You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
"ถูกทิ้งเหมือนเศษผ้าขี้ริ้ว" สื่อจีนกล่าวชื่นชมทรัมป์หลังตัดงบสื่อ 'Voice of America'
- Author, เคลลี อึ้ง
- Role, บีบีซีนิวส์
- Reporting from, Singapore
สื่อทางการจีนขานรับกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดงบประมาณสนับสนุนสื่อวอยซ์ ออฟ อเมริกา (Voice of America) หรือ วีโอเอ และเรดิโอ ฟรี เอเชีย (Radio Free Asia - RFA) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรายงานข่าวเกี่ยวกับระบอบเผด็จการมาเป็นเวลานาน
ประกาศคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาส่งผลให้พนักงานนับพันคนได้รับผลกระทบ โดยรวมทั้งพนักงานจากวีโอเอราว 1,300 คน ด้วย โดยพนักงานกลุ่มนี้จะถูกสั่งพักงานแต่ยังคงรับเงินเดือนอยู่
สำหรับการดำเนินการของวีโอเอ เป็นสื่อของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ข้อมูลทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศ หนึ่งในนั้นก็มีแผนกภาษาไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า วีโอเอ ไทย ตามข้อมูลในเว็บไซต์ของ วีโอเอ ไทย ระบุว่า วีโอเอ ไทย เป็นหนึ่งในภาษาแรก ๆ ที่เริ่มออกอากาศมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทำหน้าที่ส่งสัญญาณกระจายเสียงสดตรงจากสหรัฐอเมริกาไปถึงผู้ฟังในประเทศไทย มาตั้งแต่ ปี 2485 ปัจจุบันวีโอเอมีเจ้าหน้าที่คนไทยที่ประจำอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ทั้งหมด 9 คน
สำหรับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่า การตัดสินใจนี้คือการถอยหลังครั้งใหญ่ของประชาธิปไตย แต่หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ (Global Times) ของรัฐบาลจีนประณามวีโอเอ ว่ามี "ประวัติการรายงานข่าวที่แย่" เกี่ยวกับประเทศจีน พร้อมระบุว่า องค์กรนี้ถูก "รัฐบาลของตัวเองโยนทิ้งราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว"
ฝั่งทำเนียบขาวออกมาปกป้องการตัดสินใจของทรัมป์ โดยกล่าวว่าเป็นการ "ปกป้องเงินภาษีประชาชนไม่ให้ถูกนำไปใช้สนับสนุนการโฆษณาชวนเชื่อแบบสุดโต่ง"
การตัดงบของทรัมป์พุ่งเป้าไปยังสำนักงานสื่อสารมวลชนสากลแห่งสหรัฐอเมริกา (US Agency for Global Media - USAGM) ที่ได้รับงบประมาณจากรัฐสภาในการสนับสนุนสื่อ เช่น วีโอเอ, เรดิโอ ฟรี เอเชีย และเรดิโอ ฟรี ยุโรป (Radio Free Europe) ซึ่งเป็นสื่อที่ได้รับการยอมรับและยกย่องในระดับโลกจากการรายงานข่าวในพื้นที่ที่เสรีภาพสื่อถูกจำกัดอย่างรุนแรงหรือแทบไม่มีเสรีภาพสื่อเลย ตั้งแต่จีน กัมพูชา ไปจนถึงรัสเซียและเกาหลีเหนือ
แม้รัฐบาลหลายประเทศเหล่านี้พยายามปิดกั้นการออกอากาศ เช่น วีโอเอที่ถูกสั่งแบนในจีน แต่ประชาชนยังสามารถฟังผ่านวิทยุคลื่นสั้น หรือใช้ VPN เพื่อหลบเลี่ยงการปิดกั้นได้
RFA มักรายงานเกี่ยวกับการปราบปรามสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ซึ่งอดีตผู้นำเผด็จการ ฮุน เซน ได้กล่าวยกย่องการตัดงบประมาณนี้ว่า "มีส่วนช่วยในการกำจัดข่าวปลอม"
นอกจากนี้ RFA ยังเป็นหนึ่งในสื่อแรก ๆ ที่รายงานข่าวเครือข่ายศูนย์กักกันในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งทางการจีนถูกกล่าวหาว่าใช้เป็นพื้นที่ควบคุมตัวชาวมุสลิมอุยกูร์หลายแสนคนโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรม ขณะที่รัฐบาลจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าประชาชนสมัครใจเข้าร่วม "ค่ายฝึกอบรมใหม่" เพื่อจัดการปัญหา "การก่อการร้ายและลัทธิสุดโต่งทางศาสนา"
ขณะเดียวกัน รายงานของวีโอเอที่เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ และการปกปิดตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยังได้รับรางวัลจากการรายงานข่าวอีกด้วย
วีโอเอ ซึ่งเป็นสื่อที่ออกอากาศทางวิทยุเป็นหลัก รวมทั้งมีรายการภาษาจีนกลาง ได้รับรางวัลเมื่อปีที่แล้วจากผลงานพอดแคสต์ที่รายงานเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์โควิดในจีนเมื่อปี 2022 ซึ่งเป็นการประท้วงที่เกิดขึ้นได้ยากในประเทศจีน
ทว่าหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของรัฐบาลจีนกลับยินดีต่อการตัดงบของวีโอเอ โดยเรียกวีโอเอว่าเป็น "โรงงานผลิตคำโกหก"
"ในขณะที่ชาวอเมริกันจำนวนมากเริ่มหลุดพ้นจากฟองสบู่ข้อมูล มองเห็นโลกแห่งความจริง รวมถึงมองเห็นจีนในหลากหลายมิติ เรื่องเล่าที่ใส่ร้ายจีนที่วีโอเอพยายามเผยแพร่ ในที่สุดจะกลายเป็นเพียงตัวตลก" โกลบอลไทมส์ระบุในบทบรรณาธิการที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ด้าน หู ซีจิ้น อดีตบรรณาธิการใหญ่ของโกลบอลไทมส์ โพสต์ว่า "Voice of America กลายเป็นอัมพาตไปแล้ว! Radio Free Asia ซึ่งเป็นปรปักษ์กับจีนมาโดยตลอด ก็อยู่ในสภาพเดียวกัน นี่คือข่าวดีอย่างแท้จริง"
วัลเดีย บาราพูตรี ผู้สื่อข่าววีโอเอซึ่งตกงานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเคยทำงานที่ บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส กล่าวว่า "ปฏิกิริยาเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายเลย"
"แน่นอนว่าการปิดวีโอเอจะเปิดทางให้สื่อที่รายงานข่าวตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงหรือรายงานข่าวอย่างสมดุลได้เติบโต" เธอกล่าวกับบีบีซี
ด้าน National Press Club ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนสำคัญของผู้สื่อข่าวสหรัฐฯ ระบุว่าคำสั่งของทรัมป์ "บ่อนทำลายคำมั่นสัญญาที่ยาวนานของอเมริกาเกี่ยวกับเสรีภาพและความเป็นอิสระของสื่อมวลชน"
วีโอเอ ก่อตั้งขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อรับมือกับการโฆษณาชวนเชื่อของนาซี ปัจจุบันมีผู้รับฟังประมาณ 360 ล้านคนต่อสัปดาห์ในเกือบ 50 ภาษา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วีโอเอ ได้ออกอากาศในประเทศจีน เกาหลีเหนือ คิวบา และอดีตสหภาพโซเวียต รวมทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนจีนจำนวนมากได้เรียนภาษาอังกฤษ
ไมเคิล อับราโมวิตซ์ ผู้อำนวยการวีโอเอ ระบุว่า คำสั่งของทรัมป์ทำให้วีโอเออ่อนแอลง ในขณะที่ "ฝ่ายตรงข้ามของสหรัฐฯ เช่น อิหร่าน จีน และรัสเซีย ใช้เงินทุ่มทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้างเรื่องเล่าเท็จโจมตีสหรัฐฯ"
บาราบุตรี ชาวอินโดนีเซีย แต่ปัจจุบันประจำอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เริ่มทำงานครั้งแรกกับวีโอเอในปี 2018 ก่อนที่วีซ่าของเธอจะถูกยกเลิกตอนสิ้นสุดรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก
เธอกลับเข้าทำงานอีกครั้งในปี 2023 เพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ "ยืนหยัดในการนำเสนอข่าวที่เป็นกลาง ข้อเท็จจริง และเป็นอิสระจากอิทธิพลของรัฐบาล"
การตัดงบประมาณครั้งล่าสุดนี้ทำให้เธอรู้สึก "ถูกหักหลังจากภาพที่เคยมีต่อเสรีภาพสื่อในสหรัฐฯ"
เธอยังแสดงความกังวลต่อเพื่อนร่วมงานที่อาจต้องเดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดที่ไม่เป็นมิตร และอาจถูกกดขี่หรือถูกลงโทษจากการทำงานข่าวของพวกเขา
ขณะเดียวกัน สาธารณรัฐเช็กได้ร้องขอให้สหภาพยุโรปเข้ามาแทรกแซงเพื่อช่วยให้สถานี Radio Free Europe สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยสื่อแห่งนี้รายงานข่าวถึง 27 ภาษา ใน 23 ประเทศ และเข้าถึงประชาชนมากกว่า 47 ล้านคนต่อสัปดาห์
เบย์ ฟาง ประธานบริหารของ RFA ออกแถลงการณ์ว่าองค์กรมีแผนจะต่อสู้ทางกฎหมายกับคำสั่งดังกล่าว พร้อมระบุว่าการตัดงบประมาณครั้งนี้คือ "รางวัลสำหรับเผด็จการและผู้นำทรราชย์ รวมถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ย่อมอยากเห็นการแผ่อิทธิพลของตัวเองโดยปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง"
RFA ก่อตั้งเมื่อปี 1996 และปัจจุบันเข้าถึงผู้ฟังเกือบ 60 ล้านคนต่อสัปดาห์ในจีน เมียนมา เกาหลีเหนือ กัมพูชา เวียดนาม และลาว ในประเทศจีน วีโอเอยังออกอากาศในภาษาชนกลุ่มน้อยอย่างทิเบตและอุยกูร์ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษและจีนกลางด้วย
"คำสั่งของทรัมป์ไม่เพียงแต่ตัดสิทธิประชาชนเกือบ 60 ล้านคนที่รับฟัง RFA ทุกสัปดาห์เพื่อค้นหาความจริง แต่ยังเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายตรงข้ามของสหรัฐฯ อีกด้วย" เบย์ ฟาง กล่าว
แม้ว่าสื่อจีนจะเฉลิมฉลองการตัดงบประมาณครั้งนี้ แต่เป็นเรื่องยากที่จะทราบว่าคนจีนรู้สึกอย่างไรจริง ๆ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตในจีนถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
ขณะที่นอกประเทศจีน กลุ่มคนที่ติดตามวีโอเอและ RFA มาโดยตลอดต่างแสดงความผิดหวังและวิตกกังวล
ตู้ เหวิน นักเคลื่อนไหวชาวจีนที่ลี้ภัยไปอาศัยอยู่ในเบลเยียม เขียนข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า "เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ผู้อพยพ นักเคลื่อนไหว ปัญญาชน และประชาชนธรรมดามากมายนับไม่ถ้วนสามารถยืนหยัดได้ในความมืดมิดเพราะได้ยินเสียงของวีโอเอ และ RFA และได้มองเห็นความหวังท่ามกลางความหวาดกลัวจากการรายงานข่าวของพวกเขา"
"หากโลกเสรีเลือกที่จะเงียบเฉย เสียงของเผด็จการจะกลายเป็นเสียงสะท้อนเดียวที่หลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้"