เทคโนโลยีเอไอช่วยคัดตัวนักกีฬาที่มีแววคว้าเหรียญโอลิมปิกในอนาคตได้อย่างไร

- Author, ปีเตอร์ บอลล์
- Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส, ปารีส
แฟนกีฬาจำนวนไม่น้อยที่ได้เข้าชมการแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกกรุงปารีส ต่างมีโอกาสได้ทดลองใช้ระบบค้นหาและคัดเลือกตัวนักกีฬาด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเอไอจะเป็นผู้ทำการประเมินว่า ใครบ้างที่มีแววจะเป็นนักกีฬาดาวรุ่งและน่าจะได้ครองเหรียญทองโอลิมปิกในอนาคต โดยผู้พัฒนาเทคโนโลยีนี้มุ่งหวังว่า จะสามารถนำอุปกรณ์แบบพกพาไปใช้งานในพื้นที่กันดารห่างไกล เพื่อนำวิทยาศาสตร์การกีฬาขั้นสูงให้เข้าถึงผู้คนทั่วทุกมุมโลก
เมื่อสัญญาณเตือนดังขึ้น เด็กชายทัคโตะรีบออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วเต็มฝีเท้า ผ่านตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับรังสีอินฟราเรดที่ตั้งอยู่ข้างหน้า ในขณะที่เซ็นเซอร์บางตัวกะพริบสัญญาณแสงสีน้ำเงินออกมาทันที
ห่างออกไปเล็กน้อย เด็กชายโทโมะซึ่งเป็นน้องของทัคโตะ กำลังเร่งฝีเท้าไปตามลู่วิ่งสั้น ๆ โดยมีกล้องหลายตัวคอยตรวจจับและติดตามการเคลื่อนไหวของเขาอยู่
สองพี่น้องอายุ 7 ขวบ และ 4 ขวบ จากเมืองโยโกฮามาของประเทศญี่ปุ่น กำลังเข้าร่วมในการทดสอบใช้งานปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ที่เจ้าภาพจัดตั้งไว้เป็นพิเศษใกล้สนามกีฬาโอลิมปิกในกรุงปารีส โดยระบบนี้มีวัตถุประสงค์ในการใช้งาน เพื่อเฟ้นหาผู้ที่มีศักยภาพพอจะเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกได้ในอนาคต
ระบบจะรวบรวมข้อมูลจากการทำกิจกรรมทดสอบ 5 อย่าง ซึ่งรวมถึงการวิ่ง, การกระโดด, และการวัดความแข็งแกร่งของมือขณะบีบหรือจับกุมวัตถุ จากนั้นข้อมูลข้างต้นจะถูกนำไปวิเคราะห์ เพื่อประเมินถึงพละกำลัง, ระดับความอึดทน, ความแข็งแกร่ง, ความปราดเปรียวว่องไว, และเวลาที่ใช้เพื่อมีปฏิกิริยาตอบสนอง โดยเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติของนักกีฬามืออาชีพและเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกในปัจจุบัน

ซาราห์ ทักเกอร์ หัวหน้าโครงการโอลิมปิกและพาราลิมปิกของบริษัทอินเทล อธิบายว่า “ตอนนี้เราใช้เทคโนโลยีการรับรู้ภาพแบบคอมพิวเตอร์วิชัน รวมทั้งข้อมูลสถิติในประวัติศาสตร์ มาช่วยให้คนธรรมดาทั่วไปสามารถเปรียบเทียบตนเองกับนักกีฬาชั้นนำ ซึ่งจะทำให้ทราบได้ว่า เขาหรือเธอมีความเหมาะสมทางกายภาพที่จะเล่นกีฬาประเภทไหนมากที่สุด”
หลังเสร็จสิ้นการประเมิน ผู้เข้ารับการทดสอบจะได้ทราบว่าตนเองเหมาะกับกีฬาชนิดใดกันแน่ โดยเอไอจะเลือกแนะนำจากรายชื่อของกีฬาที่มีอยู่ 10 ชนิด อย่างไรก็ตาม อินเทลบอกว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่รวบรวมมาได้ จะถูกลบทิ้งทันทีหลังเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด
นอกจากจะเป็นเทคโนโลยีที่น่าทึ่งแล้ว การทดสอบเพื่อรับการประเมินศักยภาพจากเอไอ ยังเป็นเรื่องสนุกสนานสำหรับพี่น้องสองคนนี้อย่างมากด้วย “ผมสนุกมาก ผมชอบตอนที่เราต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วสุด ๆ เท่าที่จะทำได้”
เอไอแบบพกพา

ที่มาของภาพ, Intel
ระบบที่ติดตั้งไว้ให้แฟนกีฬาในมหกรรมโอลิมปิกกรุงปารีสได้ทดลองใช้กันนั้น มีแบบที่ย่อส่วนเล็กลงเพื่อให้พกพาได้ด้วย โดยสามารถติดตั้งโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์นี้ลงบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้เกือบทุกชนิด ขอเพียงมีกล้องแบบธรรมดาและมีพลังการประมวลผลในระดับเล็กน้อยเท่านั้นก็พอ
ซาราห์บอกว่า “แค่คุณมีโทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต, หรือพีซีสักเครื่องหนึ่ง ก็มีโอกาสจะเข้าถึงสถานที่ที่คุณเข้าไปไม่ได้มาก่อน” เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ประเมินสมรรถนะทางการกีฬาของบุคคลได้จากภาพวิดีโอที่กล้องบันทึกไว้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้เซนเซอร์ตรวจจับทางกายภาพเลย
คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เพิ่งนำเทคโนโลยีนี้ไปทดลองใช้ที่ประเทศเซเนกัล โดยเข้าไปยังหมู่บ้าน 5 แห่ง เพื่อทดสอบความสามารถของเด็กกว่า 1,000 คน ว่ามีศักยภาพในทางการกีฬาหรือไม่
หลังร่วมงานกับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศเซเนกัล เพื่อติดตามทำการทดสอบเพิ่มเติมในขั้นสูงอยู่ระยะหนึ่ง เอไอสามารถระบุตัวเด็ก 48 คน ที่มี “ศักยภาพใหญ่หลวง” และเด็กอีกหนึ่งคนที่มี “ศักยภาพในระดับสูงเป็นพิเศษ” ซึ่งทั้งหมดจะได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการฝึกฝนทักษะทางการกีฬาต่าง ๆ หากมีความต้องการ เพื่อดูว่าพวกเขาจะสามารถพัฒนาพรสวรรค์ที่มีอยู่ไปได้ไกลเพียงใด

ทางโครงการหวังว่าจะสามารถขยายพื้นที่การใช้งานของระบบ โดยให้ครอบคลุมภูมิภาคต่าง ๆ ในวงกว้างขึ้น เพื่อมอบโอกาสให้กับผู้คนในถิ่นกันดารห่างไกล ซึ่งไม่อาจจะเข้าถึงได้ด้วยระบบการคัดตัวนักกีฬาที่ใหญ่โตและยุ่งยากซับซ้อน
ศาสตราจารย์จอห์น บริวเวอร์ อาจารย์รับเชิญที่มหาวิทยาลัยซัฟโฟล์กของสหราชอาณาจักร ซึ่งทำงานร่วมกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษในการเฟ้นหาตัวนักกีฬาผู้มีแววความสามารถ ชี้ว่าการค้นพบศักยภาพที่แฝงอยู่ในตัวตั้งแต่ในวัยเด็ก เปรียบเสมือนกับการค้นพบ “จอกศักดิ์สิทธิ์” แห่งวงการกีฬาเลยทีเดียว
แต่อย่างไรก็ตาม ศ. บริวเวอร์กล่าวเตือนด้วยว่า ระบบการคัดตัวพื้นฐานด้วยเอไอที่ทำได้เพียงตรวจวัดคุณสมบัติไม่กี่อย่าง อาจไม่เหมาะกับกีฬาที่ต้องใช้เทคนิคการเล่นหลากหลายรูปแบบ เช่นฟุตบอลหรือบาสเก็ตบอล รวมทั้งอาจไม่เหมาะกับกีฬาประเภทที่ต้องใช้ความอึดทนด้วย
“หากคุณต้องการชัยชนะในการแข่งวิ่งมาราธอน นั่นหมายความว่าคุณต้องสามารถออกกำลังแบบแอโรบิก โดยให้ร่างกายใช้ออกซิเจนได้ดีอย่างต่อเนื่องเป็นระยะทางถึง 10 กิโลเมตร ซึ่งการบันทึกภาพหรือคลิปวิดีโอไม่สามารถจะบ่งบอกได้ว่า ร่างกายของคุณมีศักยภาพในด้านนี้หรือไม่”
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ศ.บริวเวอร์ยังมองว่าระบบประเมินศักยภาพนักกีฬาด้วยเอไอแบบพกพา มีประโยชน์ต่อการคัดเลือกผู้มีความสามารถในขั้นต้น “หากมันช่วยเผยถึงทักษะทางการกีฬา และระดับความปราดเปรียวว่องไวในตัวบุคคลออกมาได้ละก็ ผมจะถือว่าสิ่งนี้น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง และการที่เครื่องมือแบบพกพาสามารถเข้าถึงพื้นที่ซึ่งขาดแคลนอุปกรณ์ไฮเทคได้ ยิ่งถือเป็นเรื่องดีอย่างแน่นอน”
“แต่การใช้งานเครื่องมือประเภทนี้ จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบเฟ้นหาตัวผู้มีความสามารถที่ใหญ่กว่านั้น” ศ.บริวเวอร์กล่าวทิ้งท้าย
ผลลัพท์สุดท้าย

กลับมาที่สนามกีฬาโอลิมปิกของกรุงปารีส เด็กชายทัคโตะเพิ่งได้ทราบผลการประเมินด้วยเอไอว่า เขามีศักยภาพในการเป็นนักวิ่งลมกรด ซึ่งแม้จะรู้สึกดีใจมาก แต่หนูน้อยบอกว่าตอนนี้สนใจกีฬาฟุตบอลและเทนนิสมากกว่า
ส่วนผลการทดสอบของ “แฮงก์” และ “บร็อก” เพื่อนซี้คู่หูที่ต่างก็เคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำในอดีต ออกจะพลิกความคาดหมายอยู่บ้าง แม้พวกเขาจะผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นเพื่อลงแข่งในกีฬาระหว่างมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ มาแล้ว ทั้งเคยฝึกในสระมาตรฐานระดับโลกกับโค้ชมือฉมังที่เคยสร้างเจ้าของเหรียญรางวัลโอลิมปิกมาแล้วหลายคน
แฮงก์บอกว่า “เราเคยเป็นนักกีฬาที่มีประสบการณ์ลงแข่งมาอย่างโชกโชน ผมเลยคิดว่าการทดสอบนี้น่าสนุกดี”
ส่วนบร็อกบอกว่า “โลกยังไม่มีเทคโนโลยีแบบนี้ ตอนที่เราเป็นนักว่ายน้ำเมื่อ 10-15 ปีก่อน”
ผลการประเมินด้วยเอไอชี้ว่า แฮงก์เหมาะกับการเล่นรักบี้ ส่วนบร็อกนั้นควรจะเป็นนักบาสเก็ตบอล แม้ว่าจะไม่เคยเล่นกีฬายัดห่วงนี้มาก่อนเลยในชีวิต
แฮงก์บอกว่า “อันที่จริงเขาเคยเล่นบาสเก็ตบอลกับผมครั้งหนึ่ง แต่เขาเล่นได้แย่มาก จนผมไม่ยอมให้กลับมาร่วมทีมด้วยอีกเลย”
บทสรุปนี้ดูเหมือนว่า แม้แต่เทคโนโลยีระดับสูงอย่างเอไอ ก็ไม่สามารถจะทำนายได้อย่างแม่นยำเสมอไป












