จับประธานาธิบดีเวเนซุเอลาขึ้นศาลสหรัฐฯ ข้อหายาเสพติดและอาวุธ เรารู้อะไรบ้าง ?

ที่มาของภาพ, Olga Fedorova/EPA
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้จับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา หลังจากการโจมตีครั้งใหญ่ต่อเวเนซุเอลา
ทรัมป์กล่าวว่าประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลาและภรรยาถูกนำตัวออกมาโดยปฏิบัติการทางทหารที่ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ โดยนายนิโกลัส มาดูโร ถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดและอาวุธในนครนิวยอร์ก
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เครื่องบินที่นำตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา และภรรยา ซิเลีย ฟลอเรซ ได้เดินทางถึงนครนิวยอร์กแล้วที่ฐานทัพอากาศแห่งชาติสจวร์ต (Stewart Air National Guard Base) ตามการรายงานของสำนักข่าวซีบีเอส พันธมิตรของบีบีซีในอเมริกา
ผู้นำเวเนซุเอลา และภรรยา ถูกนำตัวไปยังสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ (Drug Enforcement Administration) ในเวลาต่อมาบีบีซีรายงานว่าทั้งคู่ถูกส่งตัวไปคุมขังที่ศูนย์กักกันเมโทรโพลิแทน ซึ่งเป็นสถานที่กักกันของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
การจับตัวผู้นำเวเนซุเอลาเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานการระเบิดหลายครั้งทั่วกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศ ในช่วงเช้ามืดวันเสาร์ (3 ม.ค.) รวมถึงที่ฐานทัพทหาร
รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ระดมกองกำลังติดอาวุธเข้าประจำการและประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ
การจับกุมมาดูโรเกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพิ่มสูงขึ้น โดยสหรัฐฯ ได้โจมตีเรือในทะเลแคริบเบียนที่อ้างว่าถูกใช้ในการขนส่งยาเสพติด
สหรัฐฯ กล่าวหาประธานาธิบดีเวเนซุเอลาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้ายาเสพติดโดยตรงและเป็นผู้นำที่ไม่ชอบธรรม ในขณะที่นายมาดูโรกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ข่มขู่และต้องการยึดน้ำมันของเวเนซุเอลา
ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ (3 ม.ค.) ว่าสหรัฐฯ จะ "บริหาร" เวเนซุเอลา "จนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านที่ปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบ" พร้อมเสริมว่าบริษัทน้ำมันของอเมริกาจะเข้าไปลงทุนในประเทศด้วย
เรารู้อะไรบ้างจนถึงวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ตามเวลาประเทศไทย

ที่มาของภาพ, Reuters
ความเคลื่อนไหวในสหรัฐฯ
พีท เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวซีบีเอส นิวส์ เกี่ยวกับปฏิบัติการของสหรัฐฯ ภายหลังเดินทางไปยังฐานทัพร่วมแอนดรูวส์ในรัฐแมรีแลนด์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทหารอเมริกันปักหลักภายหลังปฏิบัติภารกิจในเวเนซุเอลาสำเร็จ
"ผมเห็นอเมริกาในแบบที่ดีที่สุด ผมเห็นชายและหญิงอุทิศชีวิตของพวกเขาในการปกป้องประเทศของเรา และในการบรรลุภารกิจนั้น" เขาบอกกับพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ
เมื่อถูกถามว่าทรัมป์จะขออนุมัติจากสภาคองเกรสในการดำเนินการขั้นต่อ ๆ ไปสำหรับเวเนซุเอลาหรือไม่ เฮกเซธระบุว่า "นี่คือการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย" แต่ก็เสริมว่า "เราจะให้สภาคองเกรสมีส่วนร่วม"
"อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็อยู่ในมือของชาวเวเนซุเอลาที่จะตัดสินใจ แต่ท้ายที่สุดแล้วอเมริกาจะได้ประโยชน์... ทั้งในด้านความมั่นคงและความมั่งคั่ง และเราเชื่อว่าประชาชนเวเนซุเอลาก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน" เขากล่าว
เฮกเซธยังกล่าวยกย่องทรัมป์ว่าเป็น "ประธานาธิบดีผู้ลงมือทำ" และบอกว่า "คุณไม่สามารถบรรลุสันติภาพในโลกที่อันตรายใบนี้ได้หากปราศจากความแข็งแกร่ง"
รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ยังกล่าวถึง "ความมั่งคั่งจากน้ำมัน" สำหรับอเมริกาหลายครั้ง โดยระบุว่าเป็นอีกปัจจัยสำหรับการดำเนินภารกิจนี้
ความเคลื่อนไหวในเวเนซุเอลา
ส่วนความเคลื่อนไหวในกรุงการากัส ศาลฎีกาเวเนซุเอลามีคำสั่งให้เดลซี่ โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาในรัฐบาลของมาดูโร ขึ้นเป็นรักษาการประธานาธิบดี
จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ศาลสูงระบุว่าการให้โรดริเกซดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญที่ "จะรับประกันความต่อเนื่องในการบริหารราชการและเพื่อการป้องกันประเทศได้อย่างครอบคลุม"
นอกจากนี้ศาลจะพิจารณาเรื่อง "การกำหนดกรอบกฎหมายที่จะบังคับใช้เพื่อรับประกันความต่อเนื่องของรัฐ การบริหารราชการของรัฐบาล และการปกป้องอธิปไตยเมื่อต้องเผชิญกับการที่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐถูกบังคับให้ขาดจากหน้าที่"

ที่มาของภาพ, Reuters
ย้อนปฏิบัติการจับตัวนิโกลัส มาดูโร
ซีบีเอส นิวส์ รายงานว่านายนิโกลัส มาดูโร ถูกจับกุมตัวด้วยปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษเดลต้าฟอร์ซ (Delta Force) ซึ่งเป็นหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายระดับสูงสุดของกองทัพสหรัฐฯ
แหล่งข่าวจากสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือซีไอเอที่แฝงตัวอยู่ในรัฐบาลเวเนซุเอลาได้ช่วยสหรัฐฯ ติดตามพิกัดที่อยู่ของนายมาดูโรช่วงก่อนเกิดการจับกุม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายข่าวกรองขนาดใหญ่ที่ดำเนินการในเวเนซุเอลา
พล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ กล่าวขณะอยู่เคียงข้างประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวันเสาร์ว่า ปฏิบัติการที่ชื่อว่า "แอบโซลูท รีโซลฟ์" (Absolute Resolve) ต้องใช้เวลาวางแผนและซ้อมจริงนานหลายเดือน โดยกองกำลังต่าง ๆ ที่ร่วมปฏิบัติการต่างรอสภาพอากาศที่เหมาะสม
ในการปฏิบัติการครั้งนี้ใช้อากาศยานกว่า 150 ลำเพื่อลำเลียงชุดเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติการในกรุงการากัส
ชุดเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เดินทางไปถึงที่พักของนายมาดูโร ในเวลา 02.01 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตามคำอธิบายของประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่าเป็น "บ้านหลังหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนเป็นป้อมปราการมากกว่า" โดยที่แสงไฟส่องสว่างในกรุงการากัสถูกตัดโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายอเมริกันแล้ว
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า นายมาดูโรพยายามหนีเข้าไปในสถานที่ปลอดภัยที่เสริมด้วยเหล็กกล้า เขาเข้าไปถึงประตู แต่ไม่สามารถปิดประตูได้
ทรัมป์กล่าวด้วยว่าไม่มีเจ้าหน้าที่กองกำลังของสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการนี้ มีเพียงบางผู้บาดเจ็บเล็กน้อย ตามที่เขาติดตามดูจากการถ่ายทอดสดปฏิบัติการ
หลังจากนั้นนายมาดูโร และภรรยาถูกนำตัวขึ้นเรือ และต่อด้วยเครื่องบิน ซึ่งได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศแห่งชาติสจวร์ตในรัฐนิวยอร์ก ห่างจากแมนฮัตตันไปทางเหนือประมาณ 97 กิโลเมตร
สถานีโทรทัศน์ซีบีเอสรายงานว่า นายมาดูโรและภรรยาอาจถูกนำตัวไปยังศูนย์กักกันเมโทรโพลิแทน ซึ่งเป็นสถานที่กักกันของรัฐบาลกลางในย่านบรูคลิน

ที่มาของภาพ, White House Press Office Handout/EPA
ในช่วงเวลาเดียวกับที่ปฏิบัติการทางทหารเพื่อจับนายมาดูโรเกิดขึ้น ในกรุงการากัสได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นหลายแห่ง ซึ่งสามารถมองเห็นกลุ่มควันไฟจากระเบิดลอยพวยพุ่งเหนือท้องฟ้าของเมือง
เหตุระเบิดและภาพเฮลิคอปเตอร์ที่บินว่อนเหนือกรุงการากัสถูกบันทึกภาพเอาไว้ได้และถูกส่งต่อบนโซเชียลมีเดีย แต่ในเวลานั้นคลิปต่าง ๆ ยังไม่ได้มีการตรวจสอบว่าเป็นเหตุการณ์ใด
ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้เสียชีวิตหรือไม่ในการโจมตีที่กรุงการากัสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
รัฐบาลเวเนซุเอลาระบุด้วยว่า รัฐมิรันดา อารากัว และลา กัวอิรา ถูกโจมตีด้วยเช่นกัน
ทรัมป์กล่าวว่ากองกำลังสหรัฐฯ "เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีระลอกที่สอง" แต่ไม่จำเป็นต้องดำเนินการเนื่องจากการโจมตีครั้งแรก "ทรงพลังมาก"
พื้นที่ใดบ้างในเวเนซุเอลาถูกโจมตี
บีบีซีเวริฟาย (BBC Verify) ตรวจสอบคลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่แสดงให้เห็นการระเบิด เพลิงไหม้ และกลุ่มควันที่พบทั่วกรุงการากัสเพื่อตรวจสอบว่ามีพื้นที่ใดบ้างที่ตกเป็นเป้าหมายที่ถูกสหรัฐฯ โจมตี
จนถึงขณะนี้สามารถยืนยันได้แล้วทั้งสิ้น 5 จุด ได้แก่
- ฐานทัพอากาศเจเนรัลลิซซิโม ฟรานซิสโก เดอ มิรันดา และกองบินทหาร ลา การ์โลตา
- ฐานทัพฟูเอร์เต ติอูนา ฐานทัพทหารแห่งหลักในกรุงการากัส
- ท่าเรือลาไกวรา ซึ่งเป็นเส้นทางหลักจากกรุงการากัสออกสู่ทะเลแคริบเบียน ตั้งอยู่ในรัฐมิรันดา
- สนามบินฮิเกอโรเต ตั้งอยู่ในรัฐมิรันดา ทางตะวันออกของกรุงการากัส
- หอคอยโทรคมนาคมแอนเตนาส เอล โวลคาน บนเขาเซอร์โร เอล โวลคาน ซึ่งเป็นยอดเขาสูงในรัฐมิรันดา

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ปฏิกิริยาจากเวเนซุเอลาหลังถูกโจมตี
การปรากฏตัวของนางเดลซี่ โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา บนสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ได้เรียกร้องให้ประชาชนชาวเวเนซุเอลาอยู่ในความสงบและสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว เธอยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวนายมาดูโร ซึ่งเธอกล่าวว่าเป็น "ประธานาธิบดีเพียงคนเดียว" และเสริมว่าเวเนซุเอลาจะไม่มีวันเป็นอาณานิคมของชาติใด
ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ (3 ม.ค.) ทรัมป์กล่าวว่านางโรดริเกซได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว และได้พูดคุยกับนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ โดยทรัมป์อ้างว่านางโรดริเกซได้บอกกับนายรูบิโอว่า "เราจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ" และทรัมป์กล่าวเสริมว่า "เธอไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ"
ส่วนนายวลาดิมีร์ ปาดริโน โลเปซ รัฐมนตรีกลาโหมของเวเนซุเอลา ออกมาอ้างก่อนหน้านี้ว่ามีพื้นที่พลเรือนถูกสหรัฐฯ โจมตีด้วย และระบุว่ารัฐบาลกำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
เขากล่าวด้วยว่าเวเนซุเอลาจะ "ต่อต้าน" การปรากฏตัวของกองกำลังต่างชาติ
หลังเกิดการโจมตี รัฐบาลเวเนซุเอลาออกแถลงการณ์ "ประณามต่อการการรุกรานทางทหารอย่างร้ายแรง" ที่สหรัฐฯ "กระทำต่อดินแดนเวเนซุเอลา ประชาชนที่เป็นพลเรือน และสถานที่ทางการทหารหลายแห่ง"
รัฐบาลเวเนซุเอลายังกล่าวหาว่าสหรัฐฯ คุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และอธิบายว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการพยายามยึด "ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของเวเนซุเอลา โดยเฉพาะน้ำมันและแหล่งแร่ธาตุ" เพื่อ "ทำลายเอกราชทางการเมืองของประเทศโดยใช้กำลัง"
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับเวเนซุเอลา
ระหว่างการแถลงข่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อวันเสาร์ (3 ม.ค.) ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ จะ "เข้าไปบริหารประเทศจนกว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านที่ปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบ"
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึง มาเรีย คอรินา มาคาโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2025 ทรัมป์กล่าวว่า เธอไม่ได้รับการสนับสนุนหรือความเคารพ
ก่อนหน้านี้ มาเรีย คอรินา มาคาโด กล่าวทางโซเชียลมีเดียว่า "ชั่วโมงแห่งอิสรภาพได้เดินทางมาถึงแล้ว" และเรียกร้องให้นายเอดมุนโด กอนซาเลซ อูร์รูเทีย ซึ่งเป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งก่อนหน้าและผลการนับคะแนนของพรรคบ่งชี้ว่าเขาเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งปี 2024 ได้กลับมาขึ้นครองอำนาจ
ในการแถลงข่าวของทรัมป์ยังระบุด้วยว่าบริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกันจะเข้ามาซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน "และเริ่มหาเงินเข้าประเทศ"
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า "เราจะขุดเอาความมั่งคั่งมหาศาลจากใต้ดิน" ซึ่งจะตกเป็นของประชาชนในเวเนซุเอลาและสหรัฐฯ พร้อมเสริมว่า "เราจะได้รับการชดเชยสำหรับทุกสิ่งที่เราใช้จ่ายไป"
ทรัมป์ระบุด้วยว่าสหรัฐฯ จะขายน้ำมันให้กับประเทศอื่น ๆ ด้วย
ส่วนการส่งกำลังทหารเข้าไปในเวเนซุเอลา ทรัมป์ระบุว่า "เราไม่กลัวที่จะส่งทหารเข้าไปปฏิบัติการ"

ที่มาของภาพ, Reuters
สหรัฐฯ ดำเนินคดีมาดูโรด้วยข้อหาอะไรบ้าง
แพม บอนดี อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของประเทศ กล่าวว่านายมาดูโรและนางซิเลีย ฟลอเรซ ภรรยาและสตรีหมายเลขหนึ่ง ถูกฟ้องดำเนินคดีในศาลเขตทางใต้ของนิวยอร์ก
ทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาหลายข้อหา ได้แก่ สมคบคิดเพื่อก่อการร้ายจากการค้ายาเสพติดและนำเข้าโคเคน, ครอบครองอาวุธปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง และสมคบคิดในการครอบครองอาวุธปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง เพื่อกระทำต่อสหรัฐฯ
"อีกไม่นานพวกเขาจะเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวอย่างเต็มรูปแบบของกระบวนการยุติธรรมอเมริกันบนแผ่นดินอเมริกา ในศาลของอเมริกา" บอนดี โพสต์บนแพลฟอร์มเอ็กซ์ (X)
นิโกลัส มาดูโร คือใคร เหตุใดจึงถูกสหรัฐฯ จับตัว
นิโกลัส มาดูโร ก้าวขึ้นมีบทบาทสำคัญในทางการเมืองภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ที่มีแนวคิดฝ่ายซ้าย และพรรคสังคมนิยมแห่งเวเนซุเอลาหรือพีเอสยูวี (United Socialist Party of Venezuela-PSUV)
ในอดีต เขาเคยเป็นพนักงานขับรถเมล์ และยังมีตำแหน่งอันยาวนานในสหภาพแรงงานของเวเนซุเอลา ก่อนที่เขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเวเนซุเอลาครั้งแรกด้วยคะแนนเสียงที่ชนะคู่แข่งอย่างเฉียดฉิวในเดือน เม.ย. 2013 โดยเป็นการสืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากนายฮูโก ชาเวซ หลังจากนายชาเวซถึงแก่อสัญกรรมในเดือน มี.ค. ปีเดียวกัน
นับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจ เขาถูกกล่าวหาว่า บ่อนทำลายประชาธิปไตยและละเมิดสิทธิมนุษยชน
ตลอด 11 ปีที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีก่อนการเลือกตั้งในปี 2024 นายมาดูโรสามารถจัดการกับฝ่ายค้านได้หลายครั้ง โดยได้รับความช่วยเหลือจากผู้นำฝ่ายค้านที่โจมตีกันเองแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การเอาชนะเขา
รัฐบาลของมาดูโรชอบแสดงตัวว่าเป็นตัวแทนของชาวเวเนซุเอลาส่วนใหญ่ซึ่งสนับสนุนให้รัฐบาลของเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งหลายครั้งและทำให้พวกเขาอยู่ในอำนาจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1999

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายมาดูโรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศตั้งแต่ปี 2006 จนถึงปี 2013 และเข้ารับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีเมื่อนายชาเวซถึงแก่อสัญกรรมในเดือน มี.ค. 2013 โดยเขาชนะการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการจากไปของประธานาธิบดีชาเวซด้วยคะแนนเสียงที่ไม่ได้ชนะขาด
ในปี 2018 นายมาดูโรชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นในการเลือกตั้งที่ถูกกล่าวว่า ไม่เสรีและไม่เป็นธรรม
ต่อมาในปี 2024 มาดูโรได้รับการประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง ถึงแม้ว่าผลการนับคะแนนที่รวบรวมโดยฝ่ายค้านจะบ่งชี้ว่านายเอดมุนโด กอนซาเลซ ผู้สมัครของฝ่ายตนมีคะแนนมากกว่าแบบแลนด์สไลด์ก็ตาม
ในยุคสมัยปัจจุบัน นายมาดูโรมีความขัดแย้งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับปัญหาผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาหลายแสนคนเดินทางเข้าไปยังสหรัฐฯ ตลอดจนการต่อสู้กับการทะลักเข้ามาของยาเสพติด โดยเฉพาะเฟนทานิลและโคเคนที่เข้าไปในสหรัฐฯ
ทรัมป์ได้ขึ้นบัญชีให้แก๊งยาเสพติด 2 กลุ่ม ได้แก่ เทรน เด อารากัว (Tren de Aragua) และคาร์เตล เด โลส โซเลส (Cartel de los Soles) เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ พร้อมกล่าวหาว่ากลุ่มคาร์เตล เด โลส โซเลส มีผู้นำคือนายมาดูโร
สหรัฐฯ เคยเสนอเงินรางวัล 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,600 ล้านบาท) สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมประธานาธิบดีมาดูโร
มาดูโรปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้เป็นผู้นำของแก๊งยาเสพติดแก๊งดังกล่าว และกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ใช้ "สงครามต่อต้านยาเสพติด" เป็นข้ออ้างในการโค่นเขาลงจากอำนาจและเข้ามาควบคุมน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา กองกำลังของสหรัฐฯ ได้โจมตีเรือมากกว่า 24 ลำในน่านน้ำสากล ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่าเรือเหล่านั้นถูกใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดเข้าสหรัฐฯ จากการโจมตีทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย
ซิเลีย ฟลอเรซ ภรรยาของนิโกลัส มาดูโร คือใคร
นางซิเลีย ฟลอเรซ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเวเนซุเอลา ซึ่งถูกควบคุมตัวมายังสหรัฐฯ และถูกฟ้องร้องดำเนินคดีพร้อมกับสามี ครองตำแหน่งระดับสูงในเวเนซุเอลาหลายตำแหน่ง ตั้งแต่อัยการสูงสุด และประธานสภาแห่งชาติ โดยเธอถูกมองว่าเป็นผู้มีบทบาททางการเมืองที่ทรงอิทธิพลด้วยตัวของเธอเอง
ฟลอเรซ ซึ่งมีอายุ 59 ปี ถูกเรียกขานว่าเป็น "นักรบหมายเลขหนึ่งของมาดูโร" เธอมักจะถูกถ่ายภาพว่ายืนอยู่เคียงข้างสามีในระหว่างปรากฏตัวในที่สาธารณะ
เธอดำรงชีวิตอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับสามี ซึ่งเป็นมาตรการที่สหรัฐฯ ดำเนินต่อทั้งคู่ตั้งแต่การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกของทรัมป์ โดยนางฟลอเรซถูกกล่าวหาว่าไปพัวพันกับการคอร์รัปชันของนายมาดูโร ซึ่งในเวลานั้นนายมาดูโรโต้กลับสหรัฐฯ โดยกล่าวว่า "คุณอย่างมายุ่งกับซิเลีย อย่ามายุ่งกับครอบครัว"
ฟลอเรซมีอาชีพเป็นทนายความ และครั้งหนึ่งเธอเคยต่อสู้เพื่อให้มีการปล่อยตัวนายฮูโก ชาเวซ ผู้พยายามยึดอำนาจรัฐบาลเวเนซุเอลาในปี 1992 และต่อมาได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดี เส้นทางอาชีพของเธอจึงผูกพันกับเครือข่ายของนายชาเวซมาโดยตลอด
วาระการดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติของฟลอเรซใช่ว่าจะไม่ถูกโต้แย้ง เธอยังมีกรณีที่ที่ถกเถียงจากการตัดสินใจห้ามไม่ให้สื่อเข้าไปรายงานข่าวภายในรัฐสภา รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจในทางที่ผิดเพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง
เครือญาติของนางฟลอเรซยังเคยตกเป็นเป้าหมายของสหรัฐฯ ด้วยข้อหาที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด เมื่อปี 2015 หลานชายสองคนของเธอถูกจับกุมตัวที่ประเทศเฮติ และถูกตัดสินจำคุกในสหรัฐฯ ในข้อหาค้ายาเสพติด ต่อมาพวกเขาได้รับการปล่อยตัวภายใต้ข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวนักโทษเมื่อปี 2022











