ค้นพบซากต้นตระกูล “อีคิดนา” สัตว์ประหลาดแห่งออสเตรเลีย

ที่มาของภาพ, Peter Shouten/Australian Museum
- Author, ทิฟฟานี เทิร์นบูล
- Role, บีบีซีนิวส์
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบซากสัตว์โบราณที่แปลกประหลาดชนิดหนึ่ง ซึ่งถูกขนานนามว่า “อีคิดนาพุส” (Echidnapus) โดยเชื่อว่ามันเคยดำรงชีวิตและแพร่พันธุ์ไปทั่วทวีปออสเตรเลียในยุคก่อนประวัติศาสตร์
มีการค้นพบซากฟอสซิลกระดูกขากรรไกรของสัตว์ชนิดนี้ ที่เหมืองโอปอลแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลส์ พร้อมกับหลักฐานทางบรรพชีวินวิทยาอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพบซากฟอสซิลของสัตว์จำพวกโมโนทรีม (Monotreme) ในยุคโบราณจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งชนิดพันธุ์ที่ยังคงมีอยู่ในโลกปัจจุบันและชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
อันที่จริงสัตว์โบราณที่เป็นบรรพบุรุษของอีคิดนาดังกล่าว มีชื่อวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการว่า Opalios splendens แต่ด้วยเหตุที่มันมีลักษณะคล้ายกับอีคิดนาและตุ่นปากเป็ด (platypus) จึงได้ชื่อเล่นว่า “อีคิดนาพุส” โดยทั้งอีคิดนาและตุ่นปากเป็ดนั้น ถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงสองชนิดในโลกปัจจุบันที่ออกลูกเป็นไข่
ทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการวิจัยซากสัตว์โบราณในครั้งนี้บอกว่า หลักฐานใหม่ที่พบชี้ว่าทวีปออสเตรเลียในอดีตเคยมี “ยุคทอง” ของสัตว์จำพวกโมโนทรีม หรือสัตว์ในอันดับโมโนทรีมาตา (Monotremata) ที่ปัจจุบันหาพบได้ยาก ซึ่งหมายความว่าเคยมีประชากรสัตว์โบราณ ที่ร่างกายมีทวารสำหรับขับถ่ายและช่องสืบพันธุ์เป็นอวัยวะเดียวกันอยู่เป็นจำนวนมาก
การค้นพบว่าสัตว์จำพวกโมโนทรีมเคยครองทวีปออสเตรเลีย ทำให้ศาสตราจารย์ทิม แฟลนเนอรี ผู้นำทีมวิจัยถึงกับบอกว่า “มันเหมือนกับการค้นพบอารยธรรมใหม่ทั้งหมดเลยทีเดียว”
อันที่จริงแล้ว มีการค้นพบซากฟอสซิลเหล่านี้ครั้งแรกเมื่อ 25 ปีก่อน โดยดร.เอลิซาเบธ สมิธ นักบรรพชีวินวิทยาชาวออสเตรเลีย และ “คลีที” ลูกสาวของเธอ ระหว่างที่ทั้งสองกำลังตรวจสอบเศษหินซึ่งเหลือทิ้งจากการทำเหมืองโอปอล
ทั้งสองได้บริจาคซากฟอสซิลอายุราว 100 ล้านปีดังกล่าว ให้กับพิพิธภัณฑ์ออสเตรเลีย (The Australian Museum) ก่อนจะถูกลืมไว้ในลิ้นชักของตู้ที่เก็บรักษาหลายสิบปี จนกระทั่งเมื่อสองปีก่อน ศ.แฟลนเนอรี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไปพบมันเข้าโดยบังเอิญ และเขาทราบได้ทันทีว่ามันเป็นซากฟอสซิลของสัตว์จำพวกโมโนทรีม
ฟอสซิลกระดูกบางชิ้นในจำนวนนี้ เป็นของ Steropodon galmani สัตว์ที่เป็นต้นตระกูลของตุ่นปากเป็ด ซึ่งมีการค้นพบไปหลายปีก่อนหน้านี้แล้ว โดยมันมีลำตัวเตี้ยล่ำกว่าและมีฟันหลายซี่กว่าตุ่นปากเป็ดมาก
ศ.แฟลนเนอรีและคณะ ได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยข้างต้นลงในวารสาร Alcheringa: An Australian Journal of Paleontology เมื่อวันจันทร์ที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาของรายงานวิจัยยังระบุถึงการค้นพบสัตว์โบราณชนิดพันธุ์ใหม่อีก 3 ชนิด ซึ่งแวดวงวิทยาศาสตร์ไม่เคยรู้จักมาก่อน
ศ.คริส เฮลเกน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแห่งพิพิธภัณฑ์ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของทีมวิจัยข้างต้น บอกว่าสัตว์โบราณชนิดพันธุ์ใหม่เหล่านี้ มีหลายลักษณะที่ผสมผสานกันอยู่ในรูปแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นในโมโนทรีมโบราณและโมโนทรีมที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
“โดยทั่วไปแล้ว โครงสร้างร่างกายของอีคิดนาพุสนั้นคล้ายกับตุ่นปากเป็ดมาก เพียงแต่รูปทรงขากรรไกร รวมทั้งส่วนจมูกและปากที่ยื่นยาวออกมานั้น ดูคล้ายกับอีคิดนามากกว่า” ศ.เฮลเกนกล่าว
ด้านดร.สมิธ ซึ่งเป็นผู้ค้นพบฟอสซิลชุดดังกล่าวคนแรก บอกว่าหลักฐานเหล่านี้คือการเปิดเผยความจริงครั้งสำคัญ เพราะซากฟอสซิลในหินโอปอลนั้นหาพบได้ยากมาก และหากเป็นฟอสซิลของโมโนทรีมด้วยแล้วก็ยิ่งหาได้ยากขึ้นไปอีก แต่ผลการศึกษาครั้งนี้กลับชี้ชัดว่า ฟอสซิลชุดดังกล่าวประกอบไปด้วยซากโมโนทรีมโบราณที่นักวิทยาศาสตร์ไม่เคยพบมาก่อนถึง 6 ชนิดพันธุ์ด้วยกัน
สถานที่ซึ่งมีการขุดค้นจนพบซากฟอสซิลข้างต้น อยู่ที่เหมืองโอปอล Lightning Ridge ซึ่งในยุคโบราณเคยเป็นป่าชื้นที่มีอากาศเย็น และตั้งอยู่ติดกับ “ทะเลใน” (inland sea) ซึ่งเป็นส่วนของท้องทะเลที่ยื่นล้ำเข้ามาในแผ่นดินใหญ่
“มันเผยให้โลกรู้ว่า นานแสนนานก่อนที่ออสเตรเลียจะกลายเป็นดินแดนแห่งสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง (marsupials) สถานที่แห่งนี้เคยเป็นทวีปของสัตว์ขนปุยที่วางไข่หรือโมโนทรีมมาก่อน” ดร. สมิธกล่าว “ดูเหมือนว่าเมื่อร้อยล้านปีที่แล้ว น่าจะมีสัตว์จำพวกนี้อยู่ที่เหมืองโอปอล Lightning Ridge มากกว่าที่ใดในโลก ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน”
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายรายยังคงไม่เห็นด้วยกับผลวิจัยข้างต้น และมองว่าเป็นการด่วนสรุปอย่างรวดเร็วเกินไป หากจะรีบฟันธงว่าออสเตรเลียเคยเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรโมโนทรีมหลากหลายชนิด โดยเรื่องนี้ควรจะมีการสำรวจและศึกษาเพิ่มเติมต่อไปอีก
ศ. ร็อด เวลส์ นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ ABC ของออสเตรเลียว่า “อย่างน้อยมันอาจจะเคยเป็นยุคที่โมโนทรีมมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เหมือนกับยุครุ่งเรืองของสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องที่เกิดขึ้นในภายหลัง แต่ผมว่าเราต้องการหลักฐานยืนยันที่มากกว่านี้












