พบสารหนูและโครเมียมปนเปื้อนแม่น้ำสาละวินใน จ.แม่ฮ่องสอน เกินมาตรฐาน ต้นตอมาจากเหมืองในเมียนมาอีกหรือไม่ ?

A boat with the Thai national flag patrols along the Salween river, as seen from Mae Sam Laep town in Mae Hong Son province on March 31, 2021, across from where Myanmar refugees earlier attempted to cross along the Thai-Myanmar border after air strikes in Karen state following the February military coup. (Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP) (Photo by LILLIAN SUWANRUMPHA/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักวิชาการมหาวิทยาลัยทางเหนือของไทย ตรวจสอบพบว่าแม่น้ำสาละวินที่ไหลผ่าน 2 อำเภอของ จ.แม่ฮ่องสอน กำลังประสบปัญหาปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐาน

ผลการตรวจสอบล่าสุดโดยอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ชี้ให้เห็นว่าแม่น้ำสาละวิน สายน้ำนานาชาติที่ยังรอดจากการสร้างเขื่อน กำลังถูกคุกคามจากปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน

แม่น้ำสายนี้มีต้นน้ำอยู่ในทิเบต ไหลผ่านจีน เมียนมา รวมถึงไทย และเป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างไทยกับเมียนมาบริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน

ผศ.ดร.ว่าน วิริยา อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ มช. เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าแม่น้ำสาละวินมีความขุ่นข้นผิดปกติ ประกอบกับฐานข้อมูลแหล่งเหมืองที่จัดทำโดยศูนย์วิจัยสติมสันเซ็นเตอร์ สถาบันคลังสมองของสหรัฐอเมริกา ระบุว่ามีเหมืองแร่หายากหรือแร่แรร์เอิร์ธ (rare earth) หลายแห่งบริเวณลำน้ำสาละวินในเมียนมา จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าความขุ่นข้นที่เห็นอาจเป็นสัญญาณว่าสาละวินกำลังเผชิญปัญหาปนเปื้อนสารโลหะหนักเหมือนกับที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงรายกำลังเผชิญอยู่หรือไม่

ขณะนี้ แม่น้ำกก สาย รวก โขง กำลังเผชิญปัญหาปนเปื้อนสารโลหะหนักจากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธหรือแร่หายาก รวมถึงเหมืองแร่ทองคำในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งยังเป็นปัญหามลพิษข้ามแดนที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้

พบ 2 สารโลหะหนักปนเปื้อนสาละวินเกินค่ามาตรฐาน

หมุดสีน้ำเงินคือตำแหน่งที่เก็บตัวอย่างน้ำมาจากสาละวินมาตรวจสอบ

ที่มาของภาพ, Google EARTH

คำบรรยายภาพ, หมุดสีน้ำเงินคือตำแหน่งที่เก็บตัวอย่างน้ำมาจากแม่น้ำสาละวินใน จ.แม่ฮ่องสอน มาตรวจสอบ

ผศ.ดร.ว่าน บอกว่าได้รับตัวอย่างน้ำจากแม่น้ำสาละวิน 3 จุดที่ไหลผ่าน อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และเมื่อนำมาตรวจสอบหาค่าโลหะหนักและธาตุปกติในน้ำรวมกัน 26 ชนิดในห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับห้องปฏิบัติการของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เขาก็พบว่าตัวอย่างน้ำที่ได้มานั้น มีสารโลหะเกินค่ามาตรฐาน 2 ชนิด ได้แก่ สารหนู (arsenic) และโครเมียม (chromium)

ทั้งนี้ กรมอนามัยระบุว่าเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภค ต้องมีค่าสารหนูไม่เกินค่ามาตรฐานที่ 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ส่วนโครเมียมมีค่ามาตรฐานอยู่ที่ 0.05 มิลลิกรัม/ลิตร

ผลการตรวจสอบโดยห้องปฏิบัติการพบว่าตัวอย่างน้ำจากสาละวินที่เก็บได้จากจุดแรก คือ เหนือบ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง และจุดที่ 2 คือ ท้ายบ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง มีค่าสารหนูปนเปื้อนอยู่ที่ 0.05 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งเกินจากค่ามาตรฐานของกรมอนามัยถึง 5 เท่า ส่วนจุดที่ 3 บริเวณเหนือบ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย มีค่าสารหนูปนเปื้อนอยู่ที่ 0.04 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งเกินจากค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ถึง 4 เท่า

อาจารย์ด้านเคมีจาก มช. ผู้นี้ยังเปิดเผยด้วยว่า จากผลการตรวจสอบตัวอย่างน้ำทั้ง 3 จุด พบว่ามีโครเมียมปนเปื้อนอยู่ที่ 0.06 มิลลิกรัม/ลิตร ซึ่งถือว่าเกินค่ามาตรฐานที่กรมอนามัยกำหนด

"หากเทียบความรุนแรง มีพิษต่อสุขภาพ ถือว่าสารหนูมีพิษมากที่สุด" ผศ.ดร.ว่าน กล่าว

ผศ.ว่าน วิริยา (เสื้อดำคนกลาง) และคณะ ขณะกำลังนำตัวอย่างไปทดสอบหาสารหนูด้วยชุด test kit คุณภาพสูง ก่อนส่งตัวอย่างเข้าตรวจในห้องปฏิบัติการอีกรอบหนึ่ง

ที่มาของภาพ, HANDOUT/ WAN WIRIYA

คำบรรยายภาพ, ผศ.ว่าน วิริยา จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (เสื้อดำคนกลาง) และคณะ ขณะกำลังนำตัวอย่างน้ำไปทดสอบหาสารหนูด้วยชุดทดสอบ (test kit) คุณภาพสูง ก่อนส่งตัวอย่างเข้าตรวจในห้องปฏิบัติการอีกรอบหนึ่ง

ข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่าหากพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำ หรือนำไปปรุงอาหาร หรือรดน้ำพืชผัก ส่วนเด็กและมีสตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงบริโภคน้ำที่มีค่าสารหนูเกินมาตรฐาน เนื่องจากเด็กมีน้ำหนักตัวน้อยจึงจะได้รับสารหนูในปริมาณที่สูงกว่าผู้ใหญ่ และสารหนูในน้ำนมแม่ยังสามารถผ่านรกไปสู่เด็กในครรภ์ได้

นอกจากนี้ การดื่มน้ำที่มีสารหนูเกินค่ามาตรฐานมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ดื่มในแต่ละวัน และระยะเวลาการดื่มน้ำจากแหล่งนั้น ๆ รวมถึงชนิดของสารหนูในน้ำ

รายงานของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า โครเมียมมีทั้งประโยชน์และโทษ แต่ในกรณีที่ร่างกายได้รับโครเมียมปริมาณสูงเกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้ อาจทำให้เกิดภาวะพิษโครเมียมทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง รวมถึงเป็นอีกหนึ่งในสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งด้วย

ผศ.ว่านให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่าการตรวจพบสารโลหะหนักในแม่น้ำสาละวินครั้งนี้ ยืนยันข้อสันนิษฐานเบื้องต้นที่มองว่าเหมืองแร่ที่อยู่ทางลุ่มน้ำสาละวินตอนบน กำลังมีกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เหมือนกับปัญหาที่กำลังส่งผลต่อแม่น้ำกก สาย รวก โขง ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่และเชียงราย

เขายังมองว่าปัญหานี้กำลังส่งผลต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของกลุ่มชนชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ใช้น้ำสาละวินสำหรับการอุปโภค-บริโภค โดยเฉพาะบ้านเรือนแพในแม่น้ำสาละวินที่มีชีวิตพึ่งพิงสายน้ำนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์

รองผู้ว่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน เผยทางการกำลังรอผลตรวจสอบซ้ำจาก สคพ.1 และ กรมประมง

นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่าทางจังหวัดทราบเรื่องผลการตรวจสอบสารโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวินแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว

เขาบอกว่าเมื่อวานนี้ (5 พ.ย.) สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) หรือ สคพ.1 ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำสาละวินบริเวณเดียวกันกับที่ ผศ.ดร.ว่าน วิริยา นำไปตรวจสอบก่อนหน้านี้ และคาดว่าจะทราบผลการวิเคราะห์หาสารโลหะหนักภายใน 7 วันข้างหน้า

ขณะเดียวกัน ทางกรมประมงก็ส่งเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างปลาในแม่น้ำสาละวิน เพื่อนำไปตรวจหาสารปนเปื้อนในเนื้อปลา คาดว่าจะทราบผลภายใน 7 วันเช่นกัน

เขาเปิดเผยด้วยว่า ในการประชุมส่วนราชการของ อ.สบเมย วานนี้ นายคำผัน โมกไธสง นายอำเภอสบเมย แจ้งเตือนในที่ประชุมว่าขอให้ชาวบ้านพิจารณาชะลอการใช้น้ำสาละวินสำหรับอุปโภค-บริโภค รวมถึงชะลอการบริโภคเนื้อปลาจากแม่น้ำสาละวินออกไปก่อน จนกว่าทาง สคพ. 1 และ กรมประมง จะมีผลตรวจยืนยันชัดเจนอีกครั้งว่ามีสารโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวินตรงกันกับผลตรวจของอาจารย์ของ มช. หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ทาง อ.แม่สะเรียง ยังไม่มีการแจ้งเตือนหรือคำสั่งใด ๆ ออกมา เนื่องจากรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการของหน่วยงานรัฐเช่นกัน

THAILAND-MYANMAR-POLITICS-MILITARY-REFUGEES
Villagers bathe on the Thai side of the Salween River in Mae Hong Son province on March 31, 2021, across from where Myanmar refugees earlier attempted to cross the Thai-Myanmar border after military bombings in Karen state. (Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP) (Photo by LILLIAN SUWANRUMPHA/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพที่บันทึกไว้เมื่อปี 2021 ทำให้เห็นว่าแม่น้ำสาละวินเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งน้ำ

นายบุญลือ รองผู้ว่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน บอกกับบีบีซีไทยว่า โดยหลัก ๆ แล้ว ชาวบ้านพึ่งพาลำน้ำสาละวินสำหรับการสัญจรเป็นส่วนใหญ่ ในตอนนี้จึงยังไม่มีผลกระทบในส่วนของน้ำอุปโภค เนื่องจากน้ำที่ชาวบ้านใช้สำหรับการอุปโภคเป็นน้ำจากระบบประปาภูเขาที่ใช้น้ำจากลำน้ำสาขาที่ไหลลงแม่น้ำสาละวิน ซึ่งไม่ใช่น้ำจากสาละวินโดยตรง

"ยกเว้นบางครอบครัวเท่านั้น ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ครัวเรือนที่มีบ้านเป็นเรือนแพในลำน้ำสาละวิน เขาก็แก้ปัญหาด้วยการต่อสายยางจากหมู่บ้านข้ามถนนไปลงที่แพ ต่อจากระบบประปาภูเขาซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับน้ำสาละวิน"

สำหรับน้ำดื่มนั้น รองผู้ว่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน บอกว่าไม่มีใครนำน้ำจากสาละวินมาบริโภคโดยตรง ส่วนใหญ่ชาวบ้านอาศัยน้ำประปาภูเขามาใช้ โดยผ่านระบบกรองและต้มก่อนนำไปบริโภค บางครอบครัวก็ซื้อน้ำดื่ม จึงถือได้ว่ายังไม่มีผลกระทบในเรื่องนี้

เขาบอกว่าผู้ได้รับผลกระทบในช่วงนี้คือผู้ที่ทำอาชีพประมงในสาละวินเป็นหลัก ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10-20 ครัวเรือน เนื่องจาก "พอคนรู้ข่าวสารว่ามีข่าวสารหนูเกิน 5 เท่า คนก็กังวลใจที่จะกิน ก็อาจทำให้รายได้ในส่วนนี้ลดลงไปสักระยะหนึ่ง"

"โดยรวม ๆ แล้ว ชาวบ้านก็มีความตระหนักและอาจมีความกังวลใจบ้างเล็กน้อย พูดง่าย ๆ ว่าระหว่างนี้ชาวบ้านกำลังรอผลแล็บของกรมประมงและกรมควบคุมมลพิษ" รองผู้ว่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน กล่าว

นอกจากนี้ นายบุญลือยังให้ความมั่นใจว่าในส่วนราชการ จ.แม่ฮ่องสอน ได้หารือและศึกษาวิธีรับมือของ จ.เชียงใหม่ กับ จ.เชียงรายไว้แล้ว เนื่องจากทั้งสองแห่งมีประสบการณ์จัดการกับปัญหาดังกล่าวมาก่อน ดังนั้น หากผลการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐระบุว่าเกิดปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนในสาละวินจริง เขามั่นใจว่าทางท้องถิ่นจะพร้อมรับมือกับปัญหาดังกล่าว

ต้นตอสารโลหะหนักในแม่น้ำสาละวินน่าจะมาจากที่ใด

นายบุญลือ รองผู้ว่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวต่อว่า หากผลการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐสอดคล้องตรงกันกับผลตรวจสอบของ ผศ.ว่าน จาก ม.เชียงใหม่ ก็ต้องมาสืบหาความเชื่อมโยงต่อว่าแหล่งปล่อยมลพิษมาจากที่ใด

เขาบอกว่าถ้าหากดูจากเส้นทางของแม่น้ำสาละวินที่ไหลผ่านรัฐคะเรนนี หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่ารัฐคะยาห์ เขาคิดว่ามีความเป็นไปได้ว่ากิจกรรมเหมืองแร่ต่าง ๆ ภายในรัฐนี้ อาจปล่อยน้ำหรือของเสียลงสู่สาละวิน

"เท่าที่เรารู้ตอนนี้มันมีเหมืองในรัฐคะเรนนีแน่ ๆ แต่จำนวนเท่าไร ผมไม่แน่ใจ" เขากล่าว

รองผู้ว่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน บอกว่าหากสุดท้ายแล้วมันเป็นปัญหามลพิษข้ามแดน การแก้ไขปัญหาก็จะต้องอาศัยกลไกระดับประเทศจากส่วนกลาง เนื่องจากทางหน่วยงานท้องถิ่นเองคงไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใด ๆ โดยตรงกับรัฐคะเรนนีของเมียนมาได้

ด้าน ผศ.ดร.ว่าน จาก ม.เชียงใหม่ บอกกับบีบีซีไทยว่าจากข้อมูลในพื้นที่ รวมถึงจากนักวิชาการคนอื่น ๆ พบว่ามีการทำเหมืองแร่หลายชนิดตามแนวแม่น้ำสาละวินในพื้นที่รัฐคะเรนนี เช่น เหมืองดีบุก พลวง แมงกานีส และทองคำ

"แร่ทองก็จะมีการทำเป็นหย่อม ๆ ตามสายน้ำ" ผศ.ดร.ว่าน ระบุ

เขาบอกด้วยว่าในกากแร่ดีบุกยังมีส่วนผสมของแร่แรร์เอิร์ธด้วย ดังนั้น "ถ้าทำดี ๆ มี concentration หรือความเข้มข้นสูง ๆ แล้วมันเหมาะสมต่อการทำ มันก็สามารถเอากากเหลือทิ้งไปผ่านกระบวนการต่าง ๆ ให้บริสุทธิ์ ถ้ามันคุ้มทุน"

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.ว่าน เน้นย้ำว่าการสืบหาแหล่งปล่อยสารพิษคืองานที่ต้องทำต่อไป และเขามีแผนเก็บตัวอย่างน้ำในลำน้ำสาละวินเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ เขายังไม่ตัดประเด็นว่ากลุ่มเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่กระจุกตัวอยู่ทางสาละวินตอนบนในพื้นที่รัฐฉาน อาจเป็นแหล่งปล่อยสารโลหะหนักเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำกก สาย รวก โขง ด้วยเช่นกัน

ตำแหน่งเหมืองแร่แรร์เอิร์ธบริเวณลำนำสาขาของสาละวิน ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา จากฐานข้อมูลศูนย์วิจัยสติมสันเซ็นเตอร์

ที่มาของภาพ, STIMSON CENTER

คำบรรยายภาพ, ตำแหน่งเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (จุดสีส้ม) บริเวณลำน้ำสาขาของสาละวิน ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา จากฐานข้อมูลศูนย์วิจัยสติมสันเซ็นเตอร์

ฐานข้อมูลของศูนย์วิจัยสติมสันเซ็นเตอร์ระบุว่าในพื้นที่รัฐฉานมีเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ 5 แห่งตั้งอยู่ประชิดลำน้ำสาขาของสาละวิน และทั้งหมดใช้วิธีการสกัดแร่ด้วยวิธีชะล้างในแหล่งแร่ (in-situ leaching) ซึ่งเป็นวิธีการสกัดแร่ด้วยการฉีดสารละลายเคมีเข้าไปในแหล่งแร่ใต้ดิน เพื่อละลายแร่ออกมา จากนั้นจึงสูบสารละลายที่ผสมแร่นั้นขึ้นมาเพื่อนำไปสกัดแร่ต่อ

ในปีนี้ มีรายงานหลายชิ้นของมูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ระบุว่า การทำเหมืองแร่ด้วยวิธีการนี้สร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมและชุมชนใกล้เคียงอย่างมาก เนื่องจากเหมืองมักปล่อยสารเคมีและของเสียจากกระบวนการสกัดแร่ลงแหล่งน้ำใกล้เคียง ทำให้สารเคมีและสารโลหะหนัก ๆ ปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ