เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เล่าเรื่องตลกได้เก่งกว่ามนุษย์หรือไม่ ?

An illustration of a stand-up comedian, microphones and laughing mouths

ที่มาของภาพ, Estudio Santa Rita

คำบรรยายภาพ, การสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้คน ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของงานศิลปะที่มีความท้าทายมากที่สุด
    • Author, แมตต์ เคยอน
    • Role, บีบีซี ฟิวเจอร์

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา นักแสดงตลกอย่าง คาเรน ฮ็อบบ์ส รู้สึกประหม่ามากกว่าปกติก่อนขึ้นแสดงในช่วงเย็น เธอเป็นนักแสดงตลกชื่อดังในสหราชอาณาจักรและคุ้นเคยกับการเดี่ยวไมโครโฟนที่มักสร้างความช้ำชอกให้กับผู้แสดงได้เป็นอย่างดี

นักแสดงตลกขาจรมักเปิดการแสดงตลกยืนเดี่ยวตามผับ คลับ โรงละคร และเทศกาลต่าง ๆ โดยถือว่าเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง มันเป็นการแสดงที่มีความหลากหลาย ผสมผสานระหว่างความคาดเดาไม่ได้ และขึ้นชื่อว่าเป็นการแสดงตลกจากมุกที่สร้าง “เสียงหัวเราะจากความน่าสงสารหรือความอับอาย”

และแล้วฮ็อบบ์สก็ได้จัดการแสดงในสถานที่แห่งหนึ่งที่คุณเองอาจจะไม่ได้รับการให้อภัยเลยในฐานะนักแสดงตลกในสหราชอาณาจักร นั่นคือ เดอะ โคเวนต์ การ์เดน โซเชียล คลับ ในกรุงลอนดอน แต่การแสดงค่ำคืนนี้ต่างจากปกติ เนื่องจากเธอใช้บทถูกเขียนขึ้นโดยแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) แชทจีพีที (ChatGPT)

“ถ้ามันทำให้พวกคุณหัวเราะไปจนจบ พวกเราทุกคนก็คงต้องตกงานแล้วล่ะ” เธอบอกกับผู้ชม

An illustration of laughing mouths

ที่มาของภาพ, Estudio Santa Rita

คำบรรยายภาพ, มุกตลกมักไม่ได้ผลเมื่อมันถูกเล่นซ้ำบ่อยครั้งจนเกินไป

ภายในระยะเวลากว่า 2 ปีที่แชทจีพีถูกพัฒนาโดย โอเพนเอไอ (OpenAI) ได้พัฒนาจากความสงสัยใคร่รู้เฉพาะกลุ่มสำหรับพวกนักคิดทางเทคโนโลยี และกลายมาเป็นเครื่องมือเอไอสำหรับมวลชนในที่สุด

แต่เมื่อพูดถึงศิลปะ มันยังเป็นเรื่องถกเถียงกันว่าโดยธรรมชาติแล้ว เครื่องมือสร้างเอไอนั้นมีความสร้างสรรค์จริงหรือไม่

โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large language models – LLMs) เช่น แชทจีพีที ทำงานด้วยการประมวลผลข้อความหลายพันล้านบรรทัดที่คัดลอกจากอินเทอร์เน็ตและแหล่งอื่น ๆ โดยแกะรูปแบบและความสัมพันธ์ระหว่างคำกับรูปประโยคต่าง ๆ

จากนั้นเอไอจะใช้ข้อมูลเหล่านั้นเพื่อสร้างคำตอบที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดในทางสถิติ เพื่อตอบสนองคำสั่งที่แจ้งเข้ามา ดังนั้นเครื่องมือเอไอจึงสามารถทำซ้ำข้อมูลที่มีอยู่แล้วในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มันก็สามารถส่งผลให้เกิดการผสมผสานความคิดที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครได้ด้วย ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกนับเป็นความคิดสร้างสรรค์ตามคำถามแนวปรัชญาหรือไม่ก็ตาม ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถหาคำตอบที่น่าพึงพอใจได้

หุ่นยนต์สามารถสร้างเรื่องตลกได้ไหม ?

“วิธีหนึ่งที่เอไอสามารถเล่าเรื่องตลกได้ คือ ทำสิ่งที่เด็กอายุ 5 ขวบทำได้ อย่างทำซ้ำเรื่องตลกที่พวกเขาเคยได้ยินมาก่อน หรือพยายามทำให้มันดูแตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน” เลส คารร์ ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการเว็บของมหาวิทยาลัยเซาท์แธมป์ตัน ซึ่งมักแสดงเดี่ยวตลกในเวลาว่าง กล่าว

“ดังนั้น นักแสดงตลกที่อัปโหลดเนื้อหาการแสดงของพวกเขาลงบนติ๊กตอก อินสตาแกรม และยูทูป ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มผู้ติดตาม ก็ควรกังวลเกี่ยวกับการถูกขโมยผลงานโดยโอเพนเอไอ กูเกิล และเฟซบุ๊ก เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับกลุ่มนักเขียนและศิลปิน”

“เรื่องตลกเป็นสิ่งที่ผู้คนชอบแบ่งปันกันบนอินเทอร์เน็ตหรือสื่อสังคมออนไลน์ และมันเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่จะบอกว่า มุกตลกของแชทบอท (Chatbot) นั้นมาจากที่ใด เอไอสร้างมันขึ้นมาเองหรือแค่ทำซ้ำสิ่งที่มีอยู่แล้ว ?”

เมื่อฮ็อบบ์สสั่งให้เอไอสร้างฉากตลก เธอก็ประสบกับปัญหาที่ไม่คาดคิด เนื่องจากแชทจีพีทีเขียนบทด้วยเสียงนักแสดงตลกชาย ซึ่งกำลังเล่นมุกเกี่ยวกับแฟนสาวที่หมุกมุ่นอยู่กับการช็อปปิ้ง

เมื่อเธอขอให้เอไอเขียนบทตลกขึ้นมาใหม่ด้วยเสียงผู้หญิง มันก็เปลี่ยนแฟนสาวที่หมกมุ่นอยู่กับการช็อปปิ้งให้กลายเป็นบุคคลที่ 1

มุกตลกดังกล่าวทำให้เธอ มักออกมาในรูปแบบที่หยาบคายและการมองแบบเหมารวมผู้หญิงยุคมิลเลนเนียลว่า มีนิสัยขี้เกียจ หนึ่งในตัวอย่างเรื่องขำขันที่ถูกสร้างโดยเอไอก็คือ “ชีวิตทางสังคมของฉันกำลังเฟื่องฟูหรือเบ่งบาน ด้วยความเบ่งบานนั้น หากคุณหมายถึงเพื่อนสนิทของฉันคือไม้กระถางชื่อว่า วิลสัน”

ไมเคิล ไรอัน นักศึกษาปริญญาโทและผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด บอกว่า ไม่น่าแปลกใจเลยที่โมเดลเอไอต้องพยายามอย่างหนัก เพื่อส่งงานและมอบประโยคเด็ดที่สร้างความน่าพึงพอใจได้

“การแสดงตลกเดี่ยวที่ดีนั้นต้องดึงผู้ชมผ่านเรื่องตลก เพื่อนำไปสู่ประโยคเด็ดหรือหมัดฮุกที่สร้างเสียงหัวเราะ” เขาบอก “นักแสดงตลกรู้ดีว่าเขาหรือเธอกำลังปูเรื่องไปยังที่ใด เพื่อส่งผู้ชมไปยังจุดนั้น”

แต่เอไอไม่เหมือนกับนักแสดงตลกที่เป็นมนุษย์ มันไม่สามารถปรับตัวได้อย่างเรียลไทม์หรือทันท่วงที อย่างน้อยก็ทำไม่ได้ในขณะนี้ โดยไรอันบอกว่า “มันไม่ใช่วิธีการทำงานของ LLMs สมัยใหม่”

อย่างไรก็ตาม สิ่งนั้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากมีงานวิจัยที่กำลังเดินหน้าอยู่เพื่อทำให้เอไอเข้าใจโลกรอบตัวมากขึ้น

“นักวิจัยกำลังทำงานเพื่อทำให้ความสามารถด้านเสียงมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น” ไรอันกล่าวเสริม เพื่อให้เอไอสามารถ “เข้าใจปัจจัยต่าง ๆ ทางสังคมและปรับตัวให้เข้ากับผู้ชมได้ เช่นเดียวกับจังหวะยิงมุกตลก”

An illustration of three heads, two microphones and words 'ha, ha, ha".

ที่มาของภาพ, Estudio Santa Rita

คำบรรยายภาพ, เอไอในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบสนองต่อปฏิกิริยาของผู้ชมได้

ไรอันเป็นหนึ่งในผู้นำร่วมของโครงการวิเคราะห์ที่สำคัญ เพื่อทดสอบขีดจำกัดของมุกตลกที่สร้างโดยเอไอ

งานวิจัยของเขาได้ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับข้อจำกัดของมันในปัจจุบัน แต่ไรอันเชื่อว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีจะช่วยให้ LLMs สามารถสร้าง “ชุดเรื่องตลกที่เกิดขึ้นจากเอไออย่างแท้จริง ภายในระยะเวลาไม่กี่ปี”

นี่อาจต้องใช้เวลาสักระยะก่อนที่เอไอจะสามารถเลียนแบบการส่งมุกบนเวทีซึ่งเป็นเรื่องที่นักแสดงตลกในโลกแห่งความเป็นจริงได้เชี่ยวชาญมานานหลายศตวรรษ แต่หากพูดถึงการเขียนเรื่องตลก ๆ กลับพบว่านักวิจัยมีความก้าวหน้าในเรื่องดังกล่าวแล้ว

ในปี 2023 นักเขียนบทภาพยนตร์ชื่อว่า ไซมอน ริช ได้เขียนบทความให้กับนิตยสารไทม์เกี่ยวกับประสบการณ์ของเขาในการใช้โมเดลโอเพนเอไอที่ยังไม่ถูกเผยแพร่และถูกเรียกว่า โค้ด ดาวินชี 002 (code-davinci-002) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับงานเชิงสร้างสรรค์โดยเฉพาะ

ริชร่วมงานกับนักเขียนอีกสองคน เพื่อทำกวีนิพนธ์ที่เขียนโดยเอไอ (ซึ่งต่อมาถูกอ่านออกเสียงโดย แวร์เนอร์ เฮอร์ซอร์ก นักแสดงชาวเยอรมัน) แต่ก่อนที่จะเริ่มงานเขียนดังกล่าว เขาได้ขอให้เอไอสร้างเรื่องตลกออกมา และปรากฏว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีมากอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งเขาบอกว่ามันทำให้ตนเองฝันร้าย

ริชป้อนคำพาดหัวหลายชุดที่ได้จากเว็บไซต์แนวเสียดสีชื่อว่า เดอะ อันเยิน (The Onion) และขอให้มันสร้างประโยคพาดหัวในลักษณะประชดประชันทำนองเดียวกันขึ้นมา และนี่คือหนึ่งในผลลัพธ์

“งบประมาณสร้างภาพยนตร์แบทแมนเรื่องใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะผู้กำกับยืนกรานว่าจะต้องใช้แบทแมนตัวจริง”

นอกจากนี้มันยังเขียนว่า “เรื่องราวของผู้หญิงที่ช่วยเหลือให้ที่พักพิงกับสุนัขจรจัดที่มีขนพันกันยุ่งเหยิง จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณเปิดแท็บใหม่ในบราวเซอร์ และเยี่ยมชมเว็บไซต์อื่น”

แม้อารมณ์ขันเป็นเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล แต่เรื่องตลกจากหุ่นยนต์นั้นเกินความคาดหมายของริช

ดรูว์ โกเรนซ์ นักศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเซาท์แคลิฟอร์เนีย ซึ่งเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาของสิ่งที่ทำให้เกิดความตลกขบขัน เชื่อว่าเรื่องตลกที่เอไอสร้างขึ้นนั้นจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อความที่ถูกป้อนเข้าไป

“คนส่วนใหญ่ รวมถึงนักแสดงตลก จะทำผลงานได้ไม่ดีหากคนแปลกหน้าขอให้ ‘พูดเรื่องตลก’ ยิ่งข้อความที่ป้อนลงไปนั้นมีความเฉพาะเจาะจงมากเท่าไร คำตอบก็จะยิ่งดีเท่านั้น” โกเรนซ์ กล่าว

และโมเดลบางรุ่นอาจสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่ารุ่นอื่น ๆ ด้วย ยกตัวอย่าง แชทจีพีที และ เจมมิไน (Gemini) ของกูเกิล ต่างถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแอปพลิเคชันอเนกประสงค์ ขณะที่เอไอเฉพาะทางมีแนวโน้มว่าจะสร้างมุกตลกได้ดีกว่าโมเดลกระแสหลัก

การลงทุนในมนุษย์

สำหรับอลิสัน พาวเวลล์ รองศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารที่วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งกรุงลอนดอน ซึ่งกำลังจับตามองอิทธิพลของเอไอที่มีต่อสื่อของเรา มองว่าเรื่องขำขันแบบดิจิทัลนั้นไร้ประโยชน์พอ ๆ กับที่มันเป็นเรื่องผิดจรรยาบรรณและไม่ควรถูกนำมาใช้ในทางปฏิบัติ

เธอตั้งข้อสังเกตว่า การพัฒนาโมเดลเอไอนั้นต้องใช้พลังงานและค่าใช้จ่าย “มหาศาล”

“มันอาจจะถูกกว่า น่าสนใจมากกว่า และสร้างความประหลาดใจได้มากขึ้น หากหันไปลงทุนกับนักแสดงตลกรุ่นเยาว์ และการผลิตงานทางวัฒนธรรม แทนที่จะพยายามลงทุนในทรัพยากรที่ทำงานได้ด้วยการคำนวณผลเชิงคอมพิวเตอร์เท่านั้น”

“การลงทุนในนักแสดงตลกที่เป็นมนุษย์ มันสร้างประโยชน์ได้กว่ามาก ซึ่งพวกเขามีความคิดต่าง ๆ หลากหลายอย่างมากและมันไม่ซ้ำกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากนี้พวกเขายังสามารถสร้างความตลกขบขันได้หลายรูปแบบภายใต้วัฒนธรรมของมนุษย์และบริบททางภาษาที่แตกต่างกัน”

An illustration of audience members looking at an empty stage with a mic and a chair

ที่มาของภาพ, Estudio Santa Rita

คำบรรยายภาพ, นักวิชาการบางคนโต้แย้งควรลงทุนในนักแสดงตลกที่เป็นมนุษย์นั้น มากกว่าเอไอ

กลับมายังฤดูร้อนในกรุงลอนดอน ฮ็อบบ์สเตือนผู้ชมว่า เธอและพวกเขากำลังอยู่ในกำมือของเจ้านายไซเบอร์คนใหม่ ดังนั้น ปฏิกิริยาเชิงบวกต่อบทของเธอที่ถูกเขียนโดยเอไอ อาจสร้างหรือทำลายการแสดงเดี่ยวตลกนี้ได้เสมอ

โชคดีสำหรับเธอ เมื่อมีเพียงเสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นครั้งคราวและส่วนใหญ่เกิดขึ้นตอนที่ฮ็อบบ์สทำหน้าบึ้งบูดใส่ผู้ชม ซึ่งเผยให้เห็นความรู้สึกสยดสยองของเธอเองต่ออารมณ์ขันที่เอไอสร้างขึ้น

“ครั้งหนึ่งฉันเคยให้แท่งกาวให้กับภรรยา แทนที่จะยื่นลิปสติก จนถึงตอนนี้หล่อนยังไม่ยอมคุยกับฉันเลย” ฮ็อบบ์สอ่านบทด้วยเสียงอันดังท่ามกลางผู้ชมที่ยังงุนงงกับมุก

“การออกเดทก็เหมือนกับการช็อปปิ้ง” เอไอเขียนอีกมุกหนึ่งซึ่งระบุถึงเรื่องทางเพศอย่างชัดเจน “คุณออกไปเสาะหาในสิ่งที่อยากได้ แต่กลับได้สิ่งที่คุณไม่ต้องการ”

“ฉันไม่เคยรู้สึกโง่เท่านี้มาก่อนในชีวิต” ฮ็อบบ์สกล่าวบนเวทีในอีกไม่กี่นาทีต่อมา

ซึ่งมันนำเราไปสู่ความจริงที่ลึกซึ้งว่า โมเดลเอไอสามารถก่อร่างสร้างเรื่องขบขันขึ้นมาได้ และมันอาจสามารถจับรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างได้ แต่มีเพียงนักแสดงตลกที่เป็นมนุษย์เท่านั้นที่สามารถควบคุมความเคอะเขิน ก่อนจะหย่อนระเบิดที่สร้างเสียงหัวเราะต่อหน้าผู้ชมได้

โมเดลเอไอยังไม่ค้นพบสูตรลับนี้ ดังนั้น นักแสดงตลกสามารถถอนหายใจด้วยความโล่งอกได้ เพราะพวกเขายังไม่ต้องหยิบประวัติส่วนตัวฉบับย่อ หรือ ซีวี (CV) ขึ้นมาปัดฝุ่นในตอนนี้ หรือจะหมายความว่า ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องหางานใหม่ในตอนนี้นั่นเอง