ผลการศึกษาชี้ ผู้ชายมักโกหกว่าขนาดองคชาตใหญ่กว่าความเป็นจริง 21%

ขนาดองคชาตเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 6 นิ้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ขนาดองคชาตเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 6 นิ้ว

ผลการศึกษาจากประเทศเดนมาร์ก พบว่า ผู้ชายมีแนวโน้มโกหกเรื่องขนาดและความยาวของอวัยวะเพศของตนเอง

ผลการศึกษานี้ มีชื่อว่า “รางวัลน้อย ขนาดยิ่งใหญ่ ? สำรวจอิทธิพลของเงินตราต่อเครื่องหมายความเป็นชายที่เหล่าชายบอกกล่าว” (Smaller prize, bigger size? Exploring the impact of money on men’s self-reported markers of masculinity) ตีพิมพ์ในวารสารด้านจิตวิทยาชื่อ Frontiers in Psychology ซึ่งเปิดเผยว่า โดยทั่วไปแล้ว ผู้ชายจะโกหกว่าองคชาตของตนเอง มีขนาดยาวกว่าความเป็นจริง 21%

ทีมวิจัยได้สำรวจผู้ชายกว่า 200 คนที่ถูกขอให้อธิบายถึง “เครื่องหมายความเป็นชายที่สะท้อนถึงความเหนือกว่าทางกายภาพ” ประกอบด้วย สมรรถนะทางกีฬา ส่วนสูง น้ำหนัก และขนาดของอวัยวะเพศ

ทีมวิจัยได้เปรียบเทียบคำตอบของกลุ่มผู้ชายในการสำรวจ เข้ากับค่าเฉลี่ยต่าง ๆ ของประชากร และค้นพบว่า ผู้ชายประเมินส่วนสูงตนเอง สมรรถนะทางกีฬาของตนเอง และขนาดองคชาต มากกว่าความเป็นจริง ขณะที่น้ำหนักนั้น พวกเขาคิดว่าตนเองน้ำหนักน้อยกว่าความเป็นจริง เช่นกัน

ผู้เข้าร่วมการศึกษานี้ มีอายุระหว่าง 18 ถึง 35 ปี และทีมวิจัยได้จ่ายเงินค่าตอบแทน แต่แบ่งค่าตอบแทนออกเป็นสองกลุ่ม ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาว่า ปริมาณค่าตอบแทนที่มอบให้ จะมีอิทธิพลต่อคำตอบของผู้ชายเหล่านี้แค่ไหน โดยผู้ชายกลุ่มแรก ได้รับค่าตอบแทน 170 บาท ส่วนผู้ชายกลุ่มที่สอง ได้ค่าตอบแทน 750 บาท

และนี่คือผลการศึกษานั้น โดยขอเน้นเฉพาะเรื่องของขนาดอวัยวะเพศเป็นหลัก

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

นักวิจัยค้นพบว่า ผู้ชายที่ได้ค่าตอบแทนน้อยกว่า จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสูง น้ำหนัก และขนาด เกินกว่าความเป็นจริงค่อนข้างสูง โดยเฉลี่ยแล้ว พวกเขาโกหกว่าขนาดองคชาตของตนเอง ยาวกว่าขนาดองคชาตเฉลี่ยของผู้ชายเดนมาร์ก 21.1% หรือ 1 ใน 5

ขณะที่ ถ้าเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยองคชาตทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ 6 นิ้ว แปลว่า ผู้ชายมีแนวโน้มจะบอกว่า ขนาดของเขายาวกว่าความเป็นจริงกว่า 1 นิ้ว (เป็น 7.26 นิ้ว)

อย่างไรก็ดี ผู้ชายที่ได้ค่าตอบแทนมากกว่า ก็ยังให้ข้อมูลไม่ตรงความเป็นจริง แต่ในระดับที่เกินความเป็นจริงน้อยกว่า

จากผู้ชายที่เข้าร่วมการสำรวจกว่า 200 คน ทีมวิจัยนำข้อมูลมาประกอบการจัดทำผลการศึกษา 191 คน เหตุผลที่คัดผู้ชายบางคนออก เพราะพวกเขาอ้างเรื่องขนาดและความสูง เกินความเป็นจริงมากไป โดยมีคนหนึ่งถึงขนาดอ้างว่า ขนาดองคชาตของเขายาวถึง 34 เซนติเมตร (13.38 นิ้ว) ซึ่งทำลายสถิติโลก ทั้งนี้ ทีมวิจัยไม่ได้วัดขนาดของเขาว่า ยาวถึงขนาดนั้นจริงหรือไม่

และยังมีกรณีหนึ่ง อ้างว่าขนาดอวัยวะเพศของเขาใหญ่กว่าอวัยวะเพศช้างเพศผู้ถึง 50 เท่า ซึ่งช้างเป็นสัตว์บกที่มีขนาดองคชาตใหญ่ที่สุดในโลก

ผู้ประพันธ์การศึกษานี้ เจคอป ดัลการ์ด คริสเตนเซน และเพื่อนร่วมวิจัยของเขา เชื่อว่า พฤติกรรมที่โกหก หรือพูดถึงขนาดองคชาตเกินความเป็นจริง เป็นผลมาจากความต้องการของผู้ชาย ที่อยากเพิ่มความมั่นใจในตนเอง ขณะที่ คนที่ได้รับค่าตอบแทนสูงกว่า มีแนวโน้มจะให้ข้อมูลที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากกว่า

ก่อนหน้านี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยทางการแพทย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะ (urology) จากสหรัฐฯ และอิตาลี ตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดลงในวารสาร The World Journal of Men’s Health โดยระบุว่าขนาดของอวัยวะเพศชายขณะแข็งตัวเต็มที่นั้น ดูเหมือนว่าจะขยายยาวเพิ่มขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 30 ปีที่ผ่านมานี้

.

ที่มาของภาพ, .

ผลการสำรวจพบว่า ความยาวของอวัยวะเพศชายขณะแข็งตัวเต็มที่ในหลายภูมิภาคของโลกและในทุกกลุ่มอายุ เพิ่มขึ้นถึง 24% ตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญอย่างสูง โดยความยาวของอวัยวะเพศชายขณะแข็งตัวเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยเดิมที่ 12.3 เซนติเมตร (4.8 นิ้ว) ไปเป็น 15.2 เซนติเมตร (6 นิ้ว) ในปัจจุบัน

แต่กระนั้น แม้ขนาดองคชาตผู้ชายจะใหญ่ขึ้นจริง แต่ทีมผู้วิจัยระบุว่า ผู้ชายยังมีแนวโน้มจะโกหกว่าขนาดของตนเอง ยาวกว่าความเป็นจริงอยู่ พร้อมเตือนอีกว่า ใครก็ตามที่จะทำการศึกษาใด ๆ ที่อ้างอิงขนาดของอวัยวะร่างกายจากคำบอกเล่าของผู้ชาย ไม่ได้มาจากการวัดขนาดจริง ๆ ควรระวังไว้ว่า ข้อมูลปากเปล่านั้นจะไม่ตรงกับความเป็นจริง

“ผลการศึกษานี้ ทำให้พบว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้ชายทั่วไปโดยเฉลี่ย มีแนวโน้มจะโกหกเกี่ยวกับขนาดขององคชาต มากกว่าโกหกเกี่ยวกับส่วนสูง น้ำหนัก และสมรรถทางกีฬา” ทีมวิจัย ระบุในตอนท้าย

“นั่นเพราะ องคชาตมักจะอยู่ในจุดซ่อนเร้น มันจึงง่ายต่อการโกหก โดยไม่ถูกคนอื่นจับได้ หากเทียบกับส่วนสูง น้ำหนัก และรูปร่าง ที่หลอกได้ยากกว่า”

“ประโยคหนึ่งที่สะท้อนถึง ความเชื่อของผู้ชายในเรื่องขนาดองคชาตของตัวเอง ได้ดีที่สุด อาจเป็นสิ่งที่นักเขียนหนังสือขายดีติดอันดับของนิวยอร์กไทม์ อย่าง ดารินดา โจนส์ เคยระบุไว้ว่า ‘อย่าไว้ใจชายที่มีองคชาต’” (Never trust a man with a penis)