รู้จัก ซิเลีย ฟลอเรซ ภริยามาดูโร อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งผู้ทรงอำนาจแห่งเวเนซุเอลา

Cilia Flores wears a red jacket and waves to the crowd, next to her husband Nicolas Maduro and several other men.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ก่อนที่จะกลายมาเป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง ซิเลีย ฟลอเรซ มีเส้นทางการเมืองที่ทรงอิทธิพลด้วยตัวของเธอเอง

ซิเลีย ฟลอเรซ เป็นยิ่งกว่าสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเวเนซุเอลามาเป็นเวลานานแล้ว

ภริยาของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร เป็นหนึ่งในหญิงผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดในรัฐบาลเวเนซุเอลา และผู้สนับสนุนมักกล่าวถึงเธอว่าเป็น "นักรบหมายเลขหนึ่ง" (first warrior)

ซิเลีย ฟลอเรซ เกิดในปี 1956 เธอก่อร่างเส้นทางการเมืองของตัวเธอเองคู่ขนานเคียงข้างไปกับเส้นทางของผู้เป็นสามี และบางครั้งก็ดำรงตำแหน่งที่สูงกว่าเขาด้วย

สตรีหมายเลขหนึ่งคนนี้มีบทบาทอย่างแข็งขันในการกำหนดทิศทางทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาดูโรก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในปี 2013

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา เธอและสามีถูกควบคุมตัวในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลา และกำลังเผชิญข้อหาค้ายาเสพติดและอาวุธในศาลของนครนิวยอร์ก

Venezuelan President Nicolas Maduro (R) dances with his wife Cilia Flores in March 2016. He is wearing a shirt in the colours of the Venezuelan flag - yellow, blue and red. She wears a cap in the same colours, and a blue shirt. They are looking directly at each other and smiling.

ที่มาของภาพ, Getty Images

ทั้งฟลอเรซและมาดูโรก้าวขึ้นสู่อำนาจภายใต้เงาของชายอีกคนหนึ่ง นั่นคือ ฮูโก ชาเวซ อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลาผู้ล่วงลับ

คำเรียกขานฟลอเรซว่าเป็น "นักรบหมายเลขหนึ่ง" ก็มาจากการตั้งฉายาของมาดูโรเองระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2013 หลังจากที่ชาเวซถึงแก่อสัญกรรม โดยเขาปฏิเสธที่จะใช้คำว่า "สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง" ด้วยเหตุว่าคำ ๆ นี้เป็น "แนวคิดของชนชั้นสูง"

กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อฟลอเรซเมื่อเดือน ก.ย. 2018 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามพุ่งเป้าไปยังเครือข่ายคนวงในใกล้ชิดของประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

ภูมิหลังที่ต่ำต้อย

Cilia Flores stands next to Hugo Chavez at a rally, both dressed in red. Flores smiles and holds a flagpole, while Chavez points in an animated gesture towards the camera.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ฟลอเรซเคยดำรงตำแหน่งผู้นำในพรรคการเมืองหลายพรรคของอดีตประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ

ฟลอเรซเกิดที่เมืองตินาคิลโล (Tinaquillo) ไกลจากเมืองหลวงกรุงการากัส ไปทางตะวันตกราว 200 กิโลเมตร มาดูโรเคยกล่าวถึงบ้านเกิดของภรรยาว่าเป็น "ฟาร์มเลี้ยงปศุสัตว์แห่งหนึ่งที่มีพื้นสกปรก" และเคยเล่าว่าครอบครัวของฟลอเรซได้ย้ายออกจากเมืองนั้นมายังกรุงการากัสขณะที่ฟลอเรซอายุได้ 4 ขวบ

เมื่อย้ายมาอยู่ที่การากัส ฟลอเรซซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 6 คน อาศัยอยู่กับครอบครัวของเธอในย่านที่มีผู้คนหนาแน่นทางตะวันตกของเมือง ได้แก่ ย่านกาเทียและโบเกรอน

ตอนอายุ 32 ปี เธอจบการศึกษาด้านนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอกชน ซานตา มาเรีย และต่อมาได้มีความเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายอาญาและกฎหมายแรงงาน

แต่ชีวิตของเธอได้พลิกผันไปอีกครั้งหลังจากความพยายามก่อรัฐประหารที่ล้มเหลวซึ่งนำโดย ฮูโก ชาเวซ เมื่อเดือน ก.พ. ปี 1992

ฟลอเรซได้เข้าไปร่วมงานกับทีมกฎหมายของชาเวซเพื่อแก้ต่างสู้คดีให้กับนายทหารที่พยายามก่อรัฐประหาร ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วเธอก็ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโครงการทางการเมือง (political project) ของกลุ่มบุคคลคณะนี้

นั่นเป็นช่วงเวลาที่เธอได้พบกับมาดูโร ซึ่งในตอนนั้นหากมองจากภาพถ่าย เขาคือชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ชาเวซในการออกงานสาธารณะต่าง ๆ ในฐานะบอดี้การ์ดคนหนึ่ง

"ผมพบกับซิเลียตัวเป็น ๆ ตอนที่เธอเป็นทนายให้กับทหารผู้รักชาติหลายคนที่ถูกจำคุก แต่เธอก็เป็นทนายให้กับผู้บัญชาการชาเวซด้วย และการเป็นทนายความของผู้บัญชาการชาเวซในคุก ก็ค่อนข้างจะลำบากอยู่" มาดูโรย้อนความจำกลับไปยังช่วงเวลานั้น

"ผมพบกับเธอในช่วงหลายปีที่ปากกัดตีนถีบ และจากนั้นเธอก็เข้าตาผม และเธอก็เริ่มส่งสายตามาที่ผม"

นับจากนั้นชะตากรรมของทั้งคู่ก็ผูกโยงอยู่กับชาเวซและขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเขาที่มีชื่อว่า ชาวิสโม (Chavismo)

สมาชิกรัฐสภาและอัยการ

Hugo Chavez holds up his right hand facing Flores, who does the same in what appears to be a swearing-in ceremony. Both wear dark suits and have serious expressions.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เส้นทางการเมืองของฟลอเรซผูกโยงกับอดีตผู้นำเวเนซุเอลา ฮูโก ชาเวซ และมรดกทางการเมืองของเขา

ในช่วงทศวรรษ 1990 ฟลอเรซเข้าร่วมในองค์กรหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับขบวนการชาวิสโม (Chavismo) และเมื่อชาเวซก้าวขึ้นครองอำนาจในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 1998 เธอก็เริ่มได้เข้าไปนั่งในตำแหน่งที่มีความสำคัญสูงหลายตำแหน่ง

ในปี 2000 ฟลอเรซได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาแห่งชาติ และหลังจากชนะเลือกตั้งเป็นสมัยที่สองในปี 2006 เธอได้หลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานสภา

เธอนั่งเป็นประมุขของสภาเป็นเวลา 6 ปี โดยในช่วงเวลานั้น รัฐสภาของเวเนซุเอลาแทบจะเป็นสภาของพรรคการเมืองพรรคเดียว เนื่องจากบรรดาพรรคฝ่ายค้านหลักตัดสินใจไม่เข้าร่วมการเลือกตั้ง

ฟอลเรซแสดงตัวเป็นขุนพลนักต่อสู้ของชาเวซ ส่วนการดำรงตำแหน่งประมุขของรัฐสภาของเธอก็ไม่ได้เป็นไปโดยไร้ข้อโต้แย้ง โดยเธอถึงขนาดเคยห้ามไม่ให้สื่อเข้าไปรายงานข่าวภายในห้องประชุมของรัฐสภา

มาตรการห้ามสื่อไม่ให้เข้าไปในห้องประชุมสภาบังคับใช้ไปจนถึงเดือน ม.ค. 2016 จนกระทั่งมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาครั้งใหม่ซึ่งพรรคฝ่ายค้านได้ที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาแห่งชาติ

เธอยังถูกกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องในกรณีที่สหภาพแรงงานชี้ว่าเธอใช้อิทธิพลในการจ้างงานคน 40 คน โดยจำนวนมากในนั้นเป็นสมาชิกครอบครัวของเธอเอง

"ครอบครัวของฉันมาที่นี่และฉันรู้สึกภูมิใจมากที่พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฉัน ฉันจะปกป้องพวกเขาในสภาแห่งนี้ในฐานะคนทำงานให้สภา และปกป้องการแข่งขันเพื่อทำงานในตำแหน่งสาธารณะด้วย" เธอกล่าวกับสื่อท้องถิ่นในตอนนั้น

Flores stands next to Maduro and another man, all in very formal attire and with stern expressions, with men in military uniform behind them.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรบรรดาผู้นำของขบวนการชาวิสโมของเวเนซุเอลา

ต้นปี 2012 ชาเวซแต่งตั้งให้เธอขึ้นเป็นอัยการสูงสุดของสาธารณรัฐเวเนซุเอลา เธอดำรงตำแหน่งนี้จนถึงเดือน มี.ค. 2013 เมื่อประธานาธิบดีชาเวซถึงแก่อสัญกรรม

เดือน ก.ค. ปีเดียวกัน หลังจากที่มาดูโรชนะเลือกตั้งขึ้นเป็นประธานาธิบดีสามเดือน ฟลอเรซได้กลายเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง หลังจากที่ทั้งคู่เข้าพิธีแต่งงาน

การแต่งงานครั้งนั้นเป็นการทำให้ความสัมพันธ์ยาวนานหลายปีของทั้งคู่เป็นทางการ ในระหว่างนั้นพวกเขาได้ร่วมกันเลี้ยงดูลูกที่เกิดจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน ๆ ซึ่งเป็นลูกของเธอ 3 คน และลูกของมาดูโร 1 คน

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติปี 2015 ฟลอเรซได้รับเลือกให้กลับเข้ามาทำหน้าที่อีกครั้ง ซึ่งตอนนั้นผู้แทนกลุ่มชาวิสโมกลายเป็นเสียงส่วนน้อยในสภาเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี

สองปีต่อมาในเดือน ส.ค. 2017 เธอลาออกจากสภาแห่งชาติและเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติ (National Constituent Assembly) ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งใหม่

Maduro hugs his son - also Nicolas - and wife, Cilia. Cilia smiles at Nicolas junior, who pats his father on the chest. Maduro senior has a broad grin.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มาดูโรและฟลอเรซไม่มีลูกด้วยกัน แต่ทั้งคู่ต่างช่วยกันเลี้ยงดูลูก ๆ ที่เกิดจากความสัมพันธ์ก่อน ๆ ของพวกเขา

ครอบครัว

เดือน พ.ค. 2015 ฟลอเรซเปิดตัวรายการโทรทัศน์ที่ชื่อว่า With Cilia, As a Family ทางช่องโทรทัศน์สาธารณะ หนึ่งปีถัดมาเธอเริ่มออกอากาศรายการวิทยุอีกรายการหนึ่งที่ชื่อว่า Decisions บนสถานีวิทยุของรัฐ

แต่ในช่วงไม่กี่ปีในช่วงนั้น สื่อกลับไม่ได้ให้ความสนใจเธอมากนัก แต่กลับให้ความสนใจครอบครัวของเธอมากกว่า

เดือน พ.ย. 2015 อัยการของรัฐนิวยอร์กได้ตั้งข้อหาค้ายาเสพติดต่อหลานชายสองคนของฟลอเรซหลังจากที่พวกเขาถูกจับกุมตัวที่ประเทศเฮติ และถูกส่งตัวมาดำเนินคดีกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ

ตอนนั้นฟลอเรซตอบโต้โดยกล่าวหาทางการสหรัฐฯ ว่า "ลักพาตัว" หลานชายของเธอ แต่ในเดือน ธ.ค. 2017 ผู้พิพากษาได้ตัดสินลงโทษจำคุกหลานชายในวัยหนุ่มของเธอเป็นเวลา 18 ปี ฐานค้ายาเสพติด

อัยการกล่าวหาว่าพวกเขาสมคบกันใช้สถานที่โรงเก็บเครื่องบินของประธานาธิบดีที่สนามบินไมเกเทียในกรุงการากัส โดยกล่าวหาว่าพวกเขามีแผนที่จะส่งโคเคนน้ำหนัก 800 กิโลกรัมจากที่นั่นไปยังประเทศฮอนดูรัส ซึ่งจะถูกขนส่งต่อไปยังสหรัฐฯ

ต่อมาในเดือน ต.ค. 2022 ทั้งคู่ได้รับการปล่อยตัวจากการอภัยโทษของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ภายใต้ข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวนักโทษเพื่อให้เวเนซุเอลาปล่อยตัวชาวอเมริกัน 7 คนกลับสู่อิสรภาพ

และการกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของทรัมป์ หลานชายสองคนนี้ของฟลอเรซ รวมถึงสมาชิกครอบครัวอีกหลายคน ได้ถูกคว่ำบาตรอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับเป็นมาดูโรและฟลอเรซที่เผชิญกับปัญหาโดยตรงมากกว่า

รายงานเพิ่มเติมโดย บีบีซี นิวส์ มุนโด (แผนกภาษาสเปน) และบีบีซี โกลบอล เจอร์นอลลิสม์ (BBC Global Journalism)