สว. 67 เป็นตัวแทนของใคร โจทย์ใหญ่ระบบเลือก สว. “ในดินแดนที่ชื่อไทยแลนด์”

สว.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และภาคประชาสังคมตั้งคำถามว่า สว. 200 คนที่กำลังจะ “เลือกกันเอง” เป็นตัวแทนของใคร พร้อมแสดงความกังวลใจต่อกระแสข่าว “เตรียมบล็อกโหวต” ท่ามกลางสารพัดคำถามที่เกิดขึ้นกับระบบเลือก สว. ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกของโลก

ประชาชนราว 30 คนให้ความสนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในกิจกรรม “เปิดคลินิก สว.” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw - ไอลอว์) และเครือข่าย ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ ช่วงบ่ายวันนี้ (17 มี.ค.)

คลินิกดังกล่าวเปิดให้บริการหลัก ๆ 3 อย่างคือ 1. ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ประสงค์จะลงสมัคร 2. ตรวจสอบกลุ่มอาชีพที่ผู้สมัครสามารถจะลงได้ โดยคำสำคัญคือ ต้องมีประสบการณ์ในด้านนั้น “ไม่ต่ำกว่า 10 ปี” และ “ลงสมัครได้เพียงกลุ่มเดียว” ทั้งนี้ หากใครไม่แน่ใจว่าจะลงสมัคร สว. ในกลุ่มอาชีพใด ก็มี “กลุ่มอื่น ๆ” ที่เปิดกว้างรองรับผู้ทำงานเฉพาะด้านที่ไม่เข้ากลุ่ม 1-19 และ 3. ตรวจสอบและแนะนำอำเภอที่ผู้สมัครสามารถจะลงได้

กฎหมายกำหนดให้ผู้สมัคร สว. ต้องมีแบบหนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว. 4) และต้องมีผู้รับรองและพยานอย่างน้อย 1 คน นอกเหนือจากแบบใบสมัคร (สว. 2) และแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ยกเว้นผู้สมัครใน 2 กลุ่มที่ไม่ต้องใช้แบบ สว. 4 ได้แก่ กลุ่มสตรี กับกลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ ชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น

เอกสารนี้จัดทำโดยไอลอว์ โดยระบุข้อมูล 20 กลุ่มอาชีพ และขั้นตอนการเลือก สว. 3 ระดับ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, เอกสารนี้จัดทำโดยไอลอว์ โดยระบุข้อมูล 20 กลุ่มอาชีพ และขั้นตอนการเลือก สว. 3 ระดับ

เปิดคำถามยอดฮิตใน “คลินิก สว.”

บีบีซีไทยพูดคุยกับอาสาสมัครประจำ “คลินิก สว.” ของไอลอว์ได้ความว่า คำถามยอดฮิตในหมู่ผู้สนใจจะลงสมัคร สว. นอกเหนือจากการสอบถามข้อมูลจำเพาะของแต่ละบุคคล อาทิ

  • การกำหนดให้มีประสบการณ์ในกลุ่มอาชีพ 10 ปี มีวิธีตรวจสอบอย่างไร
  • ผู้สมัครสามารถหาเสียงได้หรือไม่
  • ขั้นตอนการเลือกในกลุ่มและไขว้กลุ่มอาชีพเป็นอย่างไร และจะรู้จักผู้สมัครนอกกลุ่มอาชีพตัวเองได้อย่างไร
  • กลวิธี “จัดตั้ง” หรือเกณฑ์คนไปลงสมัครทำได้จริงหรือไม่ และจะเกิดขึ้นในชั้นไหนอย่างไร

การเลือก สว. ชุดใหม่จำนวน 200 คน จะเริ่มนับหนึ่งในเดือน พ.ค. นี้ เพื่อทดแทน “สว. ชุดเฉพาะกาล” จำนวน 250 คน ที่มาจากการคัดเลือกและแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกำลังจะหมดวาระลงวันที่ 11 พ.ค.

คลินิก สว.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

อย่างไรก็ตาม ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนไม่มีสิทธิเลือก สว. แต่เปิดโอกาสให้เฉพาะผู้สมัคร สว. ที่ชำระค่าธรรมเนียมการสมัคร 2,500 บาทเท่านั้นที่จะมีสิทธิเลือก เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้ใช้ระบบ “เลือกกันเอง” ของแต่ละกลุ่มอาชีพรวม 20 กลุ่ม และ “เลือกแบบไต่ระดับ” จากระดับอำเภอ สู่ระดับจังหวัด และระดับประเทศ โดยแต่ละระดับ มี 2 รอบ รอบแรก ให้เลือกคนที่อยู่ในกลุ่มอาชีพเดียวกัน ได้ผู้ได้รับเลือกขั้นต้น และรอบสอง ให้แบ่งสาย “เลือกไขว้” กลุ่มอาชีพอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน เมื่อผ่านครบ 3 ระดับ สุดท้ายจะได้ชื่อ 10 อันดับแรกของแต่ละกลุ่ม เป็น สว. ชุดใหม่รวม 200 คน

ระบบนี้นำมาใช้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยและโลก แม้แต่ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ก็ยังออกปากยอมรับว่าการเลือก สว. ตามรัฐธรรมนูญเรา “ซับซ้อนที่สุดในโลก” และรู้สึก “ลำบากใจแทนผู้สมัคร... ถ้าไม่ดีจริงก็คงผ่านยาก”

กกต. ตั้งเป้าหมายว่าจะมีผู้สมัครเป็น สว. 1 แสนคน หากเป็นจริงตามนั้นเท่ากับว่า จะมีผู้มีสิทธิเลือก สว. เพียง 1 แสนคน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวไทยทั้งประเทศราว 51 ล้านคน

สำนักงาน กกต. เผยแพร่แนวทางการแบ่งสายผู้สมัคร สว. แต่ละกลุ่ม

ที่มาของภาพ, PR ECT

คำบรรยายภาพ, สำนักงาน กกต. เผยแพร่แนวทางการแบ่งสายผู้สมัคร สว. แต่ละกลุ่ม

ไอลอว์ชี้ระบบออกแบบมาเพื่อ “คนมีอายุ-มีเพื่อน-มีเวลา-มีเงิน”

ขณะที่ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารไอลอว์ คำนวณว่า หากผู้สมัคร สว. ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะได้โหวตถึง 42 โหวต แต่คำถามคือ สว. ปี 2567 เป็นตัวแทนของใคร หากบอกว่ามาจากพื้นที่ก็ไม่ใช่ เพราะเมื่อผ่านจากระดับอำเภอก็ต้องถูกคัดต่อในระดับจังหวัดและระดับประเทศเป็นขั้นสุดท้าย จากอำเภอที่เลือกคุณไป คุณอาจไปตกในระดับต่อไปก็ได้ หรือถ้าบอกว่ามาจากกลุ่มอาชีพ ก็ได้นิดหน่อย แต่เมื่อกลุ่มอาชีพเลือกกันเองในขั้นต้นรอบแรกแล้ว ก็ถูกตัดสินโดยอาชีพอื่นในรอบเลือกไขว้

“กลายเป็นว่า สว. มาจากพื้นที่ก็ไม่ใช่ มาจากกลุ่มอาชีพ ก็ไม่เป็นอย่างนั้น... ระบบนี้เป็นระบบที่ออกแบบมาสำหรับคนที่มีอายุ มีเพื่อน มีเวลา และมีเงิน” ผอ.ไอลอว์กล่าว พร้อมขยายความของ 4 คำดังกล่าวเอาไว้ว่า

  • มีอายุ: ต้องอายุ 40 ปีขึ้นไป (นับจากวันสมัคร)
  • มีเพื่อน: ต้องมีเพื่อนในกลุ่มอาชีพที่เลือกกันมา
  • มีเงิน: ต้องเสียค่าสมัคร 2,500 บาท ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่พร้อม เหลือเวลาเดือนกว่าต้องหยอดกระปุก
  • มีเวลา: เนื่องจากกระบวนการเลือกใช้อย่างน้อย 4 วันคือ วันสมัคร ซึ่งต้องเดินทางไปสมัครที่อำเภอ/เขตด้วยตนเอง, วันเลือกระดับอำเภอ, วันเลือกระดับจังหวัด และวันเลือกระดับประเทศ

ภายใต้ระบบเลือก สว. นี้ ยิ่งชีพ ชี้ว่าหากมีคนประสงค์ร้ายต้อง “ซื้อทีหลัง” ตอนที่รู้แล้วว่าผู้สมัครเหล่านั้นจะมีสิทธิโหวตตามที่เขาต้องการหรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่ต้องการเห็นคือ ผู้สมัครที่ซื้อไม่ได้ มีจิตใจเสรี เป็นธรรม

“งานนี้ผมทำไม่ได้ ขอให้เดินไปสมัครด้วยใจกลาง ๆ ท่านอยากเลือกใครเลือกเลย เลือกด้วยใจเป็นธรรม ถ้าท่านทำแบบนั้น ถ้าคนเป็นหมื่นเป็นแสนที่อายุถึงเดินไปสมัครแล้วทำแบบนั้น อย่างน้อยเราก็ได้ สว. หลากหลาย” ยิ่งชีพ วัย 38 ปี กล่าว

ยิ่งชีพ หวังพึ่ง “พี่ ๆ” สมัครเพื่อโหวต-ดูกระบวนการเลือก

ยิ่งชีพ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ บอกว่า “ขออภัยที่ไม่ลงสนามนี้ เพราะอายุไม่ถึง” และทีมงานไอลอว์ไม่มีใครสมัครได้เลยสักคน

ผอ.ไอลอว์ เรียกขานวันที่ 11 พ.ค. 2567 ว่าเป็นการ “เดินหน้าสู่ยุคใหม่” ซึ่งหลายคนอาจมีความหวังกับคนรุ่นใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ยกที่จะเกิดขึ้นนี้ “คนรุ่นใหม่ทำไม่ได้ ต้องพึ่งพาพี่ ๆ ลุง ป้า น้า อา... น้อง ๆ ไปไม่ได้แล้ว เกมนี้เขาไม่ให้เราเล่น ต้องขอให้พี่ ๆ ไปทำแทน”

เขาบอกว่า หากไม่สู้ในสนามนี้ ไม่ทำอะไรเลย ไม่มีส่วนร่วมเลย สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ สว. ชุดต่อไปไม่ได้เป็นตัวแทนในอำเภอ กลุ่มอาชีพ และประชาชนที่หลากหลาย “สิ่งกลัวที่สุดคืออาจเป็นกลุ่มคนที่ซื้อได้ ในอนาคตเราอาจเสนอแก้รัฐธรรมนูญอีก พวกไม่อยากแก้ก็เอาเงินไปยัด สว. อีก มันก็ไปไหนไม่ได้”

ยิ่งชีพ ชวนลบภาพการสมัคร สว. แบบเดิมที่ “ไปสมัครเพื่ออำนาจ ได้ใส่สูทนั่งในสภา” ออกไป แล้วให้คิดว่าถ้าไม่อยากเป็นก็ไปสมัคร “เพื่อโหวต” แทนคนเป็นหมื่นเป็นแสนที่สมัครไม่ได้ และ “เพื่อเข้าไปดูกระบวนการ” เนื่องจาก กกต. เปิดให้เฉพาะผู้สมัครเท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีผู้สังเกตการณ์

ยิ่งชีพ ยังส่งสัญญาณถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร่งออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือก สว. ชุดใหม่ทันที 12 พ.ค. หลัง สว. ชุดปัจจุบันหมดอายุในวันที่ 11 พ.ค. นี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น คาดว่าจะเริ่มรับสมัครได้ตั้งแต่ปลาย พ.ค. และได้ สว. ชุดใหม่ปลายเดือน ก.ค.

นักรัฐศาสตร์เผยเบื้องหลัง กรธ. แบ่ง 20 กลุ่ม-ให้เลือกกันเอง

ด้าน ปุรวิชญ์ วัฒนสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มธ. เป็นอีกคนที่ออกมาตอกย้ำว่าระบบเลือก สว. ของไทยที่กำลังจะเกิดขึ้น “เป็นครั้งแรกในโลก ไม่มีประเทศไหนในโลกทำแบบนี้”

จากการศึกษาค้นคว้าของนักรัฐศาสตร์รายนี้ ประเทศที่เลือก สว. กลุ่มอาชีพมีเพียงประเทศเดียวคือสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ซึ่งมี สว. ทั้งหมด 60 คน ในจำนวนนี้มี 43 คนที่มาจากการคัดเลือกของคณะกรรมการสรรหาพิเศษ 5 ด้าน ได้แก่ 1. การบริหารงานภาครัฐและสังคม 2. เกษตรกรรม 3. วัฒนธรรมและการศึกษา 4. อุตสาหกรรมและการพาณิชย์ 5. แรงงาน โดยแต่ละด้านมีการกำหนดจำนวนชัดเจน และกำหนดว่าต้องได้รับการเสนอชื่อโดยองค์กรวิชาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือถ้าใครจะเสนอชื่อตัวเองก็ต้องได้รับการรับรองจากสมาชิกรัฐสภา เข้าใจว่าเพื่อให้เกิดการยึดโยงกับประชาชน

อย่างไรก็ตามวุฒิสภาของไอร์แลนด์มีอำนาจจำกัด และถูกวิจารณ์เรื่องความชอบธรรมมาก ถึงขั้นเคยมีการจัดให้มีการออกเสียงประชามติปี 2013 เพื่อถามว่าให้ยกเลิก สว.หรือไม่ ซึ่งประชาชน 51.7% ไม่ต้องการให้ยกเลิก ขณะที่ 48.3% ต้องการให้ยกเลิก “แต่ระบบเลือก สว. ของไทยมีช่องโหว่ที่ให้ใครก็ได้เดินมาสมัคร แล้วใครรับรอง ใครตรวจสอบ”

ปุรวิชญ์ วัฒนสุข

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ปุรวิชญ์ วัฒนสุข บอกว่า การเลือก สว. กลุ่มอาชีพที่ใกล้เคียงที่สุดเกิดขึ้นที่ไอร์แลนด์ ซึ่งมี สว. จากกลุ่มอาชีพ 43 คน ส่วนอีก 11 คนมาจากการเสนอชื่อของนายกฯ และอีก 6 คนมาจากการเสนอชื่อของ 2 มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของประเทศ

ปุรวิชญ์ เป็นผู้เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกในหัวข้อ “The Politics and Institutional Change in the Senate of Thailand” (การเมืองกับการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันของวุฒิสภาในประเทศไทย)

ในระหว่างจัดทำวิทยานิพนธ์ดังกล่าว เขามีโอกาสสัมภาษณ์กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) บางคน และสังเกตการณ์กระบวนการจัดรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย (Focus Group) ในประเด็นที่มา สว. ทำให้รู้ว่าบางคำถามที่สังคมกำลังสงสัยในเวลานี้ ก็เป็นคำถามที่ กรธ. เคยถาม-เคยสงสัยเมื่อ 7 ปีก่อน

  • ทำไมต้องแบ่ง 20 กลุ่ม: ในระหว่างรับฟังความเห็นกลุ่มย่อย มีเสียงทำนองว่าพอแบ่งแล้วทำไมไม่มีกลุ่มฉัน เลยเป็นที่มาของกลุ่มอื่น ๆ “สำหรับผมไม่มีคำอธิบายบนพื้นฐานวิชาการ นิยามไม่ได้ แต่คือไทยสไตล์ ให้สะดวก ไม่รู้จะลงกลุ่มไหนก็มาลงกลุ่มอื่น ๆ”
  • ทำไมต้องเลือกกันเอง: กรธ. อธิบายว่า “ต้องการความหลากหลายทางความคิด” เขาพยายามจะหาแนวทางที่ไม่เลือกตั้งทั้งหมด หรือแต่งตั้งทั้งหมด จะกลับมาแบบปี 2550 ก็เห็นปัญหา จึงพยายายามออกแบบ “สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นตัวแทนความคิดทางสังคม” นี่คือฐานคิดของคนร่างรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตามด้วยกระบวนการเลือกไขว้ซับซ้อน 3 ระดับ ทำให้อาจารย์ปุรวิชญ์ไม่มั่นใจว่าผลลัพธ์สุดท้ายของ 200 สว. จะได้คนที่มีความหลากหลายทางความคิดแบบที่ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญบอกไว้จริงหรือไม่

“ยิ่งมีกระแสข่าวว่าเตรียมทุ่ม เตรียมบล็อกโหวตอะไรกัน... กระบวนการทุ่มโหวต บล็อกโหวตเกิดตั้งแต่ปี 2561 แล้ว ข่าวเก่ามี บอกราคากันเลย แล้วให้เก็บมือถือ (ของผู้สมัคร) แล้วจะเก็บหลักฐานยังไง ไม่มีมือถือ ไม่มีใบเสร็จ ไม่มีหลักฐานตามตัวไม่ได้” ปุรวิชญ์ กล่าว

ย้อนไปเมื่อปี 2561 สำนักงาน กกต. เคยทดสอบระบบเลือก สว. กลุ่มอาชีพ อย่างไม่เต็มรูปแบบมาแล้ว ซึ่งเป็นการเลือกตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ โดยจัดให้มีการเลือก สว. 10 กลุ่มอาชีพ เพื่อเฟ้นหา สว. 200 คน ก่อนส่งรายชื่อให้ คสช. เคาะเหลือ 50 คนสุดท้าย

รัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ สว. ชุดปัจจุบันลงสมัครรับเลือกเป็น สว. ชุดใหม่ 200 คน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, รัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ สว. ชุดปัจจุบันลงสมัครรับเลือกเป็น สว. ชุดใหม่ 200 คน

เตรียมเขียนบทความบอกชาวโลก “มีระบบนี้ในดินแดนที่ชื่อว่าไทยแลนด์”

ส่วนปัญหาอื่น ๆ ที่อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์สำนักธรรมศาสตร์เห็นคือ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกกับเลือกคือคน ๆ เดียวกัน ซึ่งในสากลโลกมันไม่ใช่อย่างนี้ และต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะมีสิทธิโหวต แต่ในเมื่อผู้สมัครกับคนเลือกคือคนเดียวกัน คุณจะกล่าวอ้างได้อย่างไรว่าเป็นตัวแทนของใคร ถ้าเอาตามข้อมูลที่ กกต. บอกว่ามีผู้แจ้งความประสงค์จะลงสมัครแล้ว 2 แสนคน คน 200 คนนี้ถือเป็นตัวแทนของคน 2 แสนคนหรือ จะกล่าวอ้างได้อย่างไรว่าเป็นตัวแทนกลุ่มอาชีพอย่างแท้จริง

“สว. เป็นตัวแทนของใคร ทำเพื่อใคร รับผิดชอบกับใคร จะเป็นโจทย์ใหญ่มาก และ สว. ชุดนี้ต้องอยู่ไปอีก 5 ปี ผมคิดว่าจุดเริ่มต้นมันก็หาเหตุผลไม่ได้อยู่แล้ว มันกลัดกระดุมเม็ดแรกก็ผิดแล้ว แล้วเราต้องเดินหน้าไปสู่แบบนี้ ผมจึงคิดว่ารอบนี้น่าจะมีความโกลาหลวุ่นวายพอสมควร” ปุรวิชญ์ ให้ความเห็น

นักวิชาการรายนี้ยังเปิดเผยด้วยว่า จะเขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษ เพราะ “ตั้งใจให้โลกรู้ว่ามีระบบนี้ในดินแดนที่ชื่อว่าไทยแลนด์”

ในทัศนะของ ปุรวิชญ์ การเลือกตั้งที่ดีควรเป็นการเลือกตั้งที่ทุกคนเข้าใจได้ง่าย เข้าถึงได้ง่าย ไม่ควรเป็นเรื่องเทคนิค ต้องจำชื่อนี้ ต้องรู้ว่ากลุ่มนี้เบอร์นี้ ไขว้แบบนี้ เพราะถ้าเทคนิคมาก จะกลายเป็นการเลือกตั้ง exclusive เฉพาะกลุ่ม มันไม่ inclusive ที่รวมทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม

บัตรเลือก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ตัวอย่างบัตรลงคะแนนระดับอำเภอ ด้านซ้าย เป็นการเลือกภายในกลุ่มอาชีพ ด้านขวา เป็นการเลือกไขว้ข้ามกลุ่มภายในสายเดียวกัน

ภารกิจของ 3 ผู้เสนอตัวชิงเก้าอี้ สว. “เพื่อการเปลี่ยนแปลง”

ในระหว่างเสวนาหัวข้อ “Senate for Change สว. เพื่อการเปลี่ยนแปลง” มีว่าที่ผู้สมัคร สว. อย่างน้อย 3 คน จาก 3 กลุ่มอาชีพ ร่วมเปิดตัวบนเวที พร้อมประกาศถึงความเปลี่ยนแปลงที่พวกเขาคาดหวังจะเห็นและต้องการมีส่วนร่วมผลักดันให้เป็นจริง

บีบีซีไทยขอสรุปสาระสำคัญเอาไว้ ดังนี้

พนัส ทัศนียานนท์ เปิดเผยว่า เหตุที่ตัดสินใจลงสมัคร สว. เพราะต้องการ “เข้าไปเพื่อรื้อรัฐธรรมนูญ” เพราะเป็นพัฒนาการของกลุ่มคนที่ไม่เคยเชื่อมั่นในประชาธิปไตย แต่เข้ามามีบทบาทและผูกขาดการเขียนรัฐธรรมนูญของประเทศนี้มาตลอด นักร่างรัฐธรรมนูญที่ใช้ชื่อว่าเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ไส้ในไม่ใช่

“ครั้งนี้จะเป็นการแก้มือของผม ในการเข้าไปร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ก็นึกว่าสุดยอดแล้ว แต่พอกลายพันธุ์ กลายเป็น monster (ปิศาจ) วิวัฒนาการของมันเป็นอะไรที่น่าเกลียดน่ากลัวมากเลยรัฐธรรมนูญไทย ผมคิดว่าก่อนที่ผมจะตาย ถ้าผมมีโอกาสทำตรงนี้ได้ ก็จะเป็นคุณูปการในการเกิดมาในประเทศนี้ ได้ทำสิ่งนี้ให้แก่ชาติบ้านเมือง ทำให้มันสำเร็จ... ทำให้เป็นรัฐธรรมนูญที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง” พนัส กล่าว

สำหรับ พนัส วัย 82 ปี เป็นอดีตอัยการ และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. (2529-2531) และมีประสบการณ์ทางการเมืองในฐานะอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ชุดจัดทำรัฐธรรมนูญ 2540 และอดีต สว.ตาก ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน (2543-2549)

ในครั้งนี้ เขาเสนอตัวลงสมัคร สว. กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยลงที่บ้านเกิด อ.แม่สอด จ.ตาก

อรรถพล, สุพีชา, พนัส (จากซ้ายไปขวา) เปิดตัวลงสมัคร สว.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, อรรถพล, สุพีชา, พนัส (จากซ้ายไปขวา) เปิดตัวลงสมัคร สว.

สุพีชา เบาทิพย์ ผู้ก่อตั้งและผู้ประสานงาน “กลุ่มทำทาง” ซึ่งมีบทบาทผลักดันสิทธิในการหยุดการตั้งครรภ์ เสนอตัวลงสมัคร สว. กลุ่มประชาสังคมและกลุ่มองค์กรสาธารณประโยชน์ ที่เขตบางพลัด กทม.

เธอมองว่า สว. ชุดปัจจุบันไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน และรู้สึก “โกรธมาก” ตอน สว. ยกมือเลือกนายกฯ โดยไม่ได้ทำตามเสียงของคนส่วนใหญ่ “สุดท้ายจึงต้องลุกขึ้นมา จะได้ไม่ได้ไม่เป็นไร ฉันอยากจะมีส่วนร่วม ฉันไม่อยากนั่งอยู่เฉย ๆ แล้วให้คุณทำอะไรก็ได้”

สุพีชา บอกเล่าประสบการณ์ในช่วงผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายทำแท้งว่า ได้เข้าไปร่วมประชุมกับ สว. บางส่วน ซึ่งรู้สึกน่าตกใจมากที่คนเหล่านี้ไม่ได้สนใจความทุกข์ยากของผู้หญิง แต่ใช้ศีลธรรมของพวกเขากำหนดความคิด

“ที่เราเข้ามาตรงนี้ เพราะอยากพูดว่าผู้หญิงที่ทำแท้งก็เป็น สว. ได้ เราก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยทำแท้ง มนุษย์ทุกคนมีเกียรติศักดิ์ศรีไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เราเป็นคนเท่า ๆ กัน” เธอกล่าวและว่า การสู้อาจเป็นการสู้ตั้งแต่วันนี้ สะสมความเข้าใจและตระหนักในประเด็นที่เราจะพูดถึง เช่น ผู้หญิงทำแท้ง LGBTQ+ ถ้าคนเข้าใจมากขึ้น 1 คน 5 คน 10 คน ก็คือชัยชนะแล้ว กี่คูหาก็สู้ สู้ไปเรื่อย ๆ

อรรถพล ศรีชิษณุวรานนท์ ผู้จัดการศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการพุทธมณฑล เสนอตัวลงสมัคร สว. กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ ชาติพันธุ์ โดยลงสมัครที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ด้วยความฝันจะเห็น สว. ที่ไม่สืบทอดอำนาจ จึงมองว่านี่อาจเป็นโอกาสเล็ก ๆ และเป็นหมุดหมายหนึ่ง

หากได้เข้าสภาสูง อรรถพล ตั้งใจจะทำ 5 ภารกิจคือ ยกมือให้การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทุกมาตรา โดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง, ร่วมกลั่นกรองกฎหมายบนหลักการประชาธิปไตย, ตรวจสอบการทำงานของ สส. และเข้าไปร่วมพิจารณาประเด็นคนพิการ ส่งเสริมให้คนพิการดำรงชีวิตที่อิสระได้ ไม่ใช่รัฐเป็นผู้ควบคุมดูแล, ให้ความเห็นชองการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระที่เห็นคุณค่าสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และความเป็นธรรม

ถึงขณะนี้สำนักงาน กกต. ยังไม่ได้ออกระเบียบเรื่องการแนะนำตัวผู้สมัคร แต่ประธาน กกต. ระบุไว้เมื่อ 4 มี.ค. ว่าการเปิดตัวลงสมัคร สว. “คิดว่าทำได้ เพราะเป็นเรื่องปกติหากแสดงความสนใจก็บอกได้ ไม่มีใครห้าม”

หนึ่งในอำนาจที่สำคัญของ สว. คือการเป็นด่านคัดกรองผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, หนึ่งในอำนาจที่สำคัญของ สว. คือการเป็นด่านคัดกรองผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ