ภาษาเอเลียน: ถ้าเจอมนุษย์ต่างดาว เราจะสามารถคุยกับพวกเขาได้หรือไม่ ?

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, แคเธอลีน ลาแธม
    • Role, บีบีซี ฟิวเจอร์

เชื่อกันว่าสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกน่าจะมีวิวัฒนาการด้านภาษาเพื่อการสื่อสารเป็นของตัวเอง เช่นนั้นมนุษยชาติจะคุยกับพวกเขาอย่างไร หากเราได้บังเอิญเจอกันจริง ๆ

"เรารู้ว่าจะต้องมองหาที่ไหน เรารู้ว่าต้องมองหาอย่างไร" นั่นคือคำพูดของ เอลเลน สโตฟาน หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของนาซาในปี 2015 ซึ่งเธอได้คาดการณ์ว่า มนุษย์อาจค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกโลกได้ภายในสิบปีถัดมา

ในปี 2023 นักวิจัยหลายคนเชื่อว่า พวกเขาอาจเข้าใกล้หลักฐานที่น่าตื่นเต้นว่าชีวิตนอกโลกอาจมีอยู่จริงในดาวเคราะห์ห่างไกล แม้ตอนนั้นจะยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์บางคนที่เชื่อว่า มนุษย์ควรเริ่มเตรียมตัวรับมือกับความเป็นไปได้นี้แล้ว

หากว่าเราค้นพบสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่นจริง ๆ และหากสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมีสติปัญญา เราจะสามารถสื่อสารกับเพื่อนบ้านในจักรวาลเหล่านี้ได้อย่างไร

นักวิทยาศาสตร์เริ่มตั้งคำถามถึงลักษณะของ "ภาษาเอเลียน" ว่าจะเป็นอย่างไร และมนุษย์จะมีความสามารถเข้าใจพวกเขาได้หรือไม่

มนุษย์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการข้ามพรมแดนทางภาษา แม้จะดูเป็นไปไม่ได้ก็ตาม นักวิจัยที่ถอดรหัสอักษรโบราณ มักอาศัยพฤติกรรมร่วมบางอย่างของมนุษย์เป็นจุดเริ่มต้น เช่น วิธีที่เราเน้นข้อความสำคัญด้วยการวงกลมไว้ในงานเขียน ก็เคยช่วยให้นักวิชาการสามารถไขความลับของศิลาจารึกโรเซตตา ซึ่งเป็นเอกสารราชโองการที่มีอายุย้อนไปถึงปี 196 ก่อนคริสตกาล และเป็นกุญแจสำคัญในการอ่านอักษรเฮียโรกลิฟของอียิปต์

ภาษากายก็เคยมีบทบาทสำคัญเช่นกัน อย่างตอนที่ชาวสเปนเดินทางมาถึงทวีปอเมริกา พวกเขาใช้ท่าทางและสัญญาณมือสื่อสารกับชนพื้นเมือง แม้บทสรุปของการพบปะครั้งนั้นจะเต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมโชกเลือด ซึ่งไม่น่าถูกหยิบยกมาเป็นตัวอย่างของการสื่อสารที่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการมาเพื่อสื่อสารซึ่งกันและกัน ในขณะที่สิ่งมีชีวิตจากนอกโลกอาจมีรูปแบบความคิดและพฤติกรรมที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง โครงสร้างทางสังคมของพวกเขา ถ้ามีจริง ๆ ก็อาจแตกต่างเกินกว่าจะจินตนาการหรือเข้าใจได้ แล้วเราจะสามารถเดาได้อย่างไรว่า พวกเขากำลังพยายามจะบอกอะไรกับเรา

หากคุณลองฟังเสียงของโลกจากบนอวกาศ คุณจะได้ยินเสียงภาษามนุษย์ราว 7,100 ภาษา แต่โลกใบนี้ ก็ไม่ได้มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่อาศัยอยู่ วิธีที่สัตว์ต่างสายพันธุ์สื่อสารกันเองจะช่วยให้เราเข้าใจการสื่อสารของสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงอื่นได้หรือไม่

อาริก เคอร์เชินบาว์ม นักนิเวศวิทยาด้านพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร เชื่อว่า ความท้าทายทางวิวัฒนาการนั้นเป็นเรื่องสากล และแรงผลักดันทางวิวัฒนาการที่ก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตบนโลก ก็อาจสร้างลักษณะที่คล้ายคลึงกันในสิ่งมีชีวิตนอกโลกได้เช่นกัน ถ้าเขาคิดถูก นั่นอาจหมายความว่าชีวิตและภาษา ทั่วทั้งจักรวาลอาจมีบางอย่างร่วมกันอยู่บ้าง

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาษาของมนุษย์ไม่ได้มีแค่ในรูปแบบการเขียนและการพูด แต่ยังรวมไปถึงการสื่อสารผ่านร่างกายเช่นกัน

สิ่งมีชีวิตสั่งสมความซับซ้อนเอาไว้ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา ผ่านกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection) ซึ่งเป็นการเก็บรักษาลักษณะที่เป็นประโยชน์ไว้ และค่อย ๆ คัดทิ้งลักษณะที่ไม่เอื้อต่อการอยู่รอด

ในกรณีของ "วิวัฒนาการเบนเข้า" (evolutionary convergence) สิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน อาจพัฒนาลักษณะที่คล้ายคลึงกันได้ หากต้องเผชิญกับความท้าทายจากสิ่งแวดล้อมแบบเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น การเคลื่อนที่ ซึ่งตามกฎของฟิสิกส์และชีวกลศาสตร์จำกัดวิธีที่สิ่งมีชีวิตสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปีกของนกถึงทำงานคล้ายกับปีกของค้างคาว ทั้งที่บรรพบุรุษร่วมตัวสุดท้ายของพวกมันคือสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่ไม่มีปีก ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อกว่า 300 ล้านปีก่อน

เช่นนั้น ข้อจำกัดเหล่านี้ก็อาจไม่ได้แตกต่างออกไปในส่วนอื่นของจักวาลใช่หรือไม่ ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงการสื่อสาร ล้วนอยู่ภายใต้กฎของฟิสิกส์ (เท่าที่เราทราบในตอนนี้)

แอร์ริก เคอร์เชินบาว์ม ตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า ตั้งแต่ท่าทางของลิงใหญ่ เสียงร้องของโลมา ไปจนถึงลวดลายสีสันที่หมึกกระดองใช้เปลี่ยนบนผิวหนัง สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดอาจกลายเป็น "รากฐานของภาษา" บนดาวเคราะห์อื่นได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การสื่อสารของสัตว์ก็มีข้อจำกัดในตัวมันเอง ศ.เอียน โรเบิร์ตส์ นักภาษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์กล่าวว่า "มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่มี 'ภาษา' ในความหมายของระบบที่เปิดกว้าง คือสามารถใช้สื่อสารอะไรก็ได้ที่เราอยากจะสื่อ"

โรเบิร์ตส์เพิ่งร่วมเขียนหนังสือชื่อ "Xenolinguistics" [อาจแปลเป็นภาษาไทยว่า "ภาษาศาสตร์มนุษย์ต่างดาว"] ร่วมกับ เคอร์เชินบาว์ม, อัฟราม โนม ชอมสกี และนักชีววิทยา มานุษยวิทยา และนักภาษาศาสตร์ชั้นนำคนอื่น ๆ เพื่อสำรวจว่าภาษาที่ไม่ใช่ของมนุษย์และไม่ได้กำเนิดจากโลก อาจมีลักษณะเป็นอย่างไร

ในฐานะนักภาษาศาสตร์เชิงทฤษฎี ชอมสกีได้ให้คำนิยามของภาษาว่าเป็นระบบการสื่อสารที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างไม่จำกัด ออกแบบมาเพื่อรับใช้ผลประโยชน์ของมนุษย์และแก้ปัญหาที่มนุษย์เผชิญ ภาษาเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะสื่อสารแนวคิดหลากหลายจำนวนมากได้

"อาจเป็นไปได้ว่าเราจะพบสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น แบคทีเรียบนดาวอังคารหรือดวงจันทร์ของดาวพฤหัส แต่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะยังเรียบง่ายมาก" โรเบิร์ตส์กล่าว "สิ่งที่ผมสนใจคือธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา เพราะฉะนั้นคุณต้องนิยามให้ได้ก่อนว่าอะไรคือเกณฑ์ของความฉลาด ?"

สำหรับโรเบิร์ตส์ คำตอบคือเทคโนโลยี อารยธรรมที่มีเทคโนโลยีในระดับใกล้เคียงกับมนุษย์ และมีศักยภาพในการเดินทางออกจากดาวของตนเอง

"พวกเขาคงนั่งอยู่บนดาวของตัวเอง แล้วสงสัยว่ามีใครอีกไหมอยู่ที่ไหนสักแห่งในจักรวาล เหมือนกับที่เราสงสัย" เขากล่าว "สมมติว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดพออยากจะสร้างยานอวกาศ หรือกล้องโทรทรรศน์วิทยุ สิ่งเหล่านี้ซับซ้อนมาก พวกเขาต้องมีความรู้ด้านฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ ต้องพัฒนาแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ และสามารถร่วมมือกันได้ ต้องสามารถสื่อสารแนวคิดจำนวนมหาศาลกับบุคคลอื่นมากมายได้ ซึ่งความจริงก็คือ ไม่มีสัตว์สายพันธุ์อื่นบนโลกที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีแบบนั้นได้"

โรเบิร์ตส์สรุปว่า หากไม่มีภาษา อารยธรรมที่มีเทคโนโลยีย่อมเป็นสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เทคนิคที่ใช้ถอดรหัสอักษรและภาษายุคโบราณ อาจถูกนำมาใช้เพื่อช่วยแปลภาษาของสิ่งมีชีวิตต่างดาวได้เช่นกัน

ภาษาเอเลียนจะมีหน้าตาอย่างไร ?

ในปี 2022 โรเบิร์ตส์มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งสถาบันเพื่อการศึกษาภาษานอกโลกแห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หรือ The Cambridge Institute of Exo-Language (CIEL) โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาว่าเราจะสามารถสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาจากนอกโลกได้อย่างไร และสำรวจว่าภาษาและความฉลาดของพวกเขาอาจแตกต่างจากมนุษย์เพียงใด

"ในความเห็นส่วนตัวของผม แก่นของภาษาเอเลียนก็น่าจะคล้ายกับของมนุษย์ โดยเฉพาะในแง่โครงสร้างทางคณิตศาสตร์ที่เป็นระบบ" โรเบิร์ตส์กล่าว "แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะมีการพูดแบบที่เรามี"

โรเบิร์ตส์อธิบายว่า แม้แต่ภาษาของมนุษย์เองก็ไม่ได้สื่อสารกันผ่านคำพูดเพียงอย่างเดียว เรายังใช้การเขียน ภาษากาย การเคาะ การเป่าปาก หรือแม้แต่การเปล่งเสียงต่าง ๆ ในการสื่อสาร "สิ่งที่น่าทึ่งเกี่ยวกับภาษามนุษย์คือ ไม่ว่าเราจะถ่ายทอดมันในรูปแบบไหน มันก็ยังคงมีคุณสมบัติพื้นฐานเดียวกัน" เขากล่าว "มันน่าสนใจมากที่ได้ตั้งคำถามว่า เพราะเราเข้าใจโครงสร้างของไวยากรณ์มนุษย์ดีพอ แล้วไวยากรณ์ของเอเลียนจะมีหน้าตาอย่างไร ?"

โรเบิร์ตส์ยังตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งมีชีวิตทรงปัญญาจากนอกโลกอาจสื่อสารภาษาของตนผ่านช่องทางที่เราไม่เคยนึกถึงมาก่อน เช่น การปล่อยฟีโรโมน สนามแม่เหล็ก หรืออะไรที่เรายังไม่รู้เลยก็เป็นได้ "แต่ถ้าเราสามารถถอดรหัสภาษานั้นได้จริง ผมเชื่อว่าเราจะพบว่ามันมีความคล้ายคลึงกับภาษาของมนุษย์มาก"

ถึงแม้เราจะได้รับสัญญาณบางอย่างจากอวกาศ ก็ยังไม่มีความแน่นอนว่าเราจะสามารถแยกแยะมันออกได้ว่าเป็นข้อความหรือไม่

"ช่วงหนึ่งเคยมีความเชื่อว่าสัญญาณจากเอเลียนน่าจะมีรูปแบบบางอย่างที่บ่งชี้ได้ชัดเจนว่าไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ" โรเบิร์ตส์กล่าว "แต่ก็มีวัตถุท้องฟ้าบางชนิด เช่น เควซาร์ ที่ปล่อยสัญญาณออกมาอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน ดังนั้น เราจะต้องมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า สัญญาณที่ได้รับนั้นมีเจตนาอยู่เบื้องหลัง"

เขาชี้ว่า สิ่งสำคัญคือการมองหาจุดร่วมระหว่างเราและพวกเขา

ปัจจุบัน โรเบิร์ตส์ดำรงตำแหน่งในสภาที่ปรึกษาของโครงการส่งสารถึงสิ่งมีชีวิตทรงปัญญานอกโลก หรือ Messaging Extraterrestrial Intelligence (Meti) องค์กรที่ก่อตั้งในปี 2015 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งข้อความจากโลกออกไปยังอวกาศ ด้วยความหวังว่าสักวันจะได้รับการตอบกลับจากอารยธรรมอื่นในจักรวาล

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ขณะนี้มีความพยายามในการส่งข้อความออกไปยังอวกาศอย่างจริงจัง ด้วยความหวังว่าสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากที่อื่นจะสามารถรับสัญญาณเหล่านั้นได้

ข้อความที่โครงการ Meti ส่งออกไปถูกออกแบบมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ โดยภายในบรรจุข้อมูลของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญานอกโลกในระดับที่หากพวกเขามีระดับสติปัญญาใกล้เคียงกันกันมนุษย์น่าจะเข้าใจได้ เช่น ตารางธาตุขององค์ประกอบทางเคมี ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของจักรวาลที่นักวิทยาศาสตร์บนดาวอื่นก็น่าจะรู้จักเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทางคณิตศาสตร์ที่อธิบายรูปร่างในธรรมชาติ เช่น การเวียนเกลียวของเปลือกหอยนอติลุส ค่าพาย (π) หลายตำแหน่งทศนิยม สูตรเคมีของน้ำ ข้อมูลเกี่ยวกับฟิสิกส์ของไฮโดรเจน และอื่น ๆ

"แนวคิดคือการส่งข้อมูลวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่เข้ารหัสในรูปแบบเฉพาะ ซึ่งเมื่อถอดรหัสได้แล้ว จะทำให้สิ่งมีชีวิตต่างดาวรู้ว่าเรามีความรู้ทางวิทยาศาสตร์" โรเบิร์ตส์กล่าว

แล้วถ้าสิ่งมีชีวิตนอกโลกที่มีสติปัญญาส่งข้อความกลับมาบ้าง พวกเขาจะใช้แนวทางเดียวกันหรือไม่ และเราจะสามารถระบุได้หรือไม่ว่านั่นเป็นสัญญาณจริง

"ผมเชื่อว่าพวกเราน่าจะสามารถแยกแยะได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะเหมือนกับที่เราต้องการส่งสัญญาณที่เข้าใจได้ พวกเขาก็คงอยากทำแบบเดียวกัน" โรเบิร์ตส์กล่าว

แต่คำถามที่ใหญ่กว่าคือ เราจะสามารถถอดรหัสภาษาของเอเลียนได้ไหม เราจะสามารถสนทนากับพวกเขาได้หรือเปล่า

คำตอบของโรเบิร์ตส์ก็คือ: "เราจะไม่มีทางรู้ จนกว่าจะได้ติดต่อกันจริง ๆ"

*หมายเหตุ: บทความต้นฉบับตีพิมพ์เมื่อปี 2023