรายงานว่า พลโท เอียล ซามีร์ เสนาธิการทหารบก กล่าวกับเนทันยาฮูในการประชุมที่ตึงเครียดเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า "นี่เท่ากับการเดินเข้าไปในกับดัก"
แผนการยึดครองเมืองกาซา ซิตี ได้รับการประณามอย่างรุนแรงจากครอบครัวของตัวประกันที่ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในกาซา พวกเขาเรียกร้องให้ยุติสงครามทันทีและต้องการข้อตกลงที่ผ่านการเจรจากัน
ก่อนหน้านี้ ครอบครัวและผู้สนับสนุนตัวประกันได้ออกมาประท้วงที่กรุงเทลอาวีฟและหน้าสำนักงานของเบนจามิน เนทันยาฮู ในนครเยรูซาเลม ในระหว่างที่ ครม. ความมั่นคงกำลังประชุมหารือเกี่ยวกับแผนการดังกล่าว
ผู้ประท้วงบางคนล่ามโซ่ตัวเองและเตือนว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็น "โทษประหารชีวิต" แก่คนที่พวกเขารัก
ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ให้เห็นว่า ประชาชนชาวอิสราเอลส่วนใหญ่สนับสนุนข้อตกลงกับฮามาสเพื่อปล่อยตัวตัวประกันและยุติสงคราม ผู้นำอิสราเอลกล่าวว่าขณะนี้ฮามาสไม่สนใจที่จะเจรจา เนื่องจากกลุ่มฮามาสรู้สึกมั่นใจมากขึ้นจากแรงกดดันระหว่างประเทศที่มีต่ออิสราเอลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซา
ภัยคุกคามจากการยึดครองอย่างเต็มรูปแบบอาจเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่พยายามบีบบังคับให้กลุ่มฮามาสยอมประนีประนอมในการเจรจาที่หยุดชะงัก
แต่หลายคนเชื่อว่า เนทันยาฮูกำลังขยายความขัดแย้งออกไปเพื่อเป็นหลักประกันความอยู่รอดของรัฐบาลผสมของเขา ซึ่งต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐมนตรีชาตินิยมสุดโต่งที่ขู่จะถอนตัวจากรัฐบาลหากไปทำข้อตกลงใด ๆ กับฮามาส
อิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ และ เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาให้เหตุผลปกป้องการขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา ซึ่งอาจเท่ากับการบังคับอพยพพลเรือน ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงคราม พวกเขายังให้เหตุผลปกป้องการนำชาวยิวไปตั้งถิ่นฐานใหม่ที่นั่นด้วย
อิสราเอลได้ปิดกั้นการส่งความช่วยเหลือทั้งหมดตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. และกลับมาโจมตีทางทหารต่อกลุ่มฮามาสอีกครั้งในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิง 2 เดือนสิ้นสุดลง อิสราเอลอ้างว่าต้องการกดดันให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวตัวประกันชาวอิสราเอลที่เหลืออยู่
แม้ว่าการปิดล้อมจะคลี่คลายลงบางส่วนหลังจากผ่านไปเกือบ 2 เดือน ท่ามกลางคำเตือนถึงภาวะอดอยากที่กำลังจะเกิดขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก แต่ปัญหาการขาดแคลนอาหาร ยา และเชื้อเพลิงกลับเลวร้ายลง
กระทรวงสาธารณสุขของกาซาที่อยู่ภายใต้การดูแลของฮามาส แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (7 ส.ค.) ว่า มีผู้เสียชีวิตจากภาวะทุพโภชนาการ 4 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากภาวะทุพโภชนาการนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเพิ่มเป็น 197 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 96 ราย
อิสราเอลยืนยันว่า "ไม่มีภาวะอดอยาก" ในกาซา และได้สนับสนุนมูลนิธิด้านมนุษยธรรมกาซา (Gaza Humanitarian Foundation - GHF) ในการแจกจ่ายความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการ GHF หลังมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 859 รายรอบจุดแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือของ GHF นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ
เมื่อวันพฤหัสบดี อิสราเอลกล่าวว่าความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 80 ชุดถูกหย่อนลงจากทางอากาศ โดยมีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เยอรมนี จอร์แดน เบลเยียม และแคนาดา ช่วยเหลือ
ทว่า หน่วยงานบรรเทาทุกข์ต่าง ๆ ได้เตือนอย่างต่อเนื่องว่า ความช่วยเหลือที่ส่งทางอากาศเหล่านี้ไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาภาวะทุพโภชนาการและการขาดแคลนทรัพยากรสำคัญอื่น ๆ เช่น เชื้อเพลิงและเวชภัณฑ์
ทั้งนี้ รัฐบาลอิสราเอลไม่อนุญาตให้สำนักข่าวต่างประเทศ รวมถึงบีบีซีรายงานข่าวอย่างอิสระในฉนวนกาซา