You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เช็คปฏิทินรายจ่ายก่อนสิ้นปี คนไทยต้องจ่ายอะไรเพิ่มบ้าง
แม้ความกังวลต่อภาวะ Stagflation หรือ เศรษฐกิจชะลอตัวแรง อาจจะไม่เกิดขึ้นในไทยในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่จากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่รายงานออกมา อย่างอัตราเงินเฟ้อและหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น สวนทางกับอัตราการเจริญโตของเศรษฐกิจในภาพรวม ทำให้หลายคนกังวลถึงการจับจ่ายที่จะยิ่งเพิ่มขึ้น และมูลค่าเงินในกระเป๋าที่ลดน้อยลง
วันนี้ (5 ส.ค. ) สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของเดือน ส.ค. อยู่ที่ 7.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน น่าจะถึงจุดสูงสุดแล้ว เหตุผลเนื่องจากในช่วงระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา การขึ้นของเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน หรืออย่างน้อยอัตราเงินเฟ้อจะทรงตัวและมีสัญญาชะลอตัว
ทว่า ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ คาดว่ายังคงมีปัจจัยที่กระทบกับรายรับรายจ่ายของผู้บริโภคที่รออยู่ แต่มีอะไรบ้าง บีบีซีไทยได้รวบรวมดังนี้
ก.ย. - ขึ้นค่าไฟฟ้าเพิ่มเป็น 4.72 บาทต่อหน่วย
สำนักงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.). ได้ประกาศปรับเพิ่มค่าเอฟที หรืออัตราไฟฟ้าผันแปร อีก 68.66 สตางค์ต่อหน่วย รวมเป็นค่าเอฟทีทั้งสิ้น 93.43 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย โดยมีผลตั้งแต่ เดือนนี้-ธ.ค. 2565 เพิ่มขึ้นจากงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2565 ที่ประชาชนจ่าย 4 บาทต่อหน่วย
ก.ย. - ปรับขึ้นค่าก๊าซหุงต้ม
ตามมติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้ปรับราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) โดยจะปรับขึ้น 1 บาท/กิโลกรัม ส่งผลให้ก๊าซหุงต้ม ประเภทถังขนาด 15 กก. จะปรับราคาขึ้นอีกถังละ 15 บาท ไปอยู่ที่ 408 บาท/ถัง จาก 393 บาท/ถัง
ทั้งนี้ กบง. ทยอยปรับราคาก๊าซหุงต้มมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นต้นมา ซึ่งราคาเวลานั้นอยู่ที่ถังละ 333 บาท/ถัง
กลางเดือน ก.ย. - เตรียมปรับขึ้นค่ารถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว
ชาวกรุงเทพมหานครที่ต้องพึ่งพาการคมนาคมด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสอาจต้องเตรียมเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น เนื่องจาก กทม. กำลังหารือเรื่องการจัดทำตารางค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ และ หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยใช้สูตร 14+2x
คำนวณแล้ว ค่าโดยสารส่วนต่อขยายที่ 2 จะเริ่มเก็บที่อัตรา 14-44 บาท เมื่อรวมกับอัตราค่าโดยสารในเส้นทางสัมปทานหลักตรงกลาง จะเก็บอัตราสูงสุดไม่เกิน 59 บาท ตามขั้นตอน ซึ่งรวมไปถึงการเจรจากับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด หรือ บีทีเอสซี ผู้ดำเนินการรถไฟฟ้า และการออกประกาศที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะเริ่มเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ส่วนที่ 2 ภายในกลางเดือน ก.ย. นี้
28 ก.ย - กนง. ประชุมปรับดอกเบี้ยนโยบาย
หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงอัตราดอกเบี้ยมาเป็นระยะเวลา 4 ปี เมื่อวันที่ 10 ส.ค. คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 0.50% เป็น 0.75% ต่อปี โดยหวังว่าจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยประเมินว่าจะไม่กระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านฝ่ายการเมืองอย่าง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับผู้บริหาร ธปท. ให้กำชับไปยังธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐให้ตรึงดอกเบี้ยให้นานที่สุด
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการประชุมของ กนง. ครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 ก.ย. นี้ว่ามีการตัดสินใจอย่างไรกับทิศทางของดอกเบี้ยนโยบาย รวมทั้งดอกเบี้ยของสถาบันการเงินว่าจะทยอยปรับขึ้นหรือไม่ และบรรดาลูกหนี้สินเชื่อต่าง ๆ เช่น บ้าน รถยนต์ หรือเงินกู้ต่าง ๆ จะต้องปรับตัวอย่างไร
ต.ค. - ค่าแรงขั้นต่ำอัตราใหม่มีผล
เข้าสู่ปีงบประมาณใหม่ พร้อมกับอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับขึ้น หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติปรับค่าจ้างขั้นต่ำปี 2565 แบ่งเป็น 9 อัตรา ชลบุรี ระยอง ภูเก็ต ขึ้นสูงสุด 354 บาท ต่ำสุดอยู่ที่ยะลา ปัตตานี นราธิวาส น่าน และอุดรธานี ปรับขึ้น 328 บาท ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ 353 บาท โดยจะผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป
แม้จะเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้แรงงาน แต่สำหรับผู้ประกอบการอาจจะต้องแบกรับภาระต้นทุนเพิ่มมากขึ้น และจะถึงขั้นส่งผลต่อราคาสินค้าหรือบริการหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป
กลาง พ.ย. - เปิดภาคการศึกษาที่ 2/2565
บรรดาผู้ปกครองอาจจะเข้าสู่ช่วงที่มีความเครียดอีกรอบหลังจากที่ลูก ๆ ได้หยุดพักการศึกษามาแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเปิดภาคเรียนที่ 2/2565 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นในช่วงกลางเดือน พ.ย. โดยสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ค่าเล่าเรียน ค่าเครื่องแบบ ค่าหนังสือหรืออุปกรณ์การเรียน ค่าเดินทาง
30 พ.ย. - กนง. ประชุมปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายงวดสุดท้ายของปี
แม้ว่าธนาคารพาณิชย์จะใช้ความพยายามที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ย หรือ บางรายอาจจะมีปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่สำหรับการประชุมของ กนง. งวดสุดท้ายของปี 2565 อาจจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินสำหรับปี 2566 ว่าจะดำเนินการไปในทิศทางใด ซึ่งยังต้องจับตาต่อไป