"ถูกทิ้งเหมือนเศษผ้าขี้ริ้ว" สื่อจีนกล่าวชื่นชมทรัมป์หลังตัดงบสื่อ 'Voice of America'

Steve Lodge, whose father Robert Lodge was a correspondent at VOA, stands in protest in front of the organisation's headquarters in Washington DC. Dressed in a navy coat, he holds a banner that reads "VOA speaks up for freedom and democracy, but Trump and Putin oppose them!"

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, สตีฟ ลอดจ์ ลูกชายของโรเบิร์ต ลอดจ์ ซึ่งเคยเป็นผู้สื่อข่าวให้กับวีโอเอ ยืนประท้วงอยู่หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ขององค์กรในกรุงวอชิงตัน ดีซี ของสหรัฐฯ
    • Author, เคลลี อึ้ง
    • Role, บีบีซีนิวส์
    • Reporting from, Singapore
  • เวลาอ่าน: 2 นาที

สื่อทางการจีนขานรับกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดงบประมาณสนับสนุนสื่อวอยซ์ ออฟ อเมริกา (Voice of America) หรือ วีโอเอ และเรดิโอ ฟรี เอเชีย (Radio Free Asia - RFA) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรายงานข่าวเกี่ยวกับระบอบเผด็จการมาเป็นเวลานาน

ประกาศคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาส่งผลให้พนักงานนับพันคนได้รับผลกระทบ โดยรวมทั้งพนักงานจากวีโอเอราว 1,300 คน ด้วย โดยพนักงานกลุ่มนี้จะถูกสั่งพักงานแต่ยังคงรับเงินเดือนอยู่

สำหรับการดำเนินการของวีโอเอ เป็นสื่อของสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ข้อมูลทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศ หนึ่งในนั้นก็มีแผนกภาษาไทยรวมอยู่ด้วย ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า วีโอเอ ไทย ตามข้อมูลในเว็บไซต์ของ วีโอเอ ไทย ระบุว่า วีโอเอ ไทย เป็นหนึ่งในภาษาแรก ๆ ที่เริ่มออกอากาศมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทำหน้าที่ส่งสัญญาณกระจายเสียงสดตรงจากสหรัฐอเมริกาไปถึงผู้ฟังในประเทศไทย มาตั้งแต่ ปี 2485 ปัจจุบันวีโอเอมีเจ้าหน้าที่คนไทยที่ประจำอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ทั้งหมด 9 คน

สำหรับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่า การตัดสินใจนี้คือการถอยหลังครั้งใหญ่ของประชาธิปไตย แต่หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ (Global Times) ของรัฐบาลจีนประณามวีโอเอ ว่ามี "ประวัติการรายงานข่าวที่แย่" เกี่ยวกับประเทศจีน พร้อมระบุว่า องค์กรนี้ถูก "รัฐบาลของตัวเองโยนทิ้งราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว"

ฝั่งทำเนียบขาวออกมาปกป้องการตัดสินใจของทรัมป์ โดยกล่าวว่าเป็นการ "ปกป้องเงินภาษีประชาชนไม่ให้ถูกนำไปใช้สนับสนุนการโฆษณาชวนเชื่อแบบสุดโต่ง"

การตัดงบของทรัมป์พุ่งเป้าไปยังสำนักงานสื่อสารมวลชนสากลแห่งสหรัฐอเมริกา (US Agency for Global Media - USAGM) ที่ได้รับงบประมาณจากรัฐสภาในการสนับสนุนสื่อ เช่น วีโอเอ, เรดิโอ ฟรี เอเชีย และเรดิโอ ฟรี ยุโรป (Radio Free Europe) ซึ่งเป็นสื่อที่ได้รับการยอมรับและยกย่องในระดับโลกจากการรายงานข่าวในพื้นที่ที่เสรีภาพสื่อถูกจำกัดอย่างรุนแรงหรือแทบไม่มีเสรีภาพสื่อเลย ตั้งแต่จีน กัมพูชา ไปจนถึงรัสเซียและเกาหลีเหนือ

แม้รัฐบาลหลายประเทศเหล่านี้พยายามปิดกั้นการออกอากาศ เช่น วีโอเอที่ถูกสั่งแบนในจีน แต่ประชาชนยังสามารถฟังผ่านวิทยุคลื่นสั้น หรือใช้ VPN เพื่อหลบเลี่ยงการปิดกั้นได้

RFA มักรายงานเกี่ยวกับการปราบปรามสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ซึ่งอดีตผู้นำเผด็จการ ฮุน เซน ได้กล่าวยกย่องการตัดงบประมาณนี้ว่า "มีส่วนช่วยในการกำจัดข่าวปลอม"

นอกจากนี้ RFA ยังเป็นหนึ่งในสื่อแรก ๆ ที่รายงานข่าวเครือข่ายศูนย์กักกันในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งทางการจีนถูกกล่าวหาว่าใช้เป็นพื้นที่ควบคุมตัวชาวมุสลิมอุยกูร์หลายแสนคนโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรม ขณะที่รัฐบาลจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าประชาชนสมัครใจเข้าร่วม "ค่ายฝึกอบรมใหม่" เพื่อจัดการปัญหา "การก่อการร้ายและลัทธิสุดโต่งทางศาสนา"

ขณะเดียวกัน รายงานของวีโอเอที่เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ และการปกปิดตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยังได้รับรางวัลจากการรายงานข่าวอีกด้วย

Former US President Bill Clinton (centre) being interviewed by RFA reporters

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ RFA ก่อนเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในปี 1998 หลังจากผู้สื่อข่าวของ RFA ถูกทางการจีนสั่งห้ามเข้าประเทศ

วีโอเอ ซึ่งเป็นสื่อที่ออกอากาศทางวิทยุเป็นหลัก รวมทั้งมีรายการภาษาจีนกลาง ได้รับรางวัลเมื่อปีที่แล้วจากผลงานพอดแคสต์ที่รายงานเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์โควิดในจีนเมื่อปี 2022 ซึ่งเป็นการประท้วงที่เกิดขึ้นได้ยากในประเทศจีน

ทว่าหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของรัฐบาลจีนกลับยินดีต่อการตัดงบของวีโอเอ โดยเรียกวีโอเอว่าเป็น "โรงงานผลิตคำโกหก"

"ในขณะที่ชาวอเมริกันจำนวนมากเริ่มหลุดพ้นจากฟองสบู่ข้อมูล มองเห็นโลกแห่งความจริง รวมถึงมองเห็นจีนในหลากหลายมิติ เรื่องเล่าที่ใส่ร้ายจีนที่วีโอเอพยายามเผยแพร่ ในที่สุดจะกลายเป็นเพียงตัวตลก" โกลบอลไทมส์ระบุในบทบรรณาธิการที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ด้าน หู ซีจิ้น อดีตบรรณาธิการใหญ่ของโกลบอลไทมส์ โพสต์ว่า "Voice of America กลายเป็นอัมพาตไปแล้ว! Radio Free Asia ซึ่งเป็นปรปักษ์กับจีนมาโดยตลอด ก็อยู่ในสภาพเดียวกัน นี่คือข่าวดีอย่างแท้จริง"

วัลเดีย บาราพูตรี ผู้สื่อข่าววีโอเอซึ่งตกงานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเคยทำงานที่ บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส กล่าวว่า "ปฏิกิริยาเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายเลย"

"แน่นอนว่าการปิดวีโอเอจะเปิดทางให้สื่อที่รายงานข่าวตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงหรือรายงานข่าวอย่างสมดุลได้เติบโต" เธอกล่าวกับบีบีซี

ด้าน National Press Club ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนสำคัญของผู้สื่อข่าวสหรัฐฯ ระบุว่าคำสั่งของทรัมป์ "บ่อนทำลายคำมั่นสัญญาที่ยาวนานของอเมริกาเกี่ยวกับเสรีภาพและความเป็นอิสระของสื่อมวลชน"

วีโอเอ ก่อตั้งขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อรับมือกับการโฆษณาชวนเชื่อของนาซี ปัจจุบันมีผู้รับฟังประมาณ 360 ล้านคนต่อสัปดาห์ในเกือบ 50 ภาษา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วีโอเอ ได้ออกอากาศในประเทศจีน เกาหลีเหนือ คิวบา และอดีตสหภาพโซเวียต รวมทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนจีนจำนวนมากได้เรียนภาษาอังกฤษ

ไมเคิล อับราโมวิตซ์ ผู้อำนวยการวีโอเอ ระบุว่า คำสั่งของทรัมป์ทำให้วีโอเออ่อนแอลง ในขณะที่ "ฝ่ายตรงข้ามของสหรัฐฯ เช่น อิหร่าน จีน และรัสเซีย ใช้เงินทุ่มทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้างเรื่องเล่าเท็จโจมตีสหรัฐฯ"

บาราบุตรี ชาวอินโดนีเซีย แต่ปัจจุบันประจำอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เริ่มทำงานครั้งแรกกับวีโอเอในปี 2018 ก่อนที่วีซ่าของเธอจะถูกยกเลิกตอนสิ้นสุดรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก

เธอกลับเข้าทำงานอีกครั้งในปี 2023 เพราะต้องการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ "ยืนหยัดในการนำเสนอข่าวที่เป็นกลาง ข้อเท็จจริง และเป็นอิสระจากอิทธิพลของรัฐบาล"

A detention camp in Xinjiang surrounded by barbed wire

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, RFA เป็นหนึ่งในสำนักข่าวแรก ๆ ที่รายงานเรื่องเครือข่ายศูนย์การกักขังในเมืองซินเจียง ประเทศจีน

การตัดงบประมาณครั้งล่าสุดนี้ทำให้เธอรู้สึก "ถูกหักหลังจากภาพที่เคยมีต่อเสรีภาพสื่อในสหรัฐฯ"

เธอยังแสดงความกังวลต่อเพื่อนร่วมงานที่อาจต้องเดินทางกลับไปยังประเทศบ้านเกิดที่ไม่เป็นมิตร และอาจถูกกดขี่หรือถูกลงโทษจากการทำงานข่าวของพวกเขา

ขณะเดียวกัน สาธารณรัฐเช็กได้ร้องขอให้สหภาพยุโรปเข้ามาแทรกแซงเพื่อช่วยให้สถานี Radio Free Europe สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยสื่อแห่งนี้รายงานข่าวถึง 27 ภาษา ใน 23 ประเทศ และเข้าถึงประชาชนมากกว่า 47 ล้านคนต่อสัปดาห์

เบย์ ฟาง ประธานบริหารของ RFA ออกแถลงการณ์ว่าองค์กรมีแผนจะต่อสู้ทางกฎหมายกับคำสั่งดังกล่าว พร้อมระบุว่าการตัดงบประมาณครั้งนี้คือ "รางวัลสำหรับเผด็จการและผู้นำทรราชย์ รวมถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ย่อมอยากเห็นการแผ่อิทธิพลของตัวเองโดยปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง"

RFA ก่อตั้งเมื่อปี 1996 และปัจจุบันเข้าถึงผู้ฟังเกือบ 60 ล้านคนต่อสัปดาห์ในจีน เมียนมา เกาหลีเหนือ กัมพูชา เวียดนาม และลาว ในประเทศจีน วีโอเอยังออกอากาศในภาษาชนกลุ่มน้อยอย่างทิเบตและอุยกูร์ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษและจีนกลางด้วย

"คำสั่งของทรัมป์ไม่เพียงแต่ตัดสิทธิประชาชนเกือบ 60 ล้านคนที่รับฟัง RFA ทุกสัปดาห์เพื่อค้นหาความจริง แต่ยังเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายตรงข้ามของสหรัฐฯ อีกด้วย" เบย์ ฟาง กล่าว

แม้ว่าสื่อจีนจะเฉลิมฉลองการตัดงบประมาณครั้งนี้ แต่เป็นเรื่องยากที่จะทราบว่าคนจีนรู้สึกอย่างไรจริง ๆ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตในจีนถูกควบคุมอย่างเข้มงวด

ขณะที่นอกประเทศจีน กลุ่มคนที่ติดตามวีโอเอและ RFA มาโดยตลอดต่างแสดงความผิดหวังและวิตกกังวล

ตู้ เหวิน นักเคลื่อนไหวชาวจีนที่ลี้ภัยไปอาศัยอยู่ในเบลเยียม เขียนข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า "เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ผู้อพยพ นักเคลื่อนไหว ปัญญาชน และประชาชนธรรมดามากมายนับไม่ถ้วนสามารถยืนหยัดได้ในความมืดมิดเพราะได้ยินเสียงของวีโอเอ และ RFA และได้มองเห็นความหวังท่ามกลางความหวาดกลัวจากการรายงานข่าวของพวกเขา"

"หากโลกเสรีเลือกที่จะเงียบเฉย เสียงของเผด็จการจะกลายเป็นเสียงสะท้อนเดียวที่หลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้"