ทำความรู้จัก มอร์ริส จาง บิดาแห่งอุตสาหกรรมชิปไต้หวัน ที่เผชิญหน้าผู้นำจีนในเวทีเอเปค

มอร์ริส จาง ผู้ก่อตั้งบริษัท ทีเอสเอ็มซี (TSMC) ของไต้หวัน

ที่มาของภาพ, Reuters/Getty Images

คำบรรยายภาพ, มอร์ริส จาง ผู้ก่อตั้งบริษัท ทีเอสเอ็มซี (TSMC) ของไต้หวัน
    • Author, ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สื่อทั่วโลกเพิ่งรับทราบ หลังการประชุมสิ้นสุดไปแล้ว นั่นคือ การพบกันระหว่างผู้แทนไต้หวัน กับประธานาธิบดีจีน ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น นับแต่ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งจีนตอบโต้ด้วยการ “ปิดล้อม” ไต้หวันเพื่อซ้อมรบใหญ่

ผู้แทนของไต้หวัน ที่เข้าร่วมประชุมเอเปคในชื่อ “จีน-ไทเป” คือ นายมอร์ริส จาง วัย 92 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท ทีเอสเอ็มซี ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ รายใหญ่ที่สุดของไต้หวันและของโลก

เขาแถลงสรุปผลการประชุมกับสื่อไต้หวัน และสื่อไทยบางสำนัก รวมถึงบีบีซีไทยว่า มีโอกาสได้พบปะและพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในที่ประชุมเอเปค

“ผมได้แสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับความสำเร็จในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 ... ต่างฝ่ายต่างยินดีและพูดคุยกันด้วยมารยาท”

“ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันบอกผมว่า ถ้ามีโอกาสพบผู้นำจีน ก็ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงที่จะหารือ หรือเข้าไปทักทาย” นายจาง อธิบาย 

อีกหนึ่งการประชุมสำคัญของนายจาง คือ การเดินหน้าโครงการโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในรัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ ซึ่งเขาได้หารือถึงเรื่องนี้กับ นางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ​ ที่เดินทางเข้าร่วมการประชุมเอเปคแทนประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 พ.ย. นายจาง ประกาศว่า โรงงานแห่งใหม่ของทีเอสเอ็มซีในรัฐแอริโซนา จะผลิตชิปขั้นสูงที่สุดของทางบริษัท คือ ชิปขนาด 3 นาโนเมตร

“ชิปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สำคัญมาก” มอร์ริส จาง ผู้ก่อตั้งบริษัท ทีเอสเอ็มซี ประกาศระหว่างการแถลงข่าวในกรุงไทเปของไต้หวัน “ผู้คนเพิ่งตระหนักถึงความสำคัญของมันเมื่อไม่นานมานี้ และล้วนอิจฉาอุตสาหกรรมผลิตชิปของไต้หวัน”

ชิปเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง เป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า ตั้งแต่สมาร์ทโฟน ไปจนถึงเครื่องซักผ้า แต่ด้วยกระบวนการผลิตที่ยากและซับซ้อน ทำให้ทั่วโลกมีผู้ผลิตที่ค่อนข้างจำกัด และเทคโนโลยีผลิตชิปที่ ทีเอสเอ็มซี จะนำไปใช้กับโรงงานในสหรัฐฯ คือ เทคโนโลยีผลิตชิปขนาด 3 นาโนเมตร ที่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดของ ทีเอสเอ็มซี

นายจางเข้าร่วมเวทีเอเปค แทนประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, นายจางเข้าร่วมเวทีเอเปค แทนประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน

เมื่อปี 2563 ทางบริษัทได้ทุ่มเงินกว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งแรกในแอริโซนา ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานขั้นสูงกว่า 1,600 ตำแหน่ง โดยสายการผลิตคาดว่าจะเริ่มขึ้นในช่วงปี 2024

ในส่วนของการสร้างโรงงานในสหรัฐฯ นั้น นายจางยอมรับว่า ต้นทุนการผลิตชิปในสหรัฐฯ จะสูงกว่าไต้หวันกว่า 50% เป็นอย่างต่ำ

“ตามประสบการณ์ของผม (ต้นทุน) น่าจะสูงกว่าเดิม 50% แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการย้ายฐานการผลิต”

หลังมีข่าวการนำเทคโนโลยีการผลิตชิปที่ล้ำหน้าที่สุดของ ทีเอสเอ็มซี ไปยังโรงงานในสหรัฐฯ, บริษัท เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ อิงค์ ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ มภิมหาเศรษฐีรวยที่สุดอันดับ 5 (ตามการจัดอันดับของฟอร์บส์) ได้ทุ่มเงินกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นบริษัท ทีเอสเอ็มซี

ทำความรู้จักมอร์ริส จาง

เว็บไซต์ คอมพิวเตอร์ ฮิสทรี (ComputerHistory.org) ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ในสหรัฐฯ ลงข้อมูลประวัติของนาย มอร์ริส จาง ดังนี้

  • มอร์ริส จาง หรือ จาง จงโหมว นักธุรกิจชาวไต้หวัน-อเมริกัน ที่เริ่มทำธุรกิจในสหรัฐฯ ก่อนสร้างอาณาจักรเซมิคอนดักเตอร์ในไต้หวัน เขาเป็นผู้ก่อตั้ง และอดีตประธานบริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง คอมปานี หรือ ทีเอสเอ็มซี ถือเป็นผู้ก่อตั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แห่งไต้หวัน
แม้เกษียณอายุแล้ว แต่นายจาง ยังทรงอิทธิพลอย่างมากในไต้หวัน

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, แม้เกษียณอายุแล้ว แต่นายจาง ยังทรงอิทธิพลอย่างมากในไต้หวัน
  • ปี 2474 - มอร์ริส จาง เกิดที่เมืองหนิงโบ ทางตะวันออกของจีนในปี 2474 ปัจจุบัน จึงมีอายุ 92 ปีแล้ว เขาเติบโตในชีวิตครอบครัวฐานะปานกลาง ที่ต้องใช้ชีวิตผ่านช่วงสงครามมาถึง 3 ครั้ง คือ สงครามกลางเมืองในจีน สงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่น และสงครามโลกครั้งที่ 2
  • ช่วงสงครามกลางเมืองในจีน ในปี 2491 นายจาง วัย 17 ปี กับครอบครัวจึงได้ย้ายไปอยู่ฮ่องกง ก่อนไปอยู่ในสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา, นายจาง เข้าศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้สำเร็จ แต่เรียนได้เพียงปีเดียว เขาก็ย้ายไปที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ หรือเอ็มไอที โดยศึกษาจบสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท และยังได้ปริญญาเอกอีกใบ สาขาวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
  • นายจาง เริ่มทำงานที่แรกในบริษัทด้านเซมิคอนดักเตอร์ของ ซิลเวเนีย ก่อนย้ายไปทำงานต่อในบริษัท เทกซัส อินส์ทรูเมนส์ (2501 – 2526) ไต่เต้าจนเป็นผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรม และรองประธานฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมด แต่ด้วยภาวะแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้เขาถูกลดตำแหน่ง และตัดสินใจลาออกในที่สุด
  • ปี 2527 รัฐบาลไต้หวันชักชวนนายจาง กลับมาริเริ่มองค์กรวิจัยด้านอุตสาหกรรม ซึ่งต่อมาเขาได้ก่อตั้งบริษัท ทีเอสเอ็มซี ในปี 2530 ที่เขาเรียกว่า “โรงหล่อซิลิคอน” เป็นโรงงานที่ใครก็ตามสามารถเข้ามาผลิตแผงวงจรได้
  • “ในอาชีพของผม ผมพยายามทำตามสิ่งที่ผมสนใจ มากกว่าไปในที่เงินจะอยู่” มอร์ริส จาง กล่าวกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์

โอกาสสร้างโรงงานในไทย

ช่วงต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา สำนักข่าวนิคเคอิ เอเชีย รายงานว่า บริษัท โซนี กรุ๊ป เตรียมตั้งโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในไทย เพื่อลดต้นทุนการผลิตและสร้างซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่น โดยจะลงทุนเป็นเงินกว่า 2,500 ล้านบาท

โรงงานที่จะสร้างขึ้นในพื้นที่ภาคกลางของไทย จะใช้ผลิตเซนเซอร์สำหรับใช้บ่งบอกสิ่งกีดขวางในรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ หรือรถไร้คนขับ และคาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างโรงงานได้ในช่วงต้นปี 2568

เซมิคอนดักเตอร์กำลังขาดแคลนทั่วโลก

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เซมิคอนดักเตอร์กำลังขาดแคลนทั่วโลก

เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะทำให้ขนาดการผลิตของโซนีในไทยเพิ่มขึ้นเป็น 70% และเกิดการจ้างงานเพิ่มอีก 2,000 ตำแหน่ง และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในฐานะฐานการผลิตชิปของไทย

ในโอกาสที่ผู้ก่อตั้งบริษัทเซมิคอนดักเตอร์อันดับ 1 ของโลกจากไต้หวันเยือนไทย เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค บีบีซีไทยจึงสอบถามว่า แล้วมีโอกาสที่บริษัท ทีเอสเอ็มซี จะสร้างโรงงานในไทย หรือในสมาชิกเอเปคอื่น ๆ เพิ่มอีกหรือไม่

นายจาง ตอบเพียงว่า “ทางบริษัท กำลังพิจารณาความเป็นไปได้หลายแห่ง แต่อันที่จริง การไปสร้างโรงงานในแอริโซนา ก็ถือเป็นสมาชิกเอเปคอยู่แล้ว และสร้างโรงงานในญี่ปุ่น ก็เป็นสมาชิกเอเปคเช่นกัน” 

“แน่นอนที่ทางบริษัทจะพิจารณาที่อื่น ๆ ด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่ขอลงรายละเอียด” ส่วนโรงงานในรัฐแอริโซนานั้น นายจาง ระบุว่า จะมีพิธีเปิดในวันที่ 6 ธ.ค. นี้ โดยได้เชิญรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย

“เกราะชิป” พิทักษ์ไต้หวัน

บริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์​ แมนูแฟคเจอริง คอมปานี หรือ ทีเอสเอ็มซี เป็นผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูงคิดเป็นกว่า 50% ของทั้งโลก รวมถึงผลิตชิปให้บริษัทยักษ์ใหญ่ อาทิ แอปเปิล และ ควอลคอมม์ 

ความเป็นซัพพลายเออร์รายสำคัญของโลก ทำให้ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากจีนรุกรานไต้หวันทางทหาร จะก่อให้เกิดผลกระทบในระดับโลก และสายการผลิตอุปกรณ์สำคัญ ๆ จะหยุดชะงัก ถึงขั้นที่ซีเอ็นเอ็นระบุว่า “จะกระทบเกือบทุกชีวิตบนโลก” แต่ในขณะเดียวกัน การเป็นผู้ผลิตและส่งออกชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้ผู้สังเกตการณ์มองว่า การที่จีนยังไม่บุกไต้หวันในเวลานี้ แม้ความตึงเครียดจะยกระดับขึ้นต่อเนื่อง ก็เป็นเพราะอุตสาหกรรมชิปของไต้หวันด้วย

นายมอริส จาง เคยให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้กับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสว่า “คนพูดเช่นนั้นคงเพราะบริษัทของเราผลิตชิปจำนวนมากให้กับโลก และคงช่วยให้บางประเทศไม่กล้าโจมตีไต้หวัน เพราะถ้าคน ๆ นั้น เล็งเห็นความสำคัญทางเศรษฐกิจ ผมคิดว่าเขาก็จะยับยั้งช่างใจ ไม่โจมตี”

ทีเอสเอ็มซี เป็นผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูงคิดเป็น 90% ของทั้งโลก

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทีเอสเอ็มซี เป็นผู้ผลิตชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูงคิดเป็น 90% ของทั้งโลก

แต่ถ้าเกิดสงครามระหว่างจีนและไต้หวันขึ้นจริง “บริษัท (ทีเอสเอ็มซี) จะถูกทำลาย ทุกอย่างจะพังพินาศ”

ดังนั้น ชิป จึงไม่ใช่ชิ้นส่วนสำคัญต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้นสำหรับไต้หวัน เพราะมันกลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ในศึกช่วงชิงอิทธิพลระหว่างสหรัฐฯ และจีนด้วย 

เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลไบเดนออกมาตรการแบนนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์จากจีน รวมถึงห้ามส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปไปให้จีน ถือเป็นการพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมชิปของจีนโดยตรง

รัฐบาลจีนตอบโต้ว่า มาตรการของสหรัฐฯ “ไม่เพียงทำลายสิทธิทางกฎหมายและผลประโยชน์ของบริษัทจีน แต่กระทบต่อผลประโยชน์ของบริษัทสหรัฐฯ ด้วย” รัฐบาลจีนไม่พอใจ เพราะกำลังผลักดันยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองในอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ และหนึ่งในนั้นคือ เซมิคอนดักเตอร์ และคาดว่า จีนจะตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการออกมาตรการที่จะเป็นผลเสียต่อทีเอสเอ็มซี ซึ่งมีโรงงานอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้

ผู้แทน “จีน-ไทเป” พบ ผู้นำจีน ในเวทีเอเปค

ในการแถลงสรุปกับสื่อมวลชน หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคในกรุงเทพฯ นายมอริส จาง ยอมรับว่า ได้มีโอกาสพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

“รำลึกถึงเมื่อครั้งได้พบกันที่ปาปัวนิวกินีเมื่อ 4 ปีก่อน ได้คุยกับผู้นำจีนว่า ปีที่แล้วผมเองก็ได้รับการผ่าตัดกระดูกสะโพก” นายจาง ระบุ

“ประธานาธิบดีสีก็บอกว่า ดูแล้วผมก็สดชื่นดี” แต่เมื่อสื่อมวลชนถามว่า แล้วการพบปะกันครั้งนี้ จะนำไปสู่การลดความตึงเครียดของสถานการณ์และการแข่งขันหรือไม่

“ผู้ร่วมประชุมจำนวนมากต่างก็คาดหวังต่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค” นายจาง ตอบ พร้อมเสริมว่า เรื่องความขัดแย้งระหว่างจีนและไต้หวันนั้น เป็นปัญหาคนละส่วนกันกับที่ตนได้รับมอบหมาย

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ที่มาของภาพ, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

“ไม่ได้พูดสิ่งอื่นใดนอกจากนี้... เรื่องนี้ ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ได้สื่อสารไปหมดแล้ว” 

ส่วนความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่ไทยเป็นเจ้าภาพนั้น ผู้ก่อตั้งบริษัท ทีเอสเอ็มซี ระบุว่า ประทับใจอย่างมากต่อการจัดประชุมเอเปคของไทย และขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น