You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ผู้ใหญ่รักสุขภาพควรตามกระแส "ดื่มนมแม่" ดีหรือไม่
- Author, โซเฟีย เบ็ตทีซา
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
น้ำนมมารดาที่แพทย์บอกว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับเลี้ยงทารกนั้น ปัจจุบันมีการซื้อขายกันด้วยราคาแพง จนมีฉายาว่า "ทองคำเหลว" เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและโภชนาการหลายรายออกมาระบุว่า นมแม่คือสุดยอดอาหารที่เป็นแหล่งให้ "พลังวิเศษ" แก่คนวัยผู้ใหญ่ได้เช่นกัน
แม้นักวิทยาศาสตร์จะเห็นพ้องต้องกันมานานแล้วว่า นมแม่นั้นให้สารอาหารและสารภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดีแก่ทารก ซึ่งสารที่อยู่ในน้ำนมมารดาเหล่านี้ มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของเด็กอ่อน ทว่าผู้ใหญ่บางกลุ่มในยุคนี้ก็เพียรเสาะแสวงหาและกักตุนนมแม่เอาไว้ดื่มเองด้วย เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติเป็น "สุดยอดอาหาร" (superfood) ที่สามารถให้พลังชีวิตแก่คนที่เลยวัยดื่มนมแม่ไปนานแล้วได้เช่นกัน
เจมีสัน ริเทนาวร์ คุณพ่อลูกสามวัย 39 ปี ก็เป็นคนหนึ่งที่ดื่มนมแม่เพื่อบำรุงสุขภาพ เขาได้ลิ้มลองน้ำนมมารดาในวัยผู้ใหญ่เป็นครั้งแรก เมื่อแฟนสาวคู่ชีวิตให้นมจากเต้ากับลูกที่เพิ่งคลอด โดยเธอมีน้ำนมมากจนเหลือเก็บเต็มตู้เย็นเป็นประจำเพราะลูกดื่มไม่หมด "ผมเลยเอามันไปผสมกับโปรตีนเชคแล้วดื่มเอง ถึงแฟนผมจะมองว่ามันออกจะแปลก ๆ อยู่สักหน่อยก็ตาม" เจมีสันเล่าให้ผู้สื่อข่าวบีบีซีฟัง
เจมีสันเริ่มให้ความสนใจกับคุณประโยชน์ของนมแม่ เมื่อได้รับชมคลิปวิดีโอหนึ่งบนเว็บไซต์ยูทิวบ์ ซึ่งมีนักเพาะกายกำลังบรรยายสรรพคุณของน้ำนมมารดาที่เขาได้ดื่มติดต่อกันมาระยะหนึ่ง "นักเพาะกายคนนั้นตัวใหญ่ยักษ์เลยทีเดียว" เจมีสันกล่าว
นับแต่นั้นมา การดื่มนมจากเต้าที่ใช้เครื่องปั๊มรีดจากอกของแฟนสาว ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันที่เจมีสันจะต้องทำเสมอ โดยเขาจะดื่มประมาณวันละ 2 ถุง ซึ่งคิดเป็นปริมาตรราว 8 ออนซ์ หรือราว 237 มิลลิลิตร "ช่วงนั้นเรียกได้ว่า ผมมีรูปร่างดีที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาในชีวิตแล้ว แน่นอนว่านมแม่ช่วยให้ผมสร้างกล้ามเนื้อได้ดี แถมยังลดน้ำหนักได้อีกด้วย สัดส่วนของมวลกล้ามเนื้อในร่างกายผมเพิ่มขึ้น 5% ภายในเวลาเพียง 8 สัปดาห์"
เจมีสันบอกว่าในตอนที่เขายังได้ดื่มนมแม่อยู่ เขาจำได้ว่าไม่เคยล้มป่วยหรือเป็นหวัดเลยแม้แต่ครั้งเดียว "ผมอยากตัวโตขึ้นเร็ว ๆ และนอนหลับได้ดีเหมือนเด็กทารก ผมจึงเลือกกินอาหารเหมือนเด็กทารก มันรู้สึกดีมากและทำให้ผมดูดีขึ้น"
ซื้อนมแม่ทางออนไลน์เสี่ยงโรคร้าย
แม้นักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยเตือนว่า ยังคงไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการดื่มนมแม่ให้ประโยชน์ใด ๆ เป็นพิเศษกับร่างกายของผู้ใหญ่ แต่ถึงกระนั้น ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำบางคนก็ออกมาโต้แย้งโดยชี้ถึงข้อเท็จจริงที่ว่า "นมแม่มีโปรตีนสูง ทำให้เด็กทารกสร้างกล้ามเนื้อได้ในอัตราที่รวดเร็วมาก ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่นักเพาะกายต้องการเช่นกัน" ดร.ลาร์ส โบด์ ผู้อำนวยการผู้ก่อตั้งสถาบันน้ำนมมนุษย์ (HMI) ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานดิเอโกของสหรัฐฯ กล่าว
"กล้ามเนื้อของนักเพาะกายนั้น มีปฏิกิริยาตอบสนองที่สอดคล้องกับสภาพร่างกายของพวกเขาเป็นอย่างมาก ดังนั้นอาจจะมีเหตุผลเบื้องหลังบางอย่างในประเด็นนี้ เราแค่ยังไม่รู้ถึงกลไกทางวิทยาศาสตร์ของมัน" ดร.โบด์กล่าวอธิบาย
แต่ถึงกระนั้น ดร.โบด์ได้กล่าวเตือนภัยเรื่องที่ผู้ใหญ่ซื้อหานมแม่มาดื่มตามกระแสในตอนนี้ว่า แหล่งที่มาของนมแม่ส่วนใหญ่ที่วางจำหน่ายทางออนไลน์นั้นไม่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะซื้อมาจากผู้ขายในเฟซบุ๊ก, เครกลิสต์, หรือเรดดิตก็ตาม "นมพวกนี้ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย ทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงเผชิญภัยสุขภาพอย่างสูง เพราะมันอาจเป็นพาหะนำโรคติดต่อร้ายแรง อย่างเช่นเชื้อไวรัสตับอักเสบหรือเชื้อเอชไอวี"
นอกจากนี้ คุณประโยชน์ของน้ำนมมารดายังขึ้นอยู่กับสุขภาพและโภชนาการของแม่แต่ละคนด้วย ตัวน้ำนมเองก็อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่หลายชนิด เพราะมักจะมาจากการปั๊มรีดนมในสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ควบคุมให้ปลอดเชื้อ ผลการศึกษาปี 2015 ของสหรัฐฯ ที่สำรวจโรงพยาบาลเด็กหลายแห่งทั่วประเทศ พบว่านมแม่ถึง 101 ตัวอย่าง ที่จำหน่ายทางออนไลน์ ปนเปื้อนเชื้อก่อโรคร้ายแรงถึง 75% และมีถึง 10% ที่ผสมนมวัวหรือนมผงเลี้ยงทารกลงไปด้วย
หลังจากที่เจมีสันเลิกรากับแม่ของลูกไปแล้ว และนมจากเต้าของเธอซึ่งเขาเคยเก็บไว้ในช่องแช่แข็งก็หมดลง เขาจึงตัดสินใจจะหามาบริโภคต่อผ่านการซื้อทางออนไลน์ ซึ่งในตอนแรก เขาไม่ได้คิดถึงความเสี่ยงที่จะต้องเจอกับนมปนเปื้อนเชื้อโรคเลย "ผมซื้อนมแม่จากใครก็ไม่รู้บนอินเทอร์เน็ต แต่ผมก็ตรวจสอบข้อมูลเองเบื้องต้นทางเฟซบุ๊กแล้วนะ แม่ที่ขายนมคนนั้นดูแข็งแรงปกติดี ผมเลยตัดสินใจลองเสี่ยงดู"
เจมีสันยังบอกว่า เขาไม่สนใจเรื่องที่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มายืนยันถึงประโยชน์ของนมแม่ต่อผู้ใหญ่ เพราะประสบการณ์ที่ดีเลิศของตัวเขาเองคือเครื่องพิสูจน์ที่ดีที่สุด ผลเสียเพียงเรื่องเดียวจากการดื่มนมแม่ที่เขาต้องเจอก็คือ "ผู้คนมองผมด้วยสายตาแปลก ๆ เพราะมักคิดกันว่านมแม่มีไว้ให้เด็กทารกเท่านั้น แต่อันที่จริงมันไม่ได้แปลกประหลาดอะไรขนาดนั้น"
ผู้ใหญ่ดื่มนมแม่เท่ากับแย่งเด็กที่ขาดแคลน
ดร.เมแกน อาซาด นักวิจัยที่ศึกษาว่านมแม่ช่วยเสริมสุขภาพให้ทารกได้อย่างไรบ้าง แสดงความเห็นอย่างหนักแน่นว่า "ฉันไม่แนะนำให้ผู้ใหญ่ดื่มน้ำนมมารดาเลย ไม่ใช่เพราะมันอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใหญ่ แต่เพราะเด็กแรกเกิดหรือเด็กอ่อนที่ต้องการมันจริง ๆ อาจเป็นอันตรายได้ เพราะการเอานมแม่ไปขาย ทำให้เด็กจากครอบครัวที่ยากจนไม่ได้รับอาหารจำเป็นชนิดนี้อย่างเพียงพอ"
ด้านดร.โบด์กล่าวเสริมว่า แม่ที่มีน้ำนมมากเกินความต้องการของบุตร ควรนำนมที่เหลือนั้นไปบริจาคให้ทารกที่ขาดแคลนหรือไม่อาจเข้าถึงน้ำนมมารดา ซึ่งจะเป็นการดีกว่านำไปขายเพื่อแสวงหาผลกำไร "ทุกวันนี้เราไม่มีนมแม่เพียงพอจะเลี้ยงเด็กกลุ่มที่อ่อนแอเปราะบาง นมแม่มีสรรพคุณป้องกันและรักษาโรคให้เด็กที่เกิดก่อนกำหนดได้ ดังนั้นมันคือสิ่งสำคัญที่ช่วยชีวิตเด็กอ่อนจำนวนมาก"
ดร.อาซาดบอกว่า หากแม่ลูกอ่อนที่มีฐานะยากจนคิดว่าจะสามารถทำเงินได้ จากการขายนมของตนเองให้กับเหล่านักเพาะกายทางออนไลน์ นั่นจะยิ่งทำให้ปัญหาสุขภาพเด็กที่มีอยู่แล้วย่ำแย่ลงไปอีก ส่วนกระแสการบริโภคนมแม่ในหมู่ผู้ใหญ่ก็จะยิ่งขยายตัว และเพิ่มความเสี่ยงที่โรคติดเชื้อจะแพร่กระจายในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ที่บริโภคนมแม่อย่างเจมีสันบอกว่า ตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกผิดบาปอะไรต่อเรื่องนี้ "ผู้คนกล่าวหาว่าผมแย่งอาหารเด็กและทำให้เด็กอดอยาก แต่ก็ใช่ว่าผมไปยืนทวงนมแม่ที่หน้าโรงพยาบาล หรือไปขู่กรรโชกผู้หญิงให้เอานมแม่มาให้ผมทั้งหมดเสียเมื่อไหร่" เจมีสันยังบอกว่าอันที่จริงแล้ว มีแม่ลูกอ่อนกว่า 100 ราย พยายามติดต่อเขาเพื่อเสนอขายนมแม่ส่วนเกินที่ลูกกินเหลือให้
ไขปริศนาคุณประโยชน์ที่แท้จริงของนมแม่
ปัจจุบันยังมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของน้ำนมมนุษย์ไม่มากนัก "เพราะก่อนหน้านี้ผู้มอบทุนวิจัยแทบจะไม่มองเรื่องน้ำนมมารดาเลย พวกเขาเห็นว่ามันเป็นเรื่องของผู้หญิงที่ไม่สลักสำคัญ ซึ่งนี่ก็เป็นความคิดแบบชายเป็นใหญ่" ดร.อาซาดกล่าว
ทว่าความก้าวหน้าของการแพทย์ยุคใหม่ ทำให้เริ่มมีการวิจัยถึงคุณประโยชน์ของนมแม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ที่เกี่ยวกับการรักษาโรคของผู้ใหญ่ เนื่องจากมีการค้นพบว่า ส่วนประกอบบางอย่างในนมแม่มีศักยภาพเป็นยารักษาโรคข้ออักเสบ, โรคหัวใจ, โรคมะเร็งบางชนิด, รวมทั้งโรคลำไส้แปรปรวนหรือไอบีเอส (IBS)
ดร.อาซาดบอกว่าสิ่งที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษก็คือ "สารประกอบโอลิโกแซ็กคาไรด์ในน้ำนมมนุษย์" หรือเอชเอ็มโอ (HMOs) พอลิเมอร์ของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่มีคุณสมบัติเป็นกากใยหรือไฟเบอร์ ซึ่งเป็นพรีไบโอติก (prebiotics) หรืออาหารเลี้ยงจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ สารประกอบเอชเอ็มโอบางชนิดในนมแม่จึงทำให้ทารกมีสุขภาพทางเดินอาหารที่ดีได้
"ตอนนี้บรรดานักวิจัยกำลังทดสอบว่า สารเอชเอ็มโอในน้ำนมมารดาจะช่วยให้ผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังหรือไอบีดี (IBD) วัยผู้ใหญ่ มีอาการดีขึ้นได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันเรารู้แล้วว่าจุลชีวนิเวศหรือไมโครไบโอมในลำไส้ มีความสำคัญต่อสุขภาพของคนเราในหลายด้าน ดังนั้นหากเราค้นพบวิธีใหม่ในการฟื้นฟูปรับปรุงคุณภาพของจุลชีวนิเวศในลำไส้ ก็จะเกิดประโยชน์มหาศาลในการบำบัดรักษาโรค ซึ่งเอชเอ็มโอในนมแม่นั้นมีศักยภาพสูงมาก" ดร.อาซาดกล่าว
ผลการศึกษาในหนูทดลองของดร.โบด์ ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2021 พบว่าสารเอชเอ็มโอชนิดหนึ่งช่วยชะลอการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) ซึ่งทำให้หลอดเลือดแดงตีบตัน จนนำไปสู่ภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองได้ "องค์ประกอบของนมแม่นั้นพิเศษจริง ๆ มันเป็นสิ่งเดียวที่มนุษย์ผลิตขึ้นเพื่อมนุษย์ด้วยกัน" ดร.โบด์กล่าว
ดร.โบด์ยังชี้ว่า นมแม่นั้นต่างจากยาและเวชภัณฑ์ส่วนใหญ่ซึ่งมักผลิตขึ้นจากสารสังเคราะห์ ซึ่งก็เป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนเราจำต้องนำเข้าสู่ร่างกาย แต่สารที่เป็นองค์ประกอบของนมแม่นั้นดูจะปลอดภัยกว่า และน่าจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า
ถึงแม้นักวิทยาศาสตร์การแพทย์จะตั้งความหวังไว้สูงกับนมแม่ ทว่าข้อมูลจากการศึกษาวิจัยที่จะช่วยพิสูจน์ยืนยันถึงคุณประโยชน์ของมันนั้น ทุกวันนี้ยังมีอยู่น้อยมาก แต่หากการทดลองระดับคลินิกเป็นผลสำเร็จตามที่ดร.โบด์ คาดการณ์ไว้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม สารสกัดจากนมแม่จะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันภาวะหัวใจวายและโรคเส้นเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนจำนวนหลายล้านในทุกปี
ดร.โบด์กล่าวสรุปทิ้งท้ายว่า "ลองจินตนาการถึงอนาคตที่เราสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตเพราะหัวใจวาย และจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตกลงได้นับล้าน มันคงจะเป็นความก้าวหน้าที่ชวนตื่นตะลึงและน่าทึ่งอย่างยิ่งเลยทีเดียว"