เลือก 200 สมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ข้ามวัน "คนดัง" ตกรอบเพียบ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สารพัด “คนดัง” ต้องชวดสิทธิเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่เว้นกระทั่งอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตนายตำรวจคนดัง รวมถึงผู้สมัครที่เรียกตัวเองว่า “สว. ภาคประชาชน” เมื่อพวกเขาพากันตกรอบในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับประเทศ
กระบวนการเลือก สว. แบบ “มาราธอนข้ามวัน” ใช้เวลาราว 20 ชม. ก่อนได้รายชื่อว่าที่ สว. ชุดใหม่ 200 คน โดยเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันที่ 26 มิ.ย. ก่อนเสร็จสิ้นการนับคะแนนในเวลา 04.00 น. ของวันที่ 27 มิ.ย.
ผู้สมัคร 2,995 คนสุดท้ายที่อยู่ในกลุ่มอาชีพรวม 20 กลุ่ม ผ่านการเลือกมาแล้ว 2 ระดับคือ ระดับอำเภอ 928 อำเภอ/เขต (คัดจาก 4.6 หมื่นคน เหลือ 2.3 หมื่นคน) และระดับจังหวัด 77 จังหวัด (คัดจาก 2.3 หมื่นคน เหลือ 3 พันคน) ก่อนมาถึงระดับประเทศ (คัดจาก 3 พันคน เหลือ 200 คน)
ทว่าจนถึงเวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดรับการรายงานตัว มีผู้สมัครมารายงานตัว 2,989 คน โดยขาดไป 6 คน
ขณะที่ "คนดัง" บางส่วนต้องกลับบ้านไปเพราะ "ตกรอบ" ในจำนวนนี้คือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และน้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร ที่ตกรอบ “เลือกไขว้” โดยมีคะแนนเพียง 10 คะแนนเท่านั้น จากเดิมมีข่าวปรากฏทางหน้าสื่อว่าเขาคือแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานวุฒิสภา แต่กลับไม่ผ่านแม้กระทั่งเป็นบัญชีสำรอง ทั้งนี้นายสมชายได้เดินทางออกจากสถานที่เลือกในช่วงชุลมุน ทำให้สื่อมวลชนที่ปักหลักรอทำข่าว ไม่ได้สัมภาษณ์ความรู้สึกแต่อย่างใด
เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.ชยพล ฉัตรชัยเดช อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ที่ “ตกรอบ” ไปโดยทำคะแนนได้ 11 คะแนน
หนึ่งในผู้สมัครจากกลุ่มสื่อสารมวลชนฯ ให้ความเห็นว่า "กระบวนการวันนี้ ทำให้เห็นว่าบ้านใหญ่น่าจะฮุบ สว. ไป"
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดการณ์ว่า จะประกาศรับรองรายชื่อ สว. ทั้ง 200 คน พร้อมบัญชีสำรอง 100 คน (กลุ่มอาชีพละ 5 คน) ได้ภายในวันที่ 2 ก.ค.
ระบบการเลือก สว. ของไทยถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิเลือก แต่ให้เฉพาะผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายและจ่ายค่าธรรมเนียม 2,500 บาทเป็นผู้มีสิทธิเลือก โดยกำหนดให้ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ และ “เลือกไขว้” กลุ่มร่วมสาย
สว.ชุดที่ 13 จะเข้ารับหน้าที่แทน 250 สว. ชุด “เฉพาะกาล” ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และดำรงตำแหน่งครบวาระเมื่อ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
กกต. อ้าง "ปัญหาเทคนิค" ถ่ายสดทุกกลุ่มไม่ได้
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะ ผอ.การเลือกระดับระเทศ นัดหมายแถลงภาพรวมกระบวนการเลือก สว. ระดับประเทศ ในวันที่ 27 มิ.ย.
ก่อนหน้านี้ เลขาธิการ กกต. เปิดแถลงข่าวหลังจากเสร็จสิ้นการเลือก สว. รอบแรก "เลือกกันเอง" ในกลุ่มอาชีพ โดยระบุว่าภาพรวมได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้สมัคร สว. แต่ด้วยกระบวนการเลือกที่มีผู้สมัครกลุ่มละ 154 คน รวม 20 กลุ่ม การนับคะแนนของบัตร 1 ใบ เจ้าหน้าที่ต้องอ่านและขานคะแนนบัตรละ 10 ครั้ง ทำให้เลยเวลาจากที่ประมาณการไว้
ส่วนภาคบ่ายด้วยจำนวนคนที่ลดลงและสิทธิการลงคะแนนในรอบไขว้น้อยลง จึงคาดว่ากระบวนการลงคะแนนอาจเสร็จสิ้นที่เวลา 20.00 น. แต่ยังไม่รวมระยะเวลาการนับคะแนน
นายแสวงยังกล่าวถึง การทักท้วงตามสิทธิของผู้สมัคร ทั้งการขานและขีดคะแนน พบว่าส่วนใหญ่เป็นการทักท้วงหลังจากทราบผลคะแนนแล้ว ไม่ได้เป็นการทักท้วงระหว่างการขานและขีดคะแนน บุคคลที่ต้องการทักท้วงจึงต้องไปใช้สิทธิทางช่องทางศาล เนื่องจากกระบวนการจบไปแล้ว
ส่วนปัญหาเรื่องการสังเกตการณ์กระบวนการเลือก สว. ที่พบตั้งแต่ช่วงเช้า ตั้งแต่เรื่องกล้องวงจรปิดที่ถ่ายทอดให้เห็นแต่ภาพ แต่ไม่มีเสียง และไม่มีการตั้งบอร์ดแสดงผลคะแนนให้สื่อติดตามรายงานผล เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า รายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบไขว้ 40 คน ต้องเปิดเผยอยู่แล้วและจะปิดผลคะแนนเฉพาะในสถานที่ใช้นับคะแนนเท่านั้น
ส่วนกล้องวงจรปิดมีไว้เพื่อคุ้มครองผู้สมัครและเจ้าหน้าที่สำหรับใช้เป็นเอกสารหลักฐานในชั้นศาลเมื่อมีกระบวนการทักท้วง และ "เป็นปัญหาทางเทคนิค" ในการนำเสนอภาพออกมาให้เห็นทั้งหมด
ขั้นตอนเลือก สว. ระดับประเทศ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
บีบีซีไทยขอสรุปขั้นตอนในการเลือก สว. ระดับประเทศให้เข้าใจง่าย ๆ โดยมีการปรับเวลาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ดังนี้
08.00-09.00 น. รายงานตัว: ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดต้องมาถึงและแสดงตนต่อคณะกรรมการประจำสถานที่เลือก (กปล.) ของกลุ่มที่ตนลงสมัคร ส่งมอบโทรศัพท์มือถือและเครื่องมือสื่อสาร และแสดงหลักฐานเป็นบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ หรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน
09.25 น. เลขาธิการ กกต. ในฐานะ ผอ.การเลือกระดับประเทศ ประชุมชี้แจงผู้สมัคร โดยย้ำว่า “ห้ามมิให้แนะนำตัวบริเวณนี้เด็ดขาด” และ “เอกสารที่นำเข้าได้คือเอกสารแนะนำตัว หรือ สว. 3 กับคู่มือในการเลือกเท่านั้น”
09.45 น. ลงคะแนนรอบแรก: เป็นการ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ ผู้สมัครจะได้รับบัตรลงคะแนนเพียง 1 ใบเท่านั้น บัตรแต่ละใบมี 10 ช่อง โดยสามารถลงคะแนนให้เพื่อนร่วมกลุ่มได้ไม่เกิน 10 คน (ต้องเลือกจากผู้สมัครในกลุ่มทั้งหมด 154 คน แต่หลายกลุ่มมีจำนวนผู้สมัครไปครบโควตาสูงสุดนี้) จะลงคะแนนให้ตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกิน 1 คะแนนมิได้ ในการลงคะแนนให้เขียนหมายเลขประจำตัวผู้สมัครที่ต้องการเลือกลงไป โดยเขียนเลขอารบิกเท่านั้น
นับคะแนนรอบแรก: การนับคะแนนจะเกิดขึ้น ณ สถานที่เลือกภายหลังปิดการลงคะแนนแล้ว โดยผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 40 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม เป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้นในกลุ่มนั้น ๆ นั่นหมายความว่า จะมีผู้สมัคร 800 คนได้เข้าสู่รอบสุดท้าย
ให้ผู้สมัครได้พักรับประทานอาหารกลางวัน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
16.10 น. จับสลากเพื่อแบ่งสาย: ให้ผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนไปจับสลากแบ่งสาย จำนวนไม่เกิน 4 สาย สายละ 5 กลุ่ม ปรากฏว่า สาย ก ประกอบด้วย กลุ่มที่ 7, 11, 13, 16, 20 สาย ข ประกอบด้วย กลุ่ม 1, 4, 6, 17, 18 สาย ค ประกอบด้วย กลุ่มที่ 5, 8, 9, 12, 15 และ สาย ง ประกอบด้วย กลุ่มที่ 2, 3, 10, 14, 19
18.45 น. แจกเอกสาร สว. 3 ของแต่ละสาย ให้ผู้สมัครได้ศึกษาโดยใช้เวลาราว 1 ชม.
20.00 น. เริ่มลงคะแนนรอบสอง: เป็นการ “เลือกไขว้” กลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน ผู้สมัครจะได้รับบัตรลงคะแนน 4 ใบ บัตรแต่ละใบมี 5 ช่อง โดยสามารถลงคะแนนให้ผู้สมัครจากกลุ่มอื่นที่อยู่สายเดียวกันกลุ่มละ 5 คน รวมแล้วได้ 20 โหวต (ต้องเลือกกลุ่มละ 5 คน จากผู้สมัครทั้งหมดในแต่ละกลุ่ม 40 คน หรือคิดง่าย ๆ ว่าโหวตได้ 20 คน จากทั้งหมด 160 คน) จะเลือกตนเองหรือผู้สมัครกลุ่มเดียวกับตนเองมิได้ ในการลงคะแนนให้เขียนหมายเลขประจำตัวผู้สมัครที่ต้องการเลือกลงไป โดยเขียนเลขอารบิกเท่านั้น
นับคะแนนรอบสอง: การนับคะแนนจะเกิดขึ้น ณ สถานที่เลือกภายหลังการปิดลงคะแนนแล้ว โดยผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 10 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม จะได้เป็น สว. ตัวจริง ส่วนผู้ที่ได้คะแนนในลำดับที่ 11-15 ของกลุ่มนั้น ๆ จะอยู่ในบัญชีสำรอง
กระบวนการเลือก สว. เสร็จสิ้นลงในเวลาราว 04.00 น. ของวันที่ 27 มิ.ย.
เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นทุกกระบวนการ กกต. จะประกาศผลการเลือก สว.ระดับประเทศตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้คือวันที่ 2 ก.ค. และส่งไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภารับทราบเพื่อดำเนินต่อไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ไม่มารายงานตัว 6 คน
ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยร่วมสังเกตการณ์กระบวนการเลือก สว. ระดับประเทศ ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมอิมแพคฟอรัม อาคาร 4 เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
โดยมีอยู่ 6 กลุ่มอาชีพที่มีผู้สมัคร สว. เต็มโควตา จำนวน 154 คน ส่วนอีก 14 กลุ่มมีผู้สมัครไม่เต็มโควตา โดยกลุ่ม 12 กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม มียอดน้อยที่สุดจำนวน 129 คน ซ้ำยังไม่มารายงานตัวอีก 1 คน
บรรยากาศในวันนี้เป็นไปด้วยความคึกคัก ผู้สมัครทยอยเดินทางมาถึงตั้งแต่รุ่งสางราว 05.30 น. จนกระทั่งเวลา 09.00 น. มีผู้ไม่มารายงานตัว 6 คน จากกลุ่ม 9 จำนวน 2 คน ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่ม 5, 7, 12, 18 ขาดไปกลุ่มละคน ทำให้เหลือผู้สมัครทั้งสิ้น 2,989 คน
สำหรับพื้นที่ในการเลือกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนแรก สำหรับการเลือกในรอบแรก ซึ่งใช้ห้องประชุมขนาดใหญ่ มีการติดตั้งแผ่นกั้น (พาร์ติชัน) ซอยพื้นที่ออกเป็น 20 ห้อง เพื่อจัดให้ลงคะแนนแยกเป็นรายกลุ่ม และมีการเชื่อมต่อสัญญาณถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์วงจรปิดมายังศูนย์อำนวยการกลางให้ผู้สังเกตการณ์และสื่อมวลชนรับชม ทว่ามีแต่ภาพที่ไร้เสียง อีกทั้งการถ่ายทอดยังตัดสลับภาพไปมาระหว่างกลุ่มต่าง ๆ จนปะติปะต่อเรื่องราวไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงการนับคะแนน จึงไม่เห็นกระบวนการในภาพรวมของทั้ง 20 กลุ่ม
ส่วนที่สอง ใช้ห้องประชุมอีกส่วนหนึ่ง มีการติดตั้งแผ่นกั้น (พาร์ติชัน) ซอยพื้นที่ออกเป็น 4 ห้อง เพื่อจัดให้ลงคะแนนแยกเป็นรายกลุ่มสาย ก ข ค ง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ภาคประชาชนโวยตัดยอดผู้สังเกตการณ์-ให้ดูจากระยะไกล
ด้านเครือข่ายภาคประชาชนที่มาสังเกตการณ์กระบวนการเลือก สว. ในวันนี้ได้ออกมาวิจารณ์กระบวนการจัดการของ กกต. ว่า “ไม่ได้สร้างการมีส่วนร่วมให้ประชาชนเลย”
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ แถลงว่า การเลือก สว. มี 20 กลุ่ม แต่ให้ผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมได้แค่ 15 คนจากทุกองค์กร จึงไม่สามารถสังเกตการณ์ได้ครบทุกกลุ่ม โดย กกต. ให้เหตุผลว่าสถานที่ไม่เพียงพอ เมื่อดูจากกล้องวงจรปิดเห็นว่ามีสถานที่ และมีเจ้าหน้าที่อยู่ข้างในจำนวนมาก ไม่ทราบว่าปฏิบัติหน้าที่อะไร หากมีการประท้วงว่าการนับคะแนนผิดพลาด เราคงไม่สามารถเป็นพยานให้ได้ว่ามันเกิดขึ้นจริงหรือไม่
ส่วนที่ กกต. บอกว่าจะมีการถ่ายทอดสดให้ติดตามทางสื่อสังคมออนไลน์ นายยิ่งชีพบอกว่า ภาพที่เห็นไม่มีอะไรเลย ภาพที่ถ่ายออกมามีมุมเดียว ส่วนใหญ่เดินตามผู้ใหญ่ของ กกต. ว่าเดินไปตรงไหน นั่งตรงไหน และไม่มีเสียง จนถึงเวลา 11.00 น ยังไม่ทราบเลยว่าด้านไหนทำอะไร และขั้นตอนถึงไหนแล้ว
“ดังนั้นที่ กกต. บอกว่าการเลือกให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเปิดเผย ไม่เป็นความจริง แล้วที่บอกว่ามีผู้สังเกตการณ์อยู่ด้านใน ก็เป็นความจริงครึ่งเดียว” ผอ.ไอลอว์กล่าว และเรียกร้องให้ กกต. เร่งแก้ไขเรื่องนี้
เช่นเดียวกับนายกฤต แสงสุรินทร์ ตัวแทนจากวีวอต์ช (We Watch) กล่าวว่า จุดที่ผู้สังเกตการณ์อยู่เป็นอัศจรรย์ชั้น 2 ไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ทั้งหมดได้ และอยู่ไกลมาก รวมถึงไม่สามารถเห็นการนับคะแนน อาจจำเป็นต้องใช้กล้องส่องทางไกลหรือโทรศัพท์มือถือซูม จึงขาดรายละเอียดในการสังเกตการณ์ที่จะตรวจสอบความโปร่งใสในการเลือก สว. นอกจากนี้ยังไม่เห็นการติดประกาศรายงานผลคะแนน ทั้งในรอบ “เลือกกันเอง” และ “เลือกไขว้” เนื่องจากกระดานที่ติดประกาศคะแนนอยู่ด้านใน ทำให้ประชาชนแล้วนักข่าวไม่สามารถดูได้ จึงเรียกร้องให้ กกต. นำกระดานผลคะแนนมาติดตั้งไว้ด้านนอกเพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามได้
ความเคลื่อนไหวผิดปกติที่พบตลอดทาง
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกระดับประเทศ พบความเคลื่อนไหวในการพยายามเกาะกลุ่มรวมตัวของผู้สมัคร สว. หลากหลายกลุ่ม โดยนัดหมายประชุมตามโรงแรมและสถานที่หลายแห่ง ทั้งเพื่อแนะนำตัวอย่างใกล้ชิด และเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการเลือกว่าใครจะเป็นแคนดิเดต และใครจะเป็นโหวตเตอร์
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับประเด็นนี้หลายครั้ง ล่าสุดวันนี้ (26 มิ.ย.) เขาย้ำว่า ถ้าพิจารณาข้อเท็จจริงตามข่าวเป็นการจัดเพื่อให้ข้อเท็จจริงระหว่างกัน จัดอย่างเปิดเผย ซึ่งกฎหมายไม่ได้ห้ามผู้สมัครพบปะและแนะนำตัวกัน ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก สว. ก็ได้รับการผ่อนคลายโดยคำพิพากษาศาลปกครองที่ต้องการให้ผู้สมัครแนะนำตัวได้มากที่สุด
“ดังนั้นกระบวนการที่ทำโดยเปิดเผย ย่อมถือว่าทำโดยสุจริต แต่ทุกเหตุการณ์ กกต. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามเพื่อไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมาย” ประธาน กกต. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงการประชุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “สว. ประชาชน” กว่า 300 คนที่เมืองทองธานี เมื่อ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ส่วนบัญชีรายชื่อ หรือ “โผ” ของแต่ละกลุ่มอาชีพที่ถูกส่งต่อตามห้องไลน์ต่าง ๆ นั้น ประธาน กกต. ให้ความเห็นว่า ถ้าดูข้อกฎหมายห้ามมิให้ทำโพล ถ้าทำอย่างอื่นเป็นการเสนอข้อคิดเห็นว่าตามบัญชีรายชื่อของแต่ละกลุ่ม มีผู้ใดในสายตาของเขาน่าจะได้รับเลือก ก็เป็นเรื่องการให้ข้อคิดเห็น อย่างไรก็ตามแนวทางปฏิบัติของ กกต. เมื่อมีประเด็นทำนองนี้ สำนักงาน กกต. จะศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย หากมีประเด็นต้องตัดสินใจ ก็จะเสนอให้ กกต. ให้ความเห็นต่อไป
เช่นเดียวกับการ “ล็อบบี้” ให้โหวตเลือกผู้สมัครรายหนึ่งรายใด ที่นายอิทธิพรบอกว่า ถ้าไม่ใช่การเสนอให้ผลประโยชน์ เป็นการนำเสนอระหว่างผู้สมัครว่ามีคุณสมบัติอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เป็นเรื่องปกติ
กับกระแสข่าวมีการจ่ายเงิน “จ้างโหวต” ตั้งแต่หลักแสนยันหลักล้าน ทางประธาน กกต. ระบุว่า ได้ติดตามตลอด หากมีอะไรมีพฤติกรรมน่าสงสัยก็จะรวบรวมหลักฐานและดำเนินการต่อไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สำหรับภาพรวมความผิดที่พบตลอดกระบวนการเลือก สว. ในช่วงที่ผ่านมา เลขาธิการ กกต. สรุป ณ 24 มิ.ย. ว่า มีจำนวน 333 เรื่อง จากความผิด 3 กลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มแรก 200 เรื่อง: คุณสมบัติ ลงผิดกลุ่ม รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีสิทธิสมัคร ซึ่งศาลฎีกา และ กกต. ได้วินิจฉัยไปบางส่วนแล้ว
- กลุ่มที่สอง 39 เรื่อง: การดำเนินการในวันเลือก ทั้งในระดับอำเภอเมื่อ 9 มิ.ย. และระดับจังหวัดเมื่อ 16 มิ.ย. ซึ่ง กกต. ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนวันเลือกระดับประเทศ
- กลุ่มที่สาม 90 เรื่อง: การเลือกที่ไม่สุจริต ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ยอมรับว่า พบความเคลื่อนไหวในการทุจริตเลือก สว. แบบที่เรียกว่า White Collar Crime (อาชญากรรมคอปกขาว) คือผู้กระทำเป็นคนที่มีความรู้ มีอำนาจ มีทุน มีทักษะ ยิ่งถ้าเป็นการเมืองก็จะมีเครือข่ายและมีผู้สนับสนุน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับการเมืองอยู่แล้วและเชื่อว่ามีอยู่ทุกประเทศ ทั้งนี้ข้อมูลที่สำนักงาน กกต. ได้รับมามีทั้งเป็นเบาะแส เรื่องเล่า เรื่องที่คนนำมาร้อง เช่น เรื่องรับจ้างสมัคร จ้างคนลงมาสมัคร ให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เป็นความผิดทั้งนั้น
เปิดชื่อคนดังที่ "ตกรอบ"
การเลือก สว. รอบ "เลือกกันเอง" ในกลุ่มอาชีพ เสร็จสิ้นลงในเวลา 14.00 น. ผู้สมัคร สว. ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 40 ลำดับแรกของกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม รวม 800 คน จะเข้าสู่การเลือกรอบสองต่อไป ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเข้ารอบถัดไปทยอยออกจากห้อง
ขณะที่กระบวนการในรอบ “เลือกไขว้กลุ่ม” ได้เริ่มลงคะแนนเวลา 20.00 น. ก่อนเสร็จสิ้นการนับคะแนนรุ่งสางของวันใหม่
สำหรับรายชื่อของผู้สมัครที่น่าสนใจที่ไปไม่ถึงรัฐสภา
กลุ่ม 1 กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- พล.อ.สัมพันธ์ ธัญญพืช อดีต ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (จ.อุดรธานี)
- พล.ต.ต.อรรถวิทย์ สายสืบ อดีตรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 รับผิดชอบควบคุมการชุมนุมของฝูงชน (กทม.)
- นายสมเกียรติ ตันตระกูล อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง (จ.ลำปาง)
- นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และอดีต สนช. (จ.ปัตตานี)
- นายวิทยา ภูมิเหล่าแจ้ง อดีต สส.จังหวัดกาฬสินธุ์ 5 สมัย (จ.กาฬสินธุ์)
- นายบรรจบ รุ่งโรจน์ อดีต สส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ (จ.ชลบุรี)
- นางพรพิศ เพชรเจริญ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (จ.นครราชสีมา)
- นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาและหลายจังหวัด (จ.พังงา)
- นายวีระชัย นาคมาศ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (จ.พระนครศรีอยุธยา)
- นายเรวัต ประสงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง (จ.พระนครศรีอยุธยา)
- พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางเขน (จ.สมุทรปราการ)
(ตกรอบเลือกไขว้กัน)
- นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี (จ.เชียงใหม่)
- พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช อดีต ผช.ผบ.ตร. และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (ปทุมธานี)

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
กลุ่ม 2 กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- นายสุรชัย ตรงงาม นักกฎหมายจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (กทม.)
- นายพีระ กาญจนพงศ์ อดีต ผอ. ป.ป.ส. ภาค 8 (จ.สุราษฎร์ธานี)
กลุ่ม 3 กลุ่มการศึกษา
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (กทม.)
- นางฉันทนา หวันแก้ว อดีตรองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (กทม.)
กลุ่ม 7 กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้าง ที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ผู้ใช้แรงงาน
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตประธาน บมจ.ไอทีวี และรองประธาน บมจ.ชินคอร์ปฯ (จ.สมุทรสงคราม)
- นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อดีต สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย พี่ชายนายเสกสกล อัตถาวงศ์ เจ้าของฉายา “แรมโบ้อีสาน” (จ.นครราชสีมา)
กลุ่ม 10 กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการตามข้อ 9
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- น.ส.พัสวี ไกรเดชอุดมไพศาล ทายาทรุ่นที่ 2 ร้านก๋วยเตี๋ยว “เจี๊ยบรสดีเด็ด” (จ.นนทบุรี)
กลุ่ม 11 กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจ หรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย และอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ด้านการท่องเที่ยว (กทม.)
กลุ่ม 12 กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- นายวิเชียร เจนตระกูลโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด จำกัด (จ.กาญจนบุรี)
- นายวีระ อัครพุทธิพร ที่ปรึกษาบริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด (จ.นนทบุรี)
กลุ่ม 13 กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการสื่อสารการพัฒนานวัตกรรม
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการบริษัท ตลาด ดอท คอม กรุ๊ป จำกัด (จ.กาญจนบุรี)
กลุ่ม 15 กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต สว. (จ.นนทบุรี)
กลุ่ม 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- นายฐานุพงศ์ ศักดิ์ธนาวัฒน์ หรือ "กล้วย เชิญยิ้ม" นักแสดงตลก (จ.อุตรดิตถ์)
- น.ส.ดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดด้วยศิลปะการเคลื่อนไหว (กทม.)
- น.ส.ภาวิณี สมรรคบุตร ฟอฟิ นักออกแบบการแสดง (กทม.)
- นายจุมพล ทองตัน หรือ "โกไข่" นักร้อง (จ.พังงา)

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
กลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม กลุ่มองค์กรสาธารณประโยชน์
(ตกรอบเลือกไขว้)
- นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย (จ.สงขลา)
กลุ่ม 18 กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม
(ตกรอบเลือกกันเอง)
- น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตบรรณาธิการบริหารเดอะอีสานเรคคอร์ด (จ.หนองบัวลำภู)
- น.ส.อัจฉรา อัชฌายกชาติ เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายการเมือง จากสถานทูตสหรัฐฯ และอดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ (กทม.)
- นายสุผจญ กลิ่นสุวรรณ พิธีกรทางโทรทัศน์ (จ.ปทุมธานี)
เสียงจากเหล่าคนดัง ทำไมไปไม่ถึงฝั่งฝัน
บรรดาคนดังที่ “ตกรอบ” ในภาคเช้า รอบ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มอาชีพ ทำให้พลาดสิทธิในการลงคะแนนอีก 20 โหวตในภาคบ่าย ต่างออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชน
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี เปิดใจว่า ที่เข้าสมัคร สว. รอบนี้ เพราะเห็นว่าตัวเองยังมีแรง เลยอาสาเข้ามา หากได้รับเลือกก็ทำงานเพื่อประเทศ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
อย่างไรก็ตามเขาขอแสดงความเห็นหลังต่อหลายคำถามของผู้สื่อข่าว ไม่ว่าจะเป็น พบเห็นพฤติกรรมที่ส่อไปในทางฮั้วหรือไม่ ระบบเลือก สว. เหมาะสมหรือไม่ แต่ “เชื่อว่าไม่น่าจะมีการล็อบบี้ เพราะขนาดตัวเองก็ยังเอาไม่รอด แต่หากจะมีการล็อบบี้ หรือซื้อตัวจริง ก็ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายสอบสวนดำเนินการต่อไป”
นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีต สว.นนทบุรี และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) หัวเราะแทนคำตอบ หลังถูกผู้สื่อข่าวถามว่ามีความผิดปกติในการลงคะแนน-ถูกบล็อกโหวต-ล็อบบี้หรือไม่ โดยบอกเพียงว่า “ไม่อยากพูด ไม่เป็นไร เราแพ้ก็ถือว่าเป็นนักกีฬา”
เมื่อถามย้ำว่า รู้สึกมีอะไรผิดปกติหรือไม่ถึงทำให้แพ้ นายดิเรกตอบว่า เขาเป็น สว. ที่มาจากการเลือกตั้ง 2 สมัย แต่ระบบ สว. ปัจจุบันนี้ ไม่ใช่ระบบที่ประชาชนเลือก ทำให้ตนเองที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในเกมนี้ไม่รู้วิธีการอะไร เพราะเรามาจากการเลือกตั้งทุกครั้ง แต่ยอมรับ “เมื่อแพ้ก็คือแพ้ มีน้ำใจนักกีฬา ไม่ติดใจ ไม่แฉ”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ด้าน น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตบรรณาธิการบริหารเดอะอีสานเรคคอร์ด ให้ความเห็นภายหลังตกรอบ “เลือกกันเอง” ในกลุ่มสื่อมวลชนฯ ว่า “ระบบนี้เอื้อต่อการฮั้วคะแนน” และ “กระบวนการวันนี้ ทำให้เห็นว่าบ้านใหญ่น่าจะฮุบ สว. ไป"
เธอเปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวตั้งแต่การเลือกระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศว่า มีความพยายามล็อกอยู่ตลอดเวลา มีการเสนอสินจ้างให้ พร้อมระบุว่า “ตัวเองก็ได้รับข้อเสนอ 1-3 แสนบาท ให้เข้าไปอยู่ในก๊วนการเมือง เป็นอดีต สส. ที่เอ่ยชื่อไปก็มีแต่คนรู้จัก ซึ่งมีการเจรจาผ่านโทรศัพท์ก่อนการเลือก (ระดับประเทศ) 2 วัน” โดยมีคำขอให้เข้าไปอยู่ในก๊วนเพราะขาดกลุ่มสื่อมวลชน
ส่วนอีกวิธีการที่ น.ส.หทัยรัตน์ ได้ยินมาคือ หากลงคะแนนให้ 10 หมายเลขตามที่ได้บรีฟข้อมูลไว้ จะได้ค่าตอบแทนการเขียนหมายเลขละ 50,000 บาท รวม 10 หมายเลข เป็นเงิน 5 แสนบาท
อย่างไรก็ตามผู้สมัคร สว. จาก จ.หนองบัวลำภูรายนี้ได้ปฏิเสธไป โดยให้เหตุผลว่าเป็นสื่อมวลชนและมีรายได้อยู่แล้ว และฝากความหวังไว้กับเพื่อนผู้สมัคร “สว. ประชาชน” ที่เหลืออยู่ในรอบต่อไป

ที่มาของภาพ, thai news pix
ส่วนนายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งประกาศตัวเป็นผู้สมัคร “สว. ประชาชน” เป็นอีกคนที่ตกรอบแรก กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ทำเต็มที่แล้ว จากนี้จะกลับไปพักผ่อน และปฏิสํจะตอบคำถามที่ว่าพบการฮั้วกันหรือไม่











