4 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ การเมืองสเปนที่กำลังเข้าสู่ทางตัน

นายอัลแบร์โต นูเนซ เฟย์จู หัวหน้าพรรคพีพี

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายอัลแบร์โต นูเนซ เฟย์จู หัวหน้าพรรคพีพี

ภาวะ "สภาแขวน" หรือ Hung Parliament เป็นสถานการณ์ที่มักสร้างความยากลำบากทางการเมืองหลังการเลือกตั้งทั่วไปในหลายประเทศ รวมทั้งในไทยที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ที่ไม่มีพรรคการเมืองใดครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

ทว่า สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในไทยมีปัจจัยที่ซับซ้อนมากกว่าระบบรัฐสภาในต่างประเทศ จากเงื่อนปมในรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา 250 เสียงมีส่วนกำหนดการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี แม้ว่าจะพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งสามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภา และเพียงพอในการจัดตั้งรัฐบาลแล้วก็ตาม

นอกจากไทยแล้ว สเปนก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเผชิญกับทางตันทางการเมืองหลังจากการเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (23 ก.ค.) ที่ลงเอยด้วยการที่ไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากได้

ผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของสเปน พรรคพีเพิลส์ ปาร์ตี้ หรือ พรรคพีพี ซึ่งมีแนวความคิดอนุรักษนิยมสามารถคว้าจำนวนที่นั่ง สส. มากที่สุด 136 ที่นั่ง จากทั้งหมด 350 ที่นั่ง แม้ว่าจะรวมเสียงจากพรรควอกซ์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา ซึ่งได้ 33 ที่นั่ง ก็ไม่เพียงพอที่จะเป็นเสียงข้างมากในสภา สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องการเสียงมากกว่า 176 ที่นั่ง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พรรคโซเชียลลิสต์ของนายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และพรรคพันธมิตรฝ่ายซ้ายอย่างพรรคซูมาร์ มีความยินดีต่อผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น แต่พวกเขาก็มีจำนวนที่นั่ง สส. เพียง 122 ที่นั่ง ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภาเช่นกัน

แนวโน้มที่เป็นไปได้ในครั้งนี้ คือ โอกาสในการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่เพื่อผ่าทางตันที่เกิดขึ้นในสเปน

บีบีซีรวบรวม 4 เรื่องน่ารู้เพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่สเปนกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

พรรควอกซ์ไม่ปังอย่างที่คาด

ก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด สื่อมวลชนท้องถิ่นต่างประโคมข่าวกันอย่างหนักถึงกระแสความนิยมของพรรควอกซ์ และความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพีพี

ทว่า ผลการเลือกตั้งไม่เป็นอย่างที่คาดคิดไว้ เมื่อพรรควอกซ์กลับสูญเสียคะแนนเสียงสนับสนุนกว่าครึ่งล้านเสียง เมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้งในปี 2019 ทำให้จำนวน สส. ที่ได้ ลดจากเดิม 52 ที่นั่ง ลงมาเป็น 33 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

ผลที่ออกมาสร้าง "ความประหลาดใจ" เนื่องจากในช่วงการเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาพรรควอกซ์ทำผลงานได้ดี

ผลพวงจากการที่พรรควอกซ์ได้จำนวน สส. ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำในการใช้สิทธิการยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติด้วย ซึ่งถือเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการดึงดูดความสนใจของสาธารณะ

หลายปีที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำฟ้องจากพรรควอกซ์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐบาลนายซานเชซจำนวนมาก เกี่ยวกับสิทธิกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ, พ.ร.บ. เกี่ยวกับการุณยฆาต และการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระหว่างการระบาดโรคโควิด-19

นายอัลแบร์โต นูเนซ เฟย์จู หัวหน้าพรรคพีพีต้องเผชิญความท้าทายในการจัดตั้งรัฐบาล

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายอัลแบร์โต นูเนซ เฟย์จู หัวหน้าพรรคพีพีต้องเผชิญความท้าทายในการจัดตั้งรัฐบาล

ผู้นำพรรคพีพีจะคว้าชัยอีกครั้งหรือไม่

นายอัลแบร์โต นูเนซ เฟย์จู หัวหน้าพรรคพีพี มีชื่อจากการเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งและสามารถเอาชนะด้วยเสียงส่วนใหญ่แคว้นกาลิเซีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดสี่ครั้งซ้อน

ถึงตอนนี้ ชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดก็ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จของเขาจากที่เมื่อปี 2019 ได้ สส. เพียง 47 ที่นั่ง แม้ว่าโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลจากชัยชนะในครั้งนี้จะล้มเหลวและไม่สามารถสร้างความแตกต่างก็ตาม

หากถามว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้นายนูเนซ เฟย์จู ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ คำตอบก็คือ ความล้มเหลวของพรรคซิวดาดานอส ซึ่งอยู่ฝ่ายกลางขวา อย่างไรก็ตาม พรรคพีพีก็ควรจะได้ชัยชนะในจำนวนที่นั่ง สส. มากกว่านี้ ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็มาจากแคมเปญทางการเมืองที่ขาดประสิทธิภาพ

หนึ่งในเหตุการณ์ที่พิสูจน์ข้อนี้ คือ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง เขาปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการดีเบตทางโทรทัศน์ ซึ่งเขาพลาดที่จะชี้แจงข้ออ้างที่ผิด ๆ เกี่ยวกับระบบบำนาญ รวมทั้งการตรวจสอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เขามีกับนักค้ายาเสพติดในช่วงทศวรรษที่ 1990

การเลือกตั้งยังเกิดขึ้นระหว่างที่พรรคพีพีเจรจาในการจัดตั้งรัฐบาลท้องถิ่นกับพรรควอกซ์ เป็นการตอกย้ำแนวความคิดของกลุ่มฝ่ายซ้าย และกลายเป็นการส่งสัญญาณเชิงลบต่อสิทธิของชนกลุ่มน้อย ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่กลุ่มที่มีแนวความคิดกลางขวา และกลุ่มที่มีความคิดจะเปลี่ยนใจไปฝ่ายซ้าย

ซานเชซ ยังคงเป็นผู้รอด

แม้ว่านายซานเชซจะตกเป็นรอง แต่เขายังคงรักษาชัยชนะให้แก่พรรคของเขาได้ ด้วยการได้จำนวน สส. เพิ่มขึ้น 2 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

หากพิจารณาผลรวมของที่นั่ง สส. ที่ได้ แม้ยังต่ำกว่าพรรคคู่แข่งอย่างพรรคพีพีเพียง 14 ที่นั่ง ทำให้ไม่มีสิทธิจัดตั้งรัฐบาล แต่เขาก็ยังสามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกอย่างน้อยสองถึงสามเดือน ไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านวาระการดำรงตำแหน่งประธานสหภาพยุโรป

ผู้นำสเปนวัย 51 ปี รอดพ้นจากเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญหลายครั้งตลอดการทำงานการเมืองในฐานะผู้นำ

  • 2016: เขากลับคืนสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคของเขาได้ ไม่นานหลังถูกถอดออกจากตำแหน่ง
  • 2018: เขากลายเป็นนายกรัฐมนตรี หลังการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจอดีตนายกรัฐมนตรีมาริอาโน ราฮอย จากคดีอื้อฉาวเรื่องทุจริตของลูกพรรคจนนำไปสู่การที่สภามีมติถอดถอน
  • เขาสามารถนำพารัฐบาลผสมแรกของประเทศในยุคใหม่ ให้รอดพ้นวิกฤตการเมืองในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19
ข้อเรียกร้องเอกราชของคาตาลูญญาเป็นวิกฤตการเมืองของสเปน

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ข้อเรียกร้องเอกราชของคาตาลูญญาเป็นวิกฤตการเมืองใหญ่ของสเปน

ประเด็นแบ่งแยกเอกราชของคาตาลูญญา

กลุ่มเรียกร้องเอกราชของแคว้นคาตาลูญญาใช้เวลามาแล้วกว่า 6 ปี ถือว่าเป็นวิกฤตการเมืองสำคัญของสเปน

นายซานเชซ มักจะพึ่งพิงและคล้อยตามพรรคการเมืองฝ่ายชาตินิยมในแคว้นคาตาลูญญาและบาสก์ ซึ่งทำให้เขาอยู่ในสถานะบุคคลที่ฝ่ายขวาไม่ชื่นชอบ

ท่ามกลางฝุ่นตลบหลังการเลือกตั้งที่เริ่มจางหาย พรรคการเมืองเหล่านั้นดูเหมือนจะมีแนวโน้มไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีแนวความคิดฝ่ายซ้าย

นั่นจึงเป็นปัญหาสำหรับนายชานเชซ เพราะหนึ่งในพรรคการเมืองเหล่านั้น คือ พรรคฆุนต์ส ที่มีแนวความคิดแบ่งแยกดินแดนคาตาลูญญาเป็นเอกราช ถือเป็นโอกาสหนึ่งที่จะทำให้เขาสามารถดึงพรรคนี้มาร่วมรัฐบาล

ทว่า ความต้องการของพรรคการเมืองนี้เรียกร้องให้มีการจัดทำประชามติเพื่อรับรองการแบ่งแยกดินแดนในแบบเดียวกับกับที่เคยเกิดขึ้นในสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่นายชานเชซเคยบอกว่าจะไม่ทำเด็ดขาด

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป มีแนวโน้มว่า สถานการณ์การเมืองในสเปนที่เจอทางตัน กำลังนำไปสู่การเลือกตั้งอีกครั้งในอนาคต